posttoday
ส่งท้ายปีเสือ

ส่งท้ายปีเสือ

31 ธันวาคม 2553

วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเสือดุครับ ตลอดปีที่ผ่านมากระแสเศรษฐกิจโลกนั้นปัญหาเก่ายังไม่จบสิ้น ปัญหาใหม่ก็ประดังเข้ามา และมีท่าทีต่อเนื่องไปยังปีเถาะในวันพรุ่งนี้อีกด้วย

วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเสือดุครับ ตลอดปีที่ผ่านมากระแสเศรษฐกิจโลกนั้นปัญหาเก่ายังไม่จบสิ้น ปัญหาใหม่ก็ประดังเข้ามา และมีท่าทีต่อเนื่องไปยังปีเถาะในวันพรุ่งนี้อีกด้วย

เริ่มต้นกันที่สหรัฐ เป็นที่แน่นอนว่าน่าผิดหวังที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลกแห่งนี้ ต้องพบกับการชะลอตัวกันดื้อๆ อันเนื่องมาจากสาเหตุคือ

ประการแรก การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค (ยกเว้นช่วงปลายปี) ยังเป็นที่น่าผิดหวังครับ ซึ่งพลังการจับจ่ายใช้สอยของชาวสหรัฐนั้นถือว่าเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอันดับ 1 คนสหรัฐไม่ใช้เงิน เศรษฐกิจสหรัฐก็ไม่ฟื้น

ประการที่ 2 ตัวเลขการว่างงานนั้นยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ยังอยู่ในระดับ 9% กว่าๆ อันเป็นผลมาจากที่ภาคธุรกิจยังไม่กลับมาจ้างงาน

ถ้าพูดถึงภาคธุรกิจสหรัฐนั้นก็ต้องว่ากันเสียหน่อยครับ ตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา ภาคธุรกิจต่างๆ รายงานผลประกอบการเป็นบวกทั้งนั้น แต่ทว่าผลกำไรที่ได้นั้นมาจากการหั่นลดต้นทุนทั้งสิ้น ไม่ใช่จากการลงทุนใหม่ๆ ตลอดปีที่ผ่านมา มีข่าวการควบรวมกิจการกันน้อยมาก เป็นสัญญาณของการลงทุนใหม่ที่ไม่เกิดขึ้นเท่าไหร่

จึงเป็นผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคแรงงานครับ ที่การจ้างงานใหม่ๆ ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ

สรุปส่งท้ายปีเสือ คนสหรัฐยังตกงาน เศรษฐกิจสหรัฐยังฟุบอยู่

ย้ายมาที่ยุโรป ปัญหาหนี้ได้ผุดขึ้นมาเป็นปัญหาใหญ่ที่ชัดเจนที่สุดในปีนี้ อันเป็นผลมาจากการที่ยุโรปส่วนใหญ่เป็นรัฐสวัสดิการมีค่าใช้จ่ายเยอะ อีกทั้งรัฐบาลยังควักกระเป๋าอุ้มเอกชนกันมหาศาลจากช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ระเบิดขึ้นในปี 2008 ประกอบกับที่บางชาตินั้นไร้วินัยทางการคลัง วิกฤตหนี้จึงปะทุขึ้น

จากที่แรกคือกรีซ ลุกลามไปยังไอร์แลนด์แล้ว และคาดว่าในปีหน้าจะลามต่อไปยังโปรตุเกสและสเปน ปีหน้าค่าเงินยูโรจะอ่อนไหวอย่างมากที่สุดกับปัญหาหนี้ที่เกิดขึ้น และคาดว่ากระแสทุนจากยุโรป รวมทั้งสหรัฐจะไหลออกมาหาเอเชียเราอีกระลอกครับ

จีนและเอเชียต้องบอกว่า จากที่ได้รับการมองว่าเป็นดาวรุ่ง แต่เอาเข้าจริงในปีเสือที่ผ่านมานั้น เจอกับกระแสทุนจากสหรัฐเข้าไปก็ทำให้เซได้เหมือนกัน โดยเฉพาะสกุลเงินของประเทศต่างๆ ในเอเชียที่แข่งกันแข็งค่าขึ้นรายวันทีเดียว ภาวะเช่นนี้จะเกิดขึ้นต่อไปในปีหน้าต้องระวังภาคการส่งออกกันให้ดี

ส่วนจีนปีที่ผ่านมาต้องผจญกับปัญหาเงินเฟ้อรุนแรงมาทั้งปี จีนใช้สารพัดมาตรการคุมแต่ก็ยังเอาไม่อยู่ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีเดียว และใช้มาตรการให้ธนาคารกันทุนสำรองเพิ่มเพื่อควบคุมการปล่อยกู้ แต่เงินเฟ้อจีนก็ยังอยู่ในระดับหวาดเสียวที่ราวๆ 9% ครับ

เศรษฐกิจโลกปีหน้าไม่อยากให้ตั้งความหวังกันมาก ทั้งสหรัฐ ยุโรป และจีน ต่างอยู่ในสภาพที่ไม่เต็มร้อยทั้งนั้นครับ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท