
มะกันเก็บเงินแบงก์9หมื่นล้าน
ผู้นำสหรัฐเอาจริง งัดมาตรการกวาดเงินค่าธรรมเนียมมหาศาล หวังล้างบางสถาบันการเงิน ยังไม่แยแสวิกฤต ตะลุยจ่ายเงินโบนัสอื้อซ่า
ผู้นำสหรัฐเอาจริง งัดมาตรการกวาดเงินค่าธรรมเนียมมหาศาล หวังล้างบางสถาบันการเงิน ยังไม่แยแสวิกฤต ตะลุยจ่ายเงินโบนัสอื้อซ่า
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ เดินหน้ายกเครื่องสถาบันการเงินรอบใหม่ โดยประกาศเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากสถาบันการเงินถึง 9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.97 ล้านล้านบาท) ในระยะ 10 ปี เพื่อตอบโต้ที่สถาบันการเงินต่างๆ ยังคงจ่ายเงินโบนัสจำนวนมหาศาล พร้อมประกาศลั่นจะทวงเงินทุกเหรียญที่รัฐบาลสหรัฐเคยให้ความช่วยเหลือสถาบันการเงินต่างๆ ที่เผชิญกับวิกฤต
“การที่สถาบันการเงินต่างๆ ลงทุนในภาวะเสี่ยงเพียงเพื่อหวังผลกำไรในระยะสั้น บวกกับเงินโบนัสมูลค่ามหาศาล เป็นปัจจัยที่จุดชนวนวิกฤตการเงินที่รุนแรงจนเกือบฉุดรั้งให้เศรษฐกิจของประเทศจมดิ่งสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่เป็นครั้งที่ 2” โอบามา กล่าว พร้อมเปิดเผยว่า มูลเหตุที่ตัดสินใจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจำนวนมหาศาล หลังจากที่ทราบว่าสถาบันการเงินที่รับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ ยังจ่ายโบนัสก้อนโตโดยไม่สนใจกับภาระที่ผู้เสียภาษีต้องแบกรับ
ทั้งนี้ แผนการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตั้งเป้าที่จะเรียกเก็บเงินกว่า 9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จากสถาบันการเงิน 50 แห่ง ในช่วงเวลา 10 ปีต่อจากนี้ รวมถึงสถาบันการเงินต่างประเทศที่ดำเนินธุรกิจในสหรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐบาลเปิดเผยว่า แผนการอาจขยายระยะเวลาไปถึง 12 ปี และอาจเรียกเก็บค่าธรรมได้ถึง 1.17 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.86 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นตัวเลขประเมินภาวะขาดทุนจากแผนการทุ่มงบประมาณช่วยเหลือสถาบันการเงินต่างๆ
ด้านชีลา แบร์ ประธานบรรษัทประกันเงินฝากของรัฐบาลสหรัฐ เปิดเผยกับคณะกรรมาธิการของสภาคองเกรสว่า การจ่ายเงินโบนัสก้อนโตของสถาบันการเงินและธนาคารเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ก่อให้เกิดวิกฤตการเงินโลก และเรียกร้องให้สภาคองเกรสพิจารณาปรับปรุงเงินบำเหน็จพนักงานสถาบันการเงินในรูปแบบต่างๆ ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดวิกฤตรุนแรง
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า บริษัท ซิตี้กรุ๊ป สถาบันการเงินชั้นนำที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐ อาจจ่ายเงินโบนัสให้กับพนักงานในปี 2009 ในอัตราเท่ากับปี 2008 โดยแหล่งข่าวที่เป็นพนักงานบริษัทคู่แข่งของซิตี้กรุ๊ป ระบุว่า พนักงานของซิตี้กรุ๊ปจะได้รับเงินโบนัสในรูปของเงินสดหรือหุ้น ซึ่งสามารถขายได้ในทันทีในสัดส่วน 60% ของโบนัสทั้งหมด ซึ่งเป็นระดับเงินโบนัสที่สูงมากเมื่อเทียบกับสถาบันการเงินคู่แข่ง







