posttoday
จับตาศึกชิงโลกออนไลน์เฟชบุ๊ก ปะทะ กูเกิล

จับตาศึกชิงโลกออนไลน์เฟชบุ๊ก ปะทะ กูเกิล

03 มกราคม 2554

กูรูไอทีชี้จุดอ่อนกูเกิล เสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่ของโลก ตัวการทำเสียแชมป์เว็บยอดนิยมในมะกันให้เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง “เฟซบุ๊ก” ชูจุดเด่นกูเกิล

กูรูไอทีชี้จุดอ่อนกูเกิล เสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่ของโลก ตัวการทำเสียแชมป์เว็บยอดนิยมในมะกันให้เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง “เฟซบุ๊ก” ชูจุดเด่นกูเกิล

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

จับตาศึกชิงโลกออนไลน์เฟชบุ๊ก ปะทะ กูเกิล

กูรูไอทีชี้จุดอ่อนกูเกิล เสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่ของโลก ตัวการทำเสียแชมป์เว็บยอดนิยมในมะกันให้เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง “เฟซบุ๊ก” ชูจุดเด่นกูเกิล ครองตลาดมือถือคลิปวิดีโอ ย้ำถึงกูเกิลจะเสื่อมมนต์ขลัง แต่รายได้ยังกระฉูดนำเฟซบุ๊ก

พีท แคชมอร์ ผู้ก่อตั้ง และซีอีโอของมาชเอเบิล บล็อกไอทียอดนิยม และคอลัมนิสต์ด้านไอทีของซีเอ็นเอ็น เปิดเผยว่า แม้ข้อมูลของฮิตไวส์ บริษัทวิจัยข้อมูลการใช้อินเทอร์เน็ตของสหรัฐ จะพบว่าในปี 2554 เฟซบุ๊ก เครือข่ายสังคมออนไลน์สามารถโค่นแชมป์อย่าง “กูเกิล” เสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่ของโลก ขึ้นเป็นเว็บไซต์ที่มีจำนวนผู้เข้าชมมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในสหรัฐได้สำเร็จ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เฟซบุ๊กจะสามารถชิงพื้นที่โลกออนไลน์ในทั่วทุกมุมโลกไปได้

แคชมอร์ ระบุว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผลการสำรวจของฮิตไวส์นั้น ไม่ได้มาจากข้อเท็จจริงแบบองค์รวม กล่าวคือ ข้อมูลที่ได้เป็นการสำรวจเจาะกลุ่มเฉพาะพลเมืองสหรัฐเท่านั้น

ยิ่งกว่านั้น การสำรวจนี้ยังครอบคลุมเฉพาะชื่อโดเมนกูเกิล แต่ไม่รวมถึงเว็บไซต์ยอดฮิต “ยูทูบ” ที่มีกูเกิลเป็นเจ้าของด้วย เพราะหากมีการรวมจำนวนผู้เข้าชมจากยูทูบด้วย แน่นอนว่ากูเกิลย่อมยึดเก้าอี้เว็บไซต์ที่มีเข้าชมมากที่สุดไว้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย

คำถามคือ อะไรคือจุดอ่อนที่ทำให้กูเกิลเพลี่ยงพล้ำ จนเสียตำแหน่งแชมป์ให้กับเว็บไซต์น้องใหม่อย่างเฟซบุ๊ก และกูเกิลจะมีศักยภาพพอที่จะกลับมาทวงบัลลังก์คืนได้หรือไม่

คอลัมนิสต์ด้านไอที ระบุว่า จุดอ่อนข้อแรกที่ทำให้กูเกิลพ่ายแพ้แก่เฟซบุ๊ก คือ ความเป็นรองแง่การสร้าง “ตัวตนบนโลกออนไลน์” ให้กับผู้ใช้ กล่าวคือ แต่เดิมหากผู้ใช้ต้องการเข้าใช้บริการเว็บไซต์ใหม่ๆ สิ่งแรกที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต้องทำคือ การป้อนชื่อ ยูสเซอร์เนม และรหัสผ่าน ตลอดจนรายละเอียดอื่นๆ ลงในแบบฟอร์ม แต่ปัจจุบันเว็บไซต์ต่างๆ เริ่มปรับตัว โดยเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับผู้ใช้ ด้วยการเสนอตัวเลือกให้เข้าระบบด้วยการใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ซึ่งเพียงหนึ่งคลิก ก็ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย สะดวกให้ทั้งผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและทางเว็บไซต์เอง

ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้เฟซบุ๊กสามารถเพิ่มตัวเลือกดังกล่าวให้กับสมาชิกได้ ก็เพราะข้อมูลส่วนใหญ่ที่ผู้ใช้ลงทะเบียนเป็นสมาชิกของเฟซบุ๊กนั้นเป็นข้อมูลจริง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ขณะนี้เฟซบุ๊กจะกลายเป็นผู้ครอบครองฐานข้อมูลขนาดยักษ์ ที่รองรับข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการกว่า 500 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลจริง

จุดอ่อนต่อมา คือ กูเกิลยังไม่สามารถ “สร้างความเครือข่ายสังคมออนไลน์” ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยสำหรับเฟซบุ๊กแล้ว “การเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างผู้คนในโลกออนไลน์” ถือเป็นศักยภาพที่โดดเด่น ต่างจากกูเกิลที่ขีดความสามารถในด้านนี้ยังห่างชั้น

โดยเฉพาะการเปิดให้บริการใหม่อย่าง “กูเกิลบัซ” เมื่อปีที่แล้ว ท่ามกลางความคาดหวังว่าจะเทียบชั้นกับเฟซบุ๊ก ด้วยการสร้างเครือข่ายสังคมออนไลน์ในกลุ่มผู้ใช้บัญชีอีเมล จีเมล (Gmail) แต่ผลปรากฏว่าไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

ยิ่งกว่านั้น “เกมสังคมออนไลน์” ซึ่งกำลังเป็นกระแสใหม่ที่ได้รับความนิยมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งกูเกิลยังไม่อาจทำได้สำเร็จ เพราะขณะที่ฅเฟซบุ๊กเป็นเจ้าของเกมยอดฮิตอย่างฟาร์มวิว (Farmville) แต่กูเกิลกลับไม่สามารถเข้าไปช่วงชิงตลาดดังกล่าวได้

นอกจากจุดอ่อนทั้งสองประการดังกล่าวแล้ว หากกูเกิลยังไม่เริ่มพัฒนาขีดความสามารถ เพื่อทิ้งห่างคู่แข่ง ที่สุดก็อาจต้องเพลี่ยงพล้ำได้

รายงานระบุว่า แม้กูเกิลจะครองตำแหน่งเสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่ของโลกในปี 2553 ไว้ได้ และเชื่อว่ากูเกิลจะสามารถรักษาบัลลังก์นี้ไว้ได้ไปอีกหลายปี แต่กูเกิลก็ไม่อาจนิ่งนอนใจกับสภาพการณ์ที่เป็นอยู่ เพราะแม้การชิงพื้นที่ตลาดเสิร์ชเอนจินจากกูเกิลจะเป็นเรื่องยาก แต่เวลานี้เฟซบุ๊กก็สามารถช่วงชิงพื้นที่เล็กๆ นั้นมาได้แล้ว

ทั้งนี้ เนื่องจากเฟซบุ๊กไม่เพียงเป็นเจ้าของฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ที่รวบรวมข้อมูลความสนใจของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต แต่การให้บริการปุ่ม “Like” ของเฟซบุ๊ก เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกแสดงความสนใจในหน้าเว็บไซต์ต่างๆ ยังเป็นการสร้างฐานข้อมูลอันทรงคุณทางอ้อมด้วย เพราะหากในอนาคตเฟซบุ๊กหันมาสนใจให้บริการเสิร์ชเอนจิน แน่นอนว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เสิร์ชเอนจินใหม่นี้ แสดงผลข้อมูลได้ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น

ยิ่งกว่านั้น หากเฟซบุ๊กสามารถรวบรวมข้อมูลส่วนตัวได้มากพอ อาจใช้ข้อมูลดังกล่าวแนะนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ได้ โดยไม่ต้องอาศัยเสิร์ชบอกซ์ (Search Box) แต่ทว่า แม้จะมีความได้เปรียบ แต่ก็ใช่ว่าเฟซบุ๊กจะสามารถโค่นตำแหน่งของกูเกิลได้ในชั่วข้ามคืน แต่อย่างน้อยการเข้ามาช่วงชิงพื้นที่เล็กๆ ในตลาดเสิร์ชเอนจินของเฟซบุ๊ก นับเป็นการบั่นทอนอำนาจครอบงำตลาดเสิร์ชเอนจินของกูเกิลในระยะยาว

กระนั้นก็ตาม แม้กูเกิลจะมีจุดอ่อนหลายประการ แต่จุดแข็งที่กูเกิลยังเหนือกว่าเฟซบุ๊กอยู่หลายขุม คือ การเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดมือถือ และวิดีโอออนไลน์

รายงานระบุว่า หากเปรียบเทียบบทบาทของกูเกิลและเฟซบุ๊กในตลาดมือถือ จะพบว่าเฟซบุ๊กยังเป็นเพียงผู้เล่นตัวเล็กๆ เพราะขณะที่เฟซบุ๊กกำลังพยายามนำลูกเล่นต่างๆ ของเว็บไซต์เข้าไปให้บริการบนโทรศัพท์ แต่เวลานี้กูเกิลกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือข่ายปฏิบัติการอย่าง “แอนดรอยด์” แล้ว ยิ่งกว่านั้น ความนิยมระบบปฏิบัติการยังแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว จนขึ้นแท่นเป็นคู่แข่งสำคัญของระบบปฏิบัติการ iOS ค่ายแอปเปิล ต่างจากเฟซบุ๊กที่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้เป็นแม้กระทั่งเจ้าของแอพพลิเคชันบนไอแพด

ในส่วนของการสร้างความบันเทิงบนโลกออนไลน์ กูเกิลก็สามารถเอาชนะเฟซบุ๊กได้อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะด้วยความนิยมของเว็บไซต์ยูทูบ ทำให้เจ้าของอย่างกูเกิล มีคลิปวิดีโอออนไลน์มหาศาลไว้สำหรับให้บริการ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าในสองส่วนนี้ เฟซบุ๊กแทบจะไม่มีโอกาสเข้ามาเขย่าบัลลังก์ความเป็นผู้นำของกูเกิลได้เลย

กระนั้นก็ตาม แม้ในปี 2553 เฟซบุ๊กจะฉวยจุดอ่อนของกูเกิล ก้าวขึ้นเป็นเว็บไซต์ที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในโลกมาครองได้สำเร็จ แต่คอลัมนิสต์ด้านไอทีของซีเอ็นเอ็น เห็นว่าชัยชนะดังกล่าวยังไม่ใช่สิ่งที่จีรัง เพราะตำแหน่งที่ได้มานี้เป็นเพียงการอ้างอิงจากมาตรวัดที่เฉพาะเจาะจงเฉพาะในสหรัฐเท่านั้น

แต่ในความเป็นจริง ต้องไม่ลืมว่า หากเปรียบเทียบในแง่เม็ดเงินและรายได้แล้ว กูเกิลยังกำชัยเหนือกว่าเฟซบุ๊กอยู่

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท