
จอมแฉสะท้านโลก
เดอะ นิวยอร์กเกอร์ นิตยสารชั้นนำของโลกเรียกเว็บไซต์นี้ว่า "เครือข่ายข้อมูลข่าวกรองประชานิยม" นิตยสารไทม์เสนอชื่อผู้ก่อตั้งเว็บไซต์นี้ให้เป็นบุคคลแห่งปี โดยยกย่องให้เป็น "นักเปิดโปงสายพันธุ์ใหม่แห่งยุคดิจิตอล"
เดอะ นิวยอร์กเกอร์ นิตยสารชั้นนำของโลกเรียกเว็บไซต์นี้ว่า "เครือข่ายข้อมูลข่าวกรองประชานิยม" นิตยสารไทม์เสนอชื่อผู้ก่อตั้งเว็บไซต์นี้ให้เป็นบุคคลแห่งปี โดยยกย่องให้เป็น "นักเปิดโปงสายพันธุ์ใหม่แห่งยุคดิจิตอล"
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
เปิดปูมเจ้าพ่อแฉออนไลน์ WikiLeaks ฮีโร่หรือตัวร้าย?
เดอะ นิวยอร์กเกอร์ นิตยสารชั้นนำของโลกเรียกเว็บไซต์นี้ว่า "เครือข่ายข้อมูลข่าวกรองประชานิยม" (Populist intelligence network) นิตยสารไทม์เสนอชื่อผู้ก่อตั้งเว็บไซต์นี้ให้เป็นบุคคลแห่งปี โดยยกย่องให้เป็น "นักเปิดโปงสายพันธุ์ใหม่แห่งยุคดิจิตอล"
กระทรวงกลาโหมและทำเนียบขาวของสหรัฐประณามว่า การเปิดเผยข้อมูลลับสุดยอดด้านข่าวกรอง เป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบและบั่นทอนความมั่นคงของโลก
ฟากรัฐบาลอิหร่านเตือนมิให้หลงกลกับข้อมูลที่หลุดจากเว็บไซต์นี้ เพราะมันอาจเป็นหลุมพรางของศัตรูในซีกโลกตะวันตกไม่ว่าจะนิยามเว็บไซต์วิกิลีกส์ (WikiLeaks)ว่าอย่างไร ขณะนี้ทั้งเว็บไซต์และจูเลียน เอสแซงก์ ผู้ก่อตั้งเว็บอื้อฉาว ได้กลายเป็นกระแสที่ชาวโลกโจษจันกันมากที่สุด
ในขณะที่วิกิลีกส์กำลังทำหน้าที่เปิดเผยข้อมูลลับสุดยอดให้ชาวโลกได้รับทราบท่ามกลางความโกลาหลของรัฐบาลต่างๆ ที่มิปรารถนาจะให้สาธารณชนรับทราบข้อมูลอันเป็นอันตรายต่อความมั่นคง และข้อมูลที่เปิดเผยถึงพฤติกรรมน่าขายหน้าของผู้บริหารประเทศ แต่ชาวโลกหรือแม้กระทั่งรัฐบาลที่ตกเป็นเหยื่อการเปิดโปงโดย จูเลียน เอสแซงก์ กลับทราบตื้นลึกหนาบางของผู้ชายคนนี้เพียงเล็กน้อย
สำหรับข้อมูลดิบเกี่ยวกับเอสแซงก์เป็นที่ทราบกันว่าเกิดที่เมืองทาวน์สวิลล์ รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อปี 1971 ปัจจุบันมีอายุ 39 ปี ผ่านการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียหลายแห่งและหลายวาระ
มีความสนใจด้านคณิตศาสตร์และการเข้ารหัสอิเล็กทรอนิกส์ อันจะเป็นรากฐานให้กับทักษะทางคอมพิวเตอร์เป็นเลิศ จนสามารถล้วงข้อมูลได้จากทั่วทุกมุมโลก
แม้จะทราบข้อมูลดิบไม่น้อย แต่แรงขับเคลื่อนลึกๆ ที่ทำให้ เอสแซงก์ ลงมือเปิดโปงข้อมูลมากมายมหาศาลคืออะไร และเหตุใดผู้ชายคนนี้จึงบ้าระห่ำ กล้าท้าทายกระทั่งรัฐบาลสหรัฐผู้ผูกขาดฐานะ "เจ้าโลก"
คริสทีน เอสแซงก์ แม่ของจูเลียน เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์เฮอรัลด์ ซัน ของออสเตรเลียว่าแม้จะเลี้ยงดูจูเลียนโดยไม่อิงกับคำสอนของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง แต่สามารถรู้สึกได้ตั้งแต่ยังเยาว์วัยว่า จูเลียน เอสแซงก์ มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะทำในสิ่งที่เจ้าตัวเห็นว่าเป็นความยุติธรรม
"เขาเป็นเด็กที่น่ารัก เป็นคนที่มีความรู้สึกไวมาก เป็นมิตรกับสัตว์ เงียบขรึม แต่ก็มีอารมณ์ขันแบบแสบๆ" ผู้เป็นแม่ กล่าว ที่สำคัญก็คือ เอสแซงก์ ยังเป็นคนที่ "ฉลาดเป็นกรด" เหมือนเดิมดังที่แม่ของเขาให้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ หาไม่แล้วจะไม่สามารถแฮกข้อมูลลับจากแหล่งเก็บซ่อนที่แข็งแกร่งและซับซ้อนที่สุดได้โดยง่าย ก่อนหน้านี้เจ้าตัวยังเคยแฮกข้อมูลจากบริษัท นอร์เทล แต่คำบรรยายบางอย่างเกี่ยวกับตัวจูเลียนเอสแซงก์ เมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้วอาจล้าสมัยเกินไป เมื่อเทียบกับสถานการณ์อันซับซ้อนที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่รัฐบาลทั่วโลกกำลังตามล่าตัวชายผู้นี้ โดยหมายจับขององค์กรตำรวจสากล(อินเตอร์โปล) พร้อมๆ ที่กับที่โครงสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศต่างๆ สั่นคลอนอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์จะซับซ้อนยิ่งขึ้นยังมีทัศนะของจูเลียน เอสแซงก์ อย่างหนึ่งที่ยังไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือความเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ตัวเขาทำอยู่นั้นเป็นความถูกต้อง และสิ่งที่ทำลงไปมีเจตนาเพื่อส่งเสริมการแสดงความเห็นอย่างเสรี
เอสแซงก์เคยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ว่า วิกิลีกส์ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือที่สุด เพราะเปิดเผยแหล่งข้อมูลชั้นต้นและวิเคราะห์ที่อิงกับข้อมูลชั้นต้นขณะที่องค์กรอื่นๆ ไม่น่าเชื่อถือเท่า
"บทบาทของผมคือการเป็นเหมือนสายฟ้าฟาด เป็นบทบาทที่ยาก อีกทั้งผมยังไม่ได้รับเครดิตแต่อย่างใด" เอสแซงก์ กล่าว แม้สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นจะตั้งข้อสังเกตว่าเอสแซงก์มีบุคลิกที่เก็บงำและสงวนท่าทีได้ง่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเอ่ยถึงชีวิตส่วนตัว เช่นคดีล่วงละเมิดทางเพศที่ทำให้เขาตกเป็นผู้ต้องหาในสวีเดนและถูกหมายจับทั่วโลก แต่คำสัมภาษณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นใจตนเอง และนิสัยลึกๆ ของชายคนนี้
ทั้งนี้ เอสแซงก์ ยังเคยทำงานร่วมกับนักการเมืองและนักเคลื่อนไหวชาวไอซ์แลนด์เพื่อผลักดันกฎหมายการแสดงความเห็นอย่างเสรี ในช่วงเวลาที่เจ้าตัวเริ่มเผยแพร่เอกสารลับทางทหารเกี่ยวกับสงครามในอิรัก
นิตยสารเดอะ นิวยอร์กเกอร์ เป็นสื่อเพียงไม่กี่รายที่เอสแซงก์เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเองมากที่สุด ในบทสัมภาษณ์ที่ตีพิมพ์ฉบับเดือน ก.ค.ปีนี้ ในช่วงเวลาเดียวกับที่รัฐบาลสหรัฐกำลังเต้นไม่เป็นส่ำกับการเปิดเผยเอกสารลับเกี่ยวสงครามในอัฟกานิสถานถึง 9 หมื่นชิ้นจนกลายเป็นการล้วงข้อมูลด้านข่าวกรองครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ
"ทุกวันนี้ผมอาศัยอยู่ตามสนามบิน" เอสแซงก์ กล่าวกับเดอะ นิวยอร์กเกอร์ พร้อมระบุว่า วิกิลีกส์จะดำรงอยู่ในทุกแห่งที่เขาเดินทางไป ซึ่งหมายถึงการใช้ความซับซ้อนของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการหลบเลี่ยงการโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม
โดยในระหว่างที่ทำการสัมภาษณ์นั้น เอสแซงก์กำลังดำเนินการ Project B ซึ่งเป็นการเผยแพร่ภาพวิดีโอ ขณะที่เฮลิคอปเตอร์อาปาเชของสหรัฐสังหารพลเรือนชาวอิรักถึง18 คน รวมถึงผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์ส เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นกลุ่มติดอาวุธ ซึ่งการเผยวิดีโอดังกล่าวสร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก และทำให้วิกิลีกส์ อยู่ในความสนใจของสาธารณชนนับแต่นั้น
คำตอบของเอสแซงก์ต่อนิตยสารเดอะนิวยอร์กเกอร์ ในครั้งนั้น ยังคงเป็นจริงต่อมาอีกหลายเดือน จนกระทั่งล่าสุดมีการปกปิดแหล่งกบดานของเขา เพราะเกรงว่าอาจตกเป็นเป้าสังหารของฝ่ายที่ไม่พอใจกับการกระทำอันอุกอาจของวิกิลีกส์
อย่างไรก็ตาม แม้เอสแซงก์จะต้องหลบลี้หมายจับและการลอบสังหาร และในฐานะที่เป็นหัวเรือใหญ่ของ "ปฏิบัติการแฉ" ครั้งต่างๆอาจทำให้กิจกรรมของเว็บไซต์ต้องพลอยสั่นสะเทือน แต่วิกิลีกส์ได้กลายเป็นเครือข่ายที่กว้างขวางจนยากจะขจัดได้ เพียงแค่ลั่นไกสังหารตัวการใหญ่
ขณะนี้มีอาสาสมัครนับร้อยคนจากทั่วโลกช่วยดูแลเว็บไซต์วิกิลีกส์ ด้วยโครงสร้างการปฏิบัติการที่ซับซ้อนทางเทคโนโลยี และจะติดต่อกันด้วยระบบเข้ารหัสออนไลน์ระหว่างสมาชิกหลักซึ่งมีอยู่ราว 3-5 คน ทำให้เครือข่ายนี้มีความยืดหยุ่นและเคลื่อนไหวคล้ายหน่วยจู่โจมสายฟ้าแลบสมกับที่เอสแซงก์เคยเปรียบตัวเองว่าเป็นเสมือนสายฟ้าฟาด!
จูเลียน เอสแซงก์ ไม่เพียงให้กำเนิดวิกิลีกส์เท่านั้น แต่ยังได้ให้กำเนิดขบวนการเครือข่ายแฉเชิงประชานิยมที่ใหญ่ที่สุดเครือข่ายหนึ่งของโลก และมีทีท่าว่าจะขยายตัวต่อไปไม่สิ้นสุด
ไม่ว่า จูเลียน เอสแซงก์ จะอยู่ในฐานะวีรบุรุษแห่งความโปร่งใส หรือในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน เป็นนักข่าวสายพันธุ์ใหม่ หรือแฮกเกอร์ไร้คุณธรรม
วันนี้เขาได้กลายเป็นหนึ่งใน "เซเลบ" ที่น่าหวาดหวั่นที่สุดคนหนึ่งในสายตาของรัฐบาลทั่วโลกไปเรียบร้อยแล้ว







