
ออสซีโดดป้องเจ้าพ่อวิกิลีกส์ โบ้ยสหรัฐเกลือเป็นหนอนเอง
โพสต์ทูเดย์
— ออสซีกลับลำออกโรงป้องจูเลียน เอสแซงก์ ไม่ผิด ย้ำสหรัฐพลาดเกลือเป็นหนอน ขณะที่เจ้าตัวคัดค้านไม่ไปสวีเดนเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. เควิน รัดด์ รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวตำหนิสหรัฐว่า การรั่วไหลของข้อมูลลับแสดงให้เห็นถึงความหละหลวมในมาตรการป้องกันของสหรัฐ และจูเลียน เอสแซงก์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์จอมแฉอย่างวิกิลีกส์ ซึ่งนำข้อมูลเหล่านี้มา เผยแพร่ก็เป็นเพียงผู้ส่งข้อความสู่สาธารณะต่อเท่านั้น ไม่ใช่ผู้ที่ลงมือโจรกรรมข้อมูลจากสหรัฐโดยตรง ซึ่งสหรัฐมีหน้าที่ต้องค้นหาตัวการมาลงโทษให้ได้เอง
ทั้งนี้ ต้นกำเนิดของแหล่งข้อมูลลับยังคงเป็นปริศนา แม้ว่าทางการสหรัฐจะได้จับกุมตัวแบรดลีย์ มุนน์นิง นายทหารฝ่ายวิเคราะห์ในอิรัก ที่ได้ดาวน์โหลดข้อมูลของทางการกว่า 1.5 แสนฉบับโดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่สหรัฐต่างปิดปากเงียบ และไม่มีการยืนยันใดๆ ว่าเอกสารที่มุนน์นิงได้ไปนั้น เป็นฉบับเดียวกันกับที่เผยแพร่ออกสู่สาธารณชนหรือไม่
ด้าน มาร์ก สตีเฟนส์ ทนายความประจำตัวของเอสแซงก์ เปิดเผยว่า เอสแซงก์ซึ่งถูกจองจำอยู่ในอังกฤษนั้น ยังคงสบายดีและให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมคัดค้านไม่ยินยอมให้ส่งตัวไปยังสวีเดน โดยทางทนายจะยื่นเอกสารขอประกันตัวต่อไป ทั้งนี้ จูเลียน เอสแซงก์ มีกำหนดการขึ้นให้การในศาลอีกครั้งในวันที่ 14 ธ.ค.นี้
บทความแสดงความคิดเห็นบนหนังสือพิมพ์เดอะออสเตรเลียนของรูเพิร์ต เมอร์ด็อกช์ ได้เผยแพร่บทความของเอสแซงก์ที่เขียนแสดงความรู้สึกไว้ว่า วิกิลีกส์สมควรได้รับการปกป้อง ไม่ใช่โดนโจมตี เนื่องจากสิ่งที่วิกิลีกส์กระทำก็เหมือนกับสื่อมวลชนทั่วไปที่นำความจริงอันกระอักกระอ่วนออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชน
ก่อนหน้านี้ เอสแซงก์ได้เคยเขียนบรรยายถึงการกระทำของเจ้าตัวว่า คีธ เมอร์ด็อกช์ บิดาของรูเพิร์ต ก็เคยเผยแพร่ข้อมูลการเสียชีวิตโดยเปล่าประโยชน์ของทหารออสเตรเลียภายใต้การนำของอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ขณะเผชิญหน้ากับทหารตุรกีมาแล้วเช่นกัน
ทั้งนี้ แม้ว่าเอสแซงก์จะอยู่ในห้องคุมขัง แต่ทางด้านโฆษกของเว็บไซต์วิกิลีกส์ก็ยังคงยืนยันว่าจะดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลลับของทางการสหรัฐต่อไป
ด้าน ดาร์ล บิลด์ต รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสวีเดน กล่าวย้ำว่า สวีเดนพร้อมให้ความเป็นธรรมกับเอสแซงก์ อีกทั้งข้อหาที่จับกุมตัวเอสแซงก์ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับกรณีวิกิลีกส์ รวมถึงระหว่างสหรัฐกับสวีเดนไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกันด้วย ดังนั้นจะไม่มีการส่งตัวเอสแซงก์ไปยังสหรัฐถ้าหากเอสแซงก์ถูกดำเนินคดีที่สวีเดน







