
ดอกเบี้ยสหรัฐ
เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวการปรับดอกเบี้ยของจีนไปแล้ว ซึ่งตามความจริงการปรับขึ้นดอกเบี้ยของจีนนั้นไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อโลกภาพรวมเสียเท่าไหร่ เพราะอิทธิพลทางการเงินของจีนที่มีต่อเศรษฐกิจโลกนั้นยังไม่อาจจะเทียบชั้นกับกระแสทุนจากโลกตะวันตกได้
เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวการปรับดอกเบี้ยของจีนไปแล้ว ซึ่งตามความจริงการปรับขึ้นดอกเบี้ยของจีนนั้นไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อโลกภาพรวมเสียเท่าไหร่ เพราะอิทธิพลทางการเงินของจีนที่มีต่อเศรษฐกิจโลกนั้นยังไม่อาจจะเทียบชั้นกับกระแสทุนจากโลกตะวันตกได้
โดย...ธนพล ไชยภาษี
เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวการปรับดอกเบี้ยของจีนไปแล้ว ซึ่งตามความจริงการปรับขึ้นดอกเบี้ยของจีนนั้นไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อโลกภาพรวมเสียเท่าไหร่ เพราะอิทธิพลทางการเงินของจีนที่มีต่อเศรษฐกิจโลกนั้นยังไม่อาจจะเทียบชั้นกับกระแสทุนจากโลกตะวันตกได้
โดยเฉพาะสหรัฐครับ อยากให้จับตาไปที่ดอกเบี้ยของสหรัฐมากกว่า กลัวจะลืมกันว่า สหรัฐประกาศลดดอกเบี้ยมาที่ 0% มาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2008 โน่น และก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กระแสทุนในสหรัฐหลั่งไหลออกมายังตลาดต่างประเทศแบบหยุดไม่อยู่เหมือนกัน
สหรัฐจะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไหร่ คำถามนี้ตอบได้แบบไม่ยากไม่ง่าย
ไม่ยากก็คือ คงไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่นอน ส่วนไม่ง่ายก็คือว่า ไม่มีใครรู้ว่าจะขึ้นเมื่อไหร่นั่นแหละ เพราะธนาคารกลางสหรัฐไม่ได้แย้มอะไรออกมาเท่าไหร่นัก
ที่คาดว่าไม่น่าจะขึ้นเร็วๆ นี้ เพราะว่าธนาคารกลางสหรัฐกังวลอยู่กับปัญหาใหญ่ปัญหาเดียวที่ยังคงหนักอกอยู่นั่นก็คือปัญหาการว่างงาน
อัตราว่างงานของสหรัฐยังอยู่ในระดับที่เกิน 9% ครับ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ และคาดว่าจะเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกหลายเดือน อาจจะเลยไปถึงปี 2012 ด้วยซ้ำ
แม้ว่าบางกระแสจะเชื่อว่า อาจจะลดลงมาที่ราวๆ 8% ในปีหน้า แต่ก็ยากกว่าที่จะกลับไปอยู่ที่ระดับเดิมก่อนช่วงวิกฤตคือแถวๆ 5%
และที่คือปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้เฟดคงดอกเบี้ยระดับต่ำเอาไว้ ยิ่งไปกว่านั้น เฟดยังได้ใจจากที่ปัญหาเงินเฟ้อในสหรัฐนั้นยังอยู่ในระดับต่ำมาก คาดว่าอีก 12 เดือนข้างหน้าก็อาจจะเพิ่มมาที่ราว 1.2% เท่านั้น
ดังนั้น การที่สหรัฐจะคงดอกเบี้ย 0% ต่อไป ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร ซึ่งต่างจากจีนที่ต้องถูกไฟลต์บังคับจากเงินเฟ้อที่พุ่งกระฉูดต้องประกาศขึ้นดอกเบี้ยมา 2 รอบแล้วในปีนี้
เมื่อวานนี้ เว็บไซต์บลูมเบิร์กเปิดเผยผลการสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ต่อคำถามที่ว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไหร่
7 คน บอกว่า ในปีหน้า 2011 นี้แหละ เพราะเศรษฐกิจอาจจะดีขึ้นเป็นผลจากการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และอาจจะทำให้ปัญหาการว่างงานทุเลาลง
17 คน ทีเดียวบอกว่า ต้องรอไปจนถึงปี 2012 เมื่อการฟื้นตัวกลับมาแข็งแกร่งอีกหน คนเริ่มมีงานทำมากขึ้น
และมีเพียงคนเดียวที่บอกว่าจะขึ้นอีกทีในปี 2013
ดังนั้น หากอิงตามผลสำรวจของผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ ก็คาดว่าจะอยู่ในช่วงราวๆ ครึ่งหลังของปี 2011 จนถึงปี 2012 เฟดถึงจะปรับขึ้นดอกเบี้ยกันอีกครั้ง
แต่กว่าจะถึงวันนั้นไม่รู้ว่าเศรษฐกิจเอเชียจะได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยมะกัน 0% ไปถึงไหนกันแล้ว







