posttoday
ชัยชนะบนความบอบช้ำของชาวอิตาลี

ชัยชนะบนความบอบช้ำของชาวอิตาลี

19 ธันวาคม 2553

แม้วันนี้ควันดำหนาทึบที่โขมงไปทั่วย่านธุรกิจกลางกรุงโรมจะจางหายไปแล้ว แต่เชื่อแน่ว่าประชาชนชาวอิตาลียังคงสำลักและหายใจไม่คล่อง....

แม้วันนี้ควันดำหนาทึบที่โขมงไปทั่วย่านธุรกิจกลางกรุงโรมจะจางหายไปแล้ว แต่เชื่อแน่ว่าประชาชนชาวอิตาลียังคงสำลักและหายใจไม่คล่อง....

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ไฟที่ลุกโชนในใจกลางกรุงโรมของอิตาลี เมื่อคืนวันอังคารที่ 14 ธ.ค. เสียงตะโกนสาปแช่งและก่นด่าอย่างเกรี้ยวกราดมายังนายกเทศมนตรีกรุงโรม ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคของซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี และทีมเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปดูสภาพความเสียหายครั้งประวัติศาสตร์ หลังเหตุจลาจลสิ้นสุดลง คงเป็นสัญลักษณ์แห่งความโกรธแค้นของประชาชนชาวอิตาลีนับไม่ถ้วน

ความเสียหายของรถยนต์ที่โดนทุบ สถานที่ราชการที่โดนทำลาย นั่นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความเสียหายในอิตาลีที่กำลังเกิดขึ้น

ชัยชนะบนความบอบช้ำของชาวอิตาลี

คนชุดดำ สวมหน้ากาก หรือหมวกกันน็อกที่ออกมาก่อความวุ่นวายในช่วงเย็นย่ำและค่ำคืนของการจลาจล อาจจะเทียบไม่ได้กับจำนวนของผู้คนที่ยังคงเก็บความไม่พอใจที่มีต่อรัฐบาลไว้ข้างใน และรอการตอกกลับอย่างสันติในคูหาเลือกตั้ง

แม้วันนี้ควันดำหนาทึบที่โขมงไปทั่วย่านธุรกิจกลางกรุงโรมจะจางหายไปแล้ว แต่เชื่อแน่ว่าประชาชนชาวอิตาลียังคงสำลักและหายใจไม่คล่อง ด้วยสภาพปัญหาที่คาราคาซัง งบประมาณด้านการศึกษาที่ถูกลด อัตราการว่างงานที่ยังสูง เหยื่อจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อปี 2552 ยังคงไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างถ้วนทั่ว เหยื่อภัยพิบัติที่ยังไร้ที่อยู่อาศัยยังรอคอยคำมั่นของรัฐบาลให้กลายเป็นจริง ที่จะสร้างบ้านหลังใหม่ให้

“เราไม่ได้สนุกกับการบ่อนทำลาย ที่นี่ก็คือบ้านเมืองของเราเช่นกัน แต่พวกเขาทำเหมือนเราเป็นคนโง่มาเป็นปีๆ เราจึงจำเป็นที่ทำให้เสียงของเราเป็นเสียงที่มีคนได้ยิน” ลูกา หนึ่งในผู้ก่อการจลาจล กล่าวกับผู้สื่อข่าวของไทม์ แมกกาซีน

ในทางทฤษฎีและหลักการชัยชนะของนายกฯ แบร์ลุสโคนี จากมติการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยคะแนน 314 ต่อ 311 เสียง คะแนนอาจจะมากพอที่จะต่ออายุให้ผู้นำวัย 74 ปี รายนี้ลอยลำกลับไปนั่งบนเก้าอี้นายกฯ ได้ยืนยาวขึ้นจนกระทั่งการเลือกตั้งวาระต่อไปในปี 2556

แต่แน่นอนว่าชัยชนะเพียง 3 เสียงนั้น ไม่มากพอที่จะทำให้แบร์ลุสโคนีมีอำนาจปกครองประเทศต่อไปได้

ถ้าจะมาชอนไชหาสาเหตุของการที่ทำให้เจ้าพ่อวงการสื่ออิตาลี ที่กระโดดเข้ามาเล่นการเมืองต้องเดินถึงจุดนี้ และชี้ชัดเจาะลงที่เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งยังผลให้คะแนนเสียงทางการเมืองของรัฐบาลพรรคร่วมภายใต้การนำของแบร์ลุสโคนีหดหาย และกรุงโรมลุกเป็นไฟคงเป็นเรื่องยาก หรือแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการผสมปนเปหลากมิติก่อเป็นก้อนโตของความคลางแคลงและแหนงหน่าย

ทุกอย่างเหมือนบูเมอแรงของปัญหาตลอดชีวิตบนเส้นทางการเมืองที่กำลังย้อนกลับเข้ามาปะทะ ผันมิตรกลายเป็นศัตรู แปลงศรัทธาเป็นโกรธแค้น

ในวันที่ฟ้าสว่าง บทบาทของแบร์ลุสโคนีก็สร้างคำชม ผู้นำที่เริ่มต้นชีวิตจากภาคธุรกิจรายนี้มีบทบาทสำคัญในการช่วยชีวิตสายการบินแห่งชาติของอิตาลี เจรจาบรรลุข้อตกลงกับลิเบียในเรื่องแรงงานอพยพ กระทั่งมีผู้สนับสนุนเสนอชื่อแบร์ลุสโคนีเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ สำหรับความพยายามสงบความขัดแย้งระหว่างจอร์เจียและรัสเซีย

แต่อีกด้านหนึ่ง แบร์ลุสโคนีเจ้าของสินทรัพย์มูลค่ากว่า 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ก็ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีคอร์รัปชัน ฉ้อโกงภาษี และพยายามติดสินบนผู้พิพากษาหลายต่อหลายครั้ง

ต้นปีผู้เป็นภรรยาแฉพฤติกรรมและทัศนคติของสามีที่มีต่อหญิงสาว อีกทั้งระบุว่าสามีซุกซ่อนชู้รัก พร้อมทั้งมีหญิงบริการระดับสูงออกมาระบุว่า เคยได้รับเชิญให้เข้ามางานเลี้ยงที่พักส่วนตัวของผู้นำ และมีสัมพันธ์ด้วย

เมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ จิอานฟรังโก ฟินิ ซึ่งเคยเป็นมิตรรักทางการเมือง ที่ร่วมทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่แยกตัวออกไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ และหันมาโจมตีแบร์ลุสโคนีอย่างไม่ไว้หน้า

“แบร์ลุสโคนีต้องการที่จะครองอำนาจต่อไป ก็เพื่อเลี่ยงการตัดสินของศาล” ฟินิ วิจารณ์อดีตมิตร

บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นผลมาจากมุมมองทางการเมืองของชาวอิตาลีที่แปรผัน แต่เป็นเพราะผลจากตัวบุคคล สิ่งที่ก่อขึ้นเอง

แม้ในขณะนี้แบร์ลุสโคนีไม่ได้ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า ด้วยการรักษาแผลและฟื้นมิตรสมาชิกพรรคร่วมที่กระเด็นไปอยู่กับฝ่ายค้านให้กลับมาทำงานเคียงข้างกันอีกครั้ง หรือเจรจาดึงเอาพรรคฝ่ายค้านมาเสริมเสถียรภาพรัฐบาล แต่นั่นย่อมหมายถึงปัญหาสารพัดที่อิตาลีกำลังเผชิญกำลังได้รับการซื้อเวลา รอเวลาออกไปก่อน แตะถ่วงปัญหา อย่างน้อยก็รอจนกว่าจะสามารถแก้ไขความไม่มั่นคงทางการเมืองให้เสร็จสิ้นก่อน

อิตาลี ซึ่งเป็นหนึ่งประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) และใช้เงินยูโร แต่ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในอิตาลีไม่ได้อยู่บนเงื่อนไขและรูปแบบเดียวกับความวุ่นวายในประเทศกรีซ สเปน และอังกฤษ ที่ล้วนต้นตอมาจากมาตรการรัดเข็มขัด เพื่อบรรเทาปัญหาหนี้สาธารณะที่เบ่งบาน เติบโตแซงหน้าตัวเลขจีดีพี

ประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ในยุโรปส่วนมากครั้งหนึ่งเศรษฐกิจในประเทศเฟื่องฟูมาก และกลับมาหดตัวในช่วงไม่กี่ปีมานี้ จนกลายเป็นปัญหา แต่สภาพเศรษฐกิจของอิตาลีชะลอตัวมาเป็น 10 ปี จนเป็นเรื่องปกติ มาตรการรัดเข็มขัดเป็นเรื่องที่ทำอยู่เป็นเนืองนิตย์

สิ่งที่ทำให้ประชาชนรู้สึกโกรธแค้น ไม่ใช่เพราะมาตรการดังกล่าว แต่เป็นความรู้สึกสูญเสียโอกาสในหลายๆ เรื่อง
ความรู้สึกที่ฝังอยู่ในการดำรงชีวิตของชาวอิตาลี คือ ได้ไม่คุ้มเสีย

ความหวังที่ฝากฝังไว้กับผู้นำก็ไม่ได้รับการแก้ไขเป็นแรมปี

ประชาชนสัมผัสได้ถึงผลตอบแทนที่ไม่คุ้มกับสิ่งที่ต้องจ่ายให้กับรัฐ ผ่านระบบกลไกทางภาษี ทั้งที่อิตาลีเป็นประเทศที่มีระดับอัตราการจัดเก็บภาษีที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยภาระภาษีของอิตาลีคิดเป็น 43% ของตัวเลขจีดีพี ตามหลังบรรดาประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยแนวทางรัฐสวัสดิการ ทุกคนมีหลักประกันในเรื่องปัจจัยพื้นฐานของชีวิตอย่างเสมอภาพ อย่างในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย อาทิ สวีเดนและเดนมาร์ก เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ปัจจุบันกองทุนสนับสนุนเพื่อการศึกษาของโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ถูกหั่นงบอย่างมหาศาล จนทำให้สถาบันการศึกษาของรัฐบางแห่งมีอัตราการเล่าเรียนสูงกว่าสถาบันการศึกษาของเอกชนเสียอีก สวนทางกับอัตราการจ้างงานของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในประเทศที่ต่ำที่สุดเป็นอันดับสองในยุโรป โดยประชาชนที่อายุระหว่าง 15-24 ปี เพียง 21.7% เท่านั้น ที่มีโอกาสมีงานทำ ในขณะที่ตัวเลขเฉลี่ยของอัตราการจ้างงานของคนกลุ่มนี้ในยุโรปอยู่ที่ 40.2% มากกว่าอิตาลีถึง 2 เท่า

หนึ่งในผู้ประท้วงให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกับไทม์ว่า คนหนุ่มสาวชาวอิตาลีหางานทำได้ยากมาก และไม่มีรายได้พอที่จะเลี้ยงตัวเอง ดังนั้นวัยรุ่นจำนวนไม่น้อยที่รู้สึก|สะอิดสะเอียนกับรายงานข่าวที่เปิดเผยว่า แบร์ลุสโคนี ผู้เป็นมหาเศรษฐีในวงการสื่อของอิตาลี การเสนอเงินและงานให้กับนักการเมืองฝ่ายค้านแลกกับเสียงโหวตในสภา

“การเป็นนักการเมืองเป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุด ที่จะเปลี่ยนตัวเองเป็นคนรวยได้” ลูกา กล่าวกับไทม์

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งเชื่อว่าอิตาลีจะมีการเลือกตั้งภายในปี 2554 นี้

บททดสอบของแบร์ลุสโคนีครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นอย่างกระชั้นชิดไม่น้อย จนอาจจะทำให้คริสต์มาสและปีใหม่นี้ แบร์ลุสโคนีเจ้าพ่อปาร์ตี้ อาจจะไม่สนุกกับปาร์ตี้เท่าที่ควร เพราะหลังจากช่วงปีใหม่ศาลรัฐธรรมนูญอาจจะคว่ำกฎหมายคุ้มครองนายกฯ และรัฐมนตรีคนอื่นๆ จากคดีคอร์รัปชันและฉ้อโกงภาษี นั่นจึงเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย ที่ปลายทางอาจจะหมายถึงการเลือกตั้งครั้งใหม่

แม้เวลานี้ชาวอิตาลีที่ฟูมฟักความโกรธแค้นไว้จนพอกพูน อาจจะไร้ทางเลือก แต่คงไม่นานเกินไปที่จะรอ

กระนั้นก็ดี ลอรา คิสส์ คอลัมนิสต์ของ La Repubblica หนังสือพิมพ์หัวใหญ่ของอิตาลี ตั้งข้อสังเกตผ่านบทความชิ้นหนึ่งไว้ว่า ความเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นจะไม่มีความหมาย หรือเป็นไปไม่ได้ที่จะปรากฏขึ้น ถ้าชาวอิตาลียังคงขาดวินัยและสำนึกของการเคารพกฎระเบียบทางสังคมและกรอบของกฎหมาย เพิกเฉยต่อพฤติกรรมการคอร์รัปชัน หรือกลุ่มมาเฟียผู้มีอิทธิพล
ในช่วงที่ประเทศตกอยู่ในภาวะที่ต้องตะกุยตะกายให้พ้นจากการดูดกลืนของโคลนตม หรือทรายดูด สิ่งที่ทุกคนอยากเห็นมากที่สุดคงเป็นความเป็นผู้นำ และความรู้สึกที่จะหลอมรวมเป็นหนึ่งและร่วมผ่านพ้นไปด้วยกัน

ทว่าเมื่อผู้นำยังฟังเสียงความเชื่อมั่นใจที่มีอยู่ในตัวมากกว่าเสียงของประชาชน เกมการเมืองที่มีประเทศและปากท้องของประชาชนเป็นตัวประกัน จึงเป็นชัยชนะบนความบอบช้ำ

ชัยชนะที่ไม่ใช่เพียงไร้เงาผู้ชนะอย่างแท้จริง มีเพียงผู้ได้รับบาดเจ็บ บอบช้ำ ซึ่งแลกมาด้วยวิกฤตความเสียหายภายในประเทศอย่างสาหัส

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย