
ประเดิมปีกระต่ายโหย ศก.ใหม่ อาหารแพงทั่วโลก
...ทีมข่าวต่างประเทศ
ประเดิมปีเถาะด้วยความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงแนวโน้มภาวะเงินเฟ้อและราคาอาหารที่ถีบตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรงในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะในเอเชีย ขณะที่ราคาน้ำมันทำลายสถิติสูงสุดในรอบ 27 เดือน ทะลุขึ้นมาอยู่ที่กว่า 92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
แนวโน้มอันตรายนี้ส่งผลให้สำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) ต้องออกโรงเตือนว่า ราคาน้ำมันอยู่ใน
“โซนอันตราย” หากแนวโน้มราคายังคงเป็นเช่นนี้ จะส่งผลกระทบต่อภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงราคาน้ำมันยังส่งแรงหนุนให้ภาวะเงินเฟ้อในหลายๆ ประเทศรุนแรงขึ้น จนเกิดแรงกดดันต่อรัฐบาลประเทศต่างๆ ด้านองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือเอฟเอโอ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาอาหารโลกเมื่อเดือน ธ.ค. 2553 ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 214.7 เทียบกับตัวเลขเดิมที่ 213.5 เมื่อเดือน มิ.ย. 2551
เอฟเอโอได้ทำการสำรวจและติดตามผลจากสินค้าอุปโภค 55 รายการ ซึ่งรวมไปถึงเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากนม ธัญพืช น้ำมัน และน้ำตาล โดยสินค้าบางประเภทในรายการมีราคาต่ำกว่าเมื่อปี 2551 แต่โดยรวมเกือบทุกประเภทกลับเพิ่มสูงขึ้น และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอีกตลอดปี 2554 ถึงขั้นที่ราคาอาหารในเอเชียอาจพุ่งขึ้นมาถึง 2 เท่าตัวในปีนี้
ขณะนี้รัฐบาลต่างๆ ในเอเชียและตลาดเกิดใหม่กำลังกังวลว่า ราคาอาหารที่พุ่งขึ้นมาอาจก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในสังคม และขณะนี้หลายประเทศเริ่มใช้มาตรการเพื่อสกัดกั้นภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงมากขึ้นทุกขณะแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของจีนที่มีความคล้ายคลึงกับไทย ในปัญหาขาดแคลนน้ำมันสำหรับประกอบอาหาร จนต้องใช้มาตรการควบคุมราคาและกวาดล้างการกักตุนเพื่อการเก็งกำไร
สัปดาห์ที่ผ่านมา จีนยังสร้างความฮือฮาให้กับชาวโลก ด้วยการแย้มพรายแสนยานุภาพใหม่ทางทหารในด้านอากาศยาน โดยสามารถสร้างเครื่องบินรบล่องหนเป็นของตนเองได้เป็นลำแรกแล้ว เทียบชั้นเทคโนโลยีทางการทหารกับสหรัฐ ซึ่งมีเครื่องบินประเภทนี้ไว้ในครอบครองมานานแล้ว ซึ่งคือเครื่องบินรบรุ่น US F22 หรือที่รู้จักกันในชื่อ สเตลท์
เครื่องบินล่องหนลำนี้ชื่อว่า เครื่องรุ่น J20 และได้มีการนำมาทดสอบบินบนลานบินของสนามบินทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยแผนจะนำเครื่องบินขับไล่ลำนี้เข้าประจำการอย่างเร็วที่สุดในปี 2560







