
ศก.ปี’54ตะวันออกมาแรงแซงจี7
โพสต์ทูเดย์ — ผลการสำรวจเชื่อเศรษฐกิจปี 2554 ตะวันออกรุ่งโรจน์ ตะวันตกยังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวต่อ
ผลสำรวจการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจในปี 2554 จัดทำโดย กัลลัฟ อินเตอร์เนชันแนล ระบุว่า อำนาจและความเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจกำลังย้ายจากทางฝั่งประเทศตะวันตก มายังประเทศตะวันออก และบรรดาประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่
ทั้งนี้ 30% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 6.4 หมื่นคน ใน 53 ประเทศทั่วโลก เชื่อมั่นว่า สภาพเศรษฐกิจในปี 2554 จะเป็นปีแห่งความรุ่งโรจน์ สวนทางกับอีก 28% ที่เชื่อว่าเศรษฐกิจจะย่ำแย่ ขณะที่อีก 42% คิดว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงจากปี 2553
“
ขณะที่ยุโรปและอเมริกาเหนือยังคงเป็นที่จับตา มีการเปลี่ยนอำนาจและความรุ่งเรืองจากตะวันตกที่เฟื่องฟูมากในช่วงศตวรรษที่ 20 ไปยังตะวันออก” รายงานผลการสำรวจดังกล่าวระบุนอกจากนี้ ในรายงานยังระบุว่า ประเทศพัฒนาแล้วยังคงต้องตะเกียกตะกายให้ประเทศของตนกลับสู่ภาวะที่ดีขึ้น แม้จะผ่านพ้นจากวิกฤตเครดิตปี 2551 มาแล้วก็ตาม
อดัม มายนอตต์ ผู้สื่อข่าวของบีบีซี ชี้ว่ามีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างความคิดเห็นของประชาชนในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (BRIC) และกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (จี7)
ผลสำรวจชี้ว่า ประชาชนในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จะมองโลกในแง่ดี และเชื่อมั่นในความสดใสของสภาพเศรษฐกิจปีหน้า ในขณะที่ประชาชนในกลุ่มประเทศมั่งคั่งจะมองภาพรวมทางเศรษฐกิจไปในทางลบ โดยอังกฤษถือเป็นประเทศที่ประชาชนรู้สึกถึงความหดหู่ และมองเศรษฐกิจในช่วง 12 เดือนข้างหน้าด้วยความวิตกกังวลมากที่สุด
ผลการสำรวจเชื่อว่า เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ บราซิล อินเดีย และจีน จะมีอัตราการขยายตัวสูงมาก ด้วยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขยายราว 10% ยกเว้นแต่เพียงประเทศรัสเซียเท่านั้น
วันเดียวกันมีรายงานของสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งให้ภาพรวมของทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในปี 2554 ว่า จะหดตัวลงถึงครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับปี 2553 โดยจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่เพียง 1.5% ขณะที่ในปีนี้อยู่ที่ 3.1%
ช่วงกลางปี ดัชนีราคาผู้บริโภคของญี่ปุ่นจะหยุดภาวะดิ่งลงอย่างที่ผ่านมา แต่ไม่ได้หมายความถึงว่า ญี่ปุ่นจะผ่านพ้นภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจไปได้
ทั้งนี้ แม้รัฐบาลญี่ปุ่นนำโดยนายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง จะพยายามแก้ไขปัญหาการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น ด้วยการอนุมัติแผนกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 58 ล้านเหรียญสหรัฐ และถือเป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจก้อนที่สองนับตั้งแต่การเข้าดำรงตำแหน่งผู้นำในเดือน มิ.ย. แต่ญี่ปุ่นก็ยังคงต้องเผชิญกับภาวะสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในปีหน้า
ตัวเลขยอดใช้จ่ายของผู้บริโภคจะลดลงด้วยในปีนี้ โดยจะอยู่ที่ราว 0.6% เท่านั้น จากเดิมที่ในปีนี้อยู่ที่ 1.5%
รัฐบาลยังคงคาดการณ์ว่า อัตราการว่างงานในประเทศจะยังคงปรับตัวอย่างช้าๆ โดยเบื้องต้นเชื่อว่า อัตราการว่างงานจะลดลงอยู่ที่ 4.7% ในช่วงราวเดือน เม.ย. จากตัวเลขปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 5.0%







