
ค่าแพ้คดีจ่อ ‘ทรัมป์’ กว่า 10.47 ล้านดอลลาร์
อดีตประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ประกาศว่าเขาจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง พร้อมจวกการเลือกตั้งในปี 2020 ว่าเขาถูก “ปล้นชัยชนะ” และพรรคเดโมแครตมีเอี่ยวกับการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายเพื่อใส่ร้ายเขา
เนื้อหาจากสุนทรพจน์ร่วมชั่วโมงของ โดนัลด์ ทรัมป์ นอกจากจะอ้างถึง ‘เรื่องทุจริตและเรื่องที่ถูกจัดการอย่างไม่ถูกต้อง’ อดีตประธานาธิบดีรายนี้ยังให้คำมั่นสัญญาที่จะ ‘ขจัดการโกง’ โดยจะจัดให้มีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งภายในวันเดียวกัน อย่างไรก็ตาม แม้ทรัมป์จะพูดถึงการโกงเลือกตั้งในปี 2020 บ่อยขนาดไหน แต่เขาก็ไม่เคยแสดงหลักฐานอย่างเป็นรูปธรรมตามคำกล่าวอ้าง
จากข้อมูลของ Democracy Docket แพลตฟอร์มสื่อที่ติดตามคดีฟ้องร้องเรื่องการทุจริตเลือกตั้งในปี 2020 ซึ่งทรัมป์ยื่นฟ้องทั้งหมด 66 คดี ส่วนใหญ่ล้วนถูกยกฟ้องเพราะขาดหลักฐานสนับสนุน หรือไม่โจทก์ก็ถอนฟ้องออกไปเอง
สำหรับค่าแพ้คดี มีรายงานว่าทนายฝั่งทรัมป์ 9 ราย ถูกศาลตัดสินให้จ่ายค่าเสียหายกว่า 175,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากการกล่าวหาว่า ‘โจ ไบเดน’ ชนะการเลือกตั้งอย่างไม่โปร่งใส รวมถึงเป็นการยื่นฟ้องที่ ‘ละเมิดกระบวนการยุติธรรมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ รวมถึงบั่นทอนศรัทธาของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย’
ถึงอย่างนั้น แม้การเลือกตั้งจะจบลงไปแล้ว ทรัมป์ยังไม่หยุดการฟ้องร้องจากความคับข้องใจทางการเมืองแต่เพียงเท่านี้ ช่วงต้นปีที่ผ่านมาเขายังยื่นฟ้องในคดีฉ้อโกง โดยปรากฏชื่อ ‘ฮิลลารี คลินตัน’ และคณะกรรมการแห่งชาติของพรรคเดโมแครตในลิสต์ ทรัมป์อ้างว่าบุคคลเหล่านี้ร่วมกันวางแผนมุ่งให้ร้ายว่าเขามีเอี่ยวกับรัสเซีย
ผู้พิพากษาเขตของสหรัฐฯ ยกฟ้องคำร้องดังกล่าว พร้อมชี้ว่า คำกล่าวอ้างนั้นไร้สาระ สิ่งเหล่านี้เป็นความคับข้องใจทางการเมืองที่เขาสวมรอยให้กลายเป็นข้อเรียกร้องทางกฎหมาย ซึ่งไม่สามารถนำมาตัดสินในกระบวนการยุติธรรมได้ เป็นการจงใจใช้ระบบตุลาการเพื่อดำเนินการทางการเมือง พร้อมสั่งให้ทนายความของทรัมป์จ่ายเงิน 16,273 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย และลงโทษปรับ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
นอกจากนี้ยังมีคดีอื่นๆที่จำเลยขอให้ผู้พิพากษาออกคำสั่งให้ทรัมป์จ่ายค่าธรรมเนียมทางกฎหมายรวมอีกกว่า 10.47 ล้านดอลลาร์ ซึ่งหากศาลดำเนินการสั่งปรับเช่นนี้จริง อาจเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยหยุดทรัมป์จากการฟ้องร้องดำเนินคดีที่ไม่มีมูลความจริงได้







