posttoday
เจาะท่อน้ำเลี้ยงโสมแดงในแดนศัตรู

เจาะท่อน้ำเลี้ยงโสมแดงในแดนศัตรู

28 พฤศจิกายน 2553

อาจเป็นไปได้ที่รัฐบาลเกาหลีเหนือเริ่มรู้สึกถึงภาวะสั่นคลอนเช่นเดียวกันพลพรรคในญี่ปุ่น จึงแสวงหาทางออกเพื่อธำรงความยิ่งใหญ่ของตระกูลคิมให้นานที่สุด และการถล่มเกาหลีใต้เพื่อปลุกเร้ากระแสความเชื่อมั่นในตัวผู้นำจึงเกิดขึ้น

อาจเป็นไปได้ที่รัฐบาลเกาหลีเหนือเริ่มรู้สึกถึงภาวะสั่นคลอนเช่นเดียวกันพลพรรคในญี่ปุ่น จึงแสวงหาทางออกเพื่อธำรงความยิ่งใหญ่ของตระกูลคิมให้นานที่สุด และการถล่มเกาหลีใต้เพื่อปลุกเร้ากระแสความเชื่อมั่นในตัวผู้นำจึงเกิดขึ้น

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

เกาหลีเหนือนับเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ด้วยรายได้ต่อหัวเพียง 1,900 เหรียญสหรัฐ ไม่แต่เท่านั้น เกาหลีเหนือยังเผชิญกับภาวะอดอยากยืดเยื้อ ด้วยยอดผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคน เมื่อครั้งเผชิญกับวิกฤตความแห้งแล้งและอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดเมื่อทศวรรษที่ 90

ทว่า ในขณะเดียวกัน เกาหลีเหนือเป็นประเทศที่ทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับการพัฒนาแสนยานุภาพทางการทหาร ไม่เพียงกองกำลังทหารประจำการสูงถึง 1.21 ล้านคน ซึ่งนับเป็นจำนวนสูงสุดเป็นอันดับที่ 5 ของโลกเท่านั้น แต่กองทัพเกาหลีเหนือ หรือในชื่ออย่างเป็นทางการว่า กองทัพประชาชนเกาหลี (KPA) ยังได้รับงบประมาณถึงปีละกว่า 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อยู่ที่เพียง 2.62 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จากการประเมินเมื่อปี 2551

งบประมาณด้านกลาโหมของเกาหลีใต้แม้นจะมากมายมหาศาลไม่แพ้กัน (ที่ราว 2.55 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ) แต่ยังนับว่าห่างชั้นกับเกาหลีเหนือ หากวัดกันที่สัดส่วนของ GDP
จึงไม่น่าประหลาดใจที่เกาหลีเหนือจะแสดงให้ชาวโลกได้ประจักษ์ถึงความฮึกเหิม และความยิ่งใหญ่ทางทหารของตนอยู่เสมอมา ส่วนหนึ่งนั้นก็เพื่อย้ำกับเกาหลีใต้ว่า แม้ฝ่ายเหนือพร้อมที่จะบดขยี้ศัตรูได้ทุกเวลา ด้วยแสนยานุภาพและฐานะของประเทศที่เหนือกว่า

 

เจาะท่อน้ำเลี้ยงโสมแดงในแดนศัตรู

แม้จะผลาญงบประมาณด้านกลาโหมบนความวอดวายของสวัสดิการชีวิตของประชาชน แต่แท้จริงแล้วชาวเกาหลีเหนือส่วนใหญ่ยังหลงเข้าใจว่าประเทศของตนเลอเลิศที่สุด ส่วนเกาหลีใต้นั้นจมปลักอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐ

ไม่เฉพาะแต่ชาวเกาหลีเหนือบนแผ่นดินเกาหลีเหนือเท่านั้นที่คิดเช่นนั้น แต่ยังมีชาวเกาหลีพลัดถิ่นอีกหลายแสนคนที่เชื่อว่า เกาหลีเหนือคือ “ประเทศเกาหลีที่แท้จริง”

คนกลุ่มนี้พำนักอยู่ในญี่ปุ่น ประเทศที่เกาหลีเหนือยังมองเป็นศัตรูอยู่กลายๆ แต่ในเวลาเดียวกันเกาหลีพลัดถิ่นคนกลุ่มนี้ยังคอยเป็น “ท่อน้ำเลี้ยง” ที่คอยป้อนเงินมหาศาลอุดหนุนกิจการของรัฐและทางทหารไปถึงกรุงเปียงยาง

นับเป็นความลักลั่นอย่างยิ่งที่เกาหลีเหนือมักใช้ญี่ปุ่นเป็นเป้าล่อขีปนาวุธของตน แต่แล้วกลับใช้ญี่ปุ่นเป็นฐานระดมเงินเพื่อนำงบประมาณมาใช้พัฒนาอาวุธอันร้ายกาจ

ทั้งนี้ ชาวเกาหลีพลัดถิ่นในญี่ปุ่นมีจำนวนสูงถึง 9.01 แสนคน มีทั้งชาวเกาหลีที่อพยพหรือถูกกวาดต้อนมาอยู่ที่แดนอาทิตย์อุทัยตั้งแต่สมัยที่เกาหลีตกเป็นเมืองขึ้นของญี่ปุ่น และอีกส่วนหนึ่งเป็นชาวเกาหลีรุ่นใหม่ที่เดินทางมาประกอบอาชีพในญี่ปุ่น

ในจำนวนนี้ เป็นชาว “ไซนิจิ โคเรียน” (Zainichi Koreans) หรือชาวเกาหลีพลัดถิ่นที่มิได้ถือสัญชาติญี่ปุ่นถึง 6.1 แสนคน และในบรรดา “ไซนิจิ โคเรียน” ยังแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ “มินดัน” (Mindan) หรือชาวเกาหลีพลัดถิ่นที่นิยมเกาหลีใต้ และ “จงเรียน” (Chongryon) ที่นิยมเกาหลีเหนือ

กลุ่มหลังแม้จะมีสัดส่วนที่น้อยกว่าที่ 25% (มินดันสูงถึง 65%) แต่นับเป็นกลุ่มที่ทรงอิทธิพลไม่น้อย อีกทั้งยังนิยมเกาหลีเหนืออย่างสุดหัวใจ จนกระทำการอันเหนือความคาดหมายและละเมิดต่อกฎหมายญี่ปุ่นและนานาประเทศบ่อยครั้ง

กลุ่มจงเรียน มีการจัดตั้งเป็นองค์กรที่เหนียวแน่นมาก โดยมีสำนักงานใหญ่ที่ในย่านชิโยดะ ในกรุงโตเกียว อีกทั้งยังมีสาขาย่อยอยู่ทั่วญี่ปุ่น โดยที่ประธานของกลุ่มยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกของสภาประชาชนสูงสุด หรือรัฐสภาของเกาหลีเหนือ นอกจากนี้สำนักของจงเรียน ยังถือเป็นสถานทูตของเกาหลีเหนือในญี่ปุ่นในทางพฤตินัยอีกด้วย

อุดมการณ์ของกลุ่มจงเรียนลอกแบบมาจากอุดมการณ์ทางการเมืองของเกาหลีเหนือทุกกระเบียด โดยถือหลักการ “จูเช” ที่ริเริ่มโดยคิมอิลซอง ผู้นำคนแรกของเกาหลีเหนือ ซึ่งหลักการนี้ มีแก่นหลักอยู่ที่ “อิสรภาพของเกาหลี” และ “การพึ่งพาตนเอง” อีกทั้งยังคัดค้านการกลืนชาวเกาหลีเข้าสู่กระแสสังคมญี่ปุ่น ต่างจากกลุ่มมินดัน ที่ถือแนวทางทุนนิยมเสรีแบบเกาหลีใต้ และเข้ากับสังคมญี่ปุ่นได้ง่ายกว่า

อุดมการณ์นี้ยังส่งทอดไปถึงสมาชิกจงเรียนรุ่นใหม่ ที่เข้าศึกษาในโรงเรียนเฉพาะกลุ่มนิยมเกาหลีเหนือ ซึ่งมีอยู่ราว 60 แห่งทั่วญี่ปุ่น รวมถึงมหาวิทยาลัยอีก 1 แห่ง ซึ่งเน้นหนักในการเชิดชูอุดมการณ์และความภักดีต่อ คิมอิลซอง และคิมจองอิล ผู้นำคนปัจจุบันของเกาหลีเหนือ การเรียนการสอนใช้ภาษาเกาหลีและหลักสูตรเดียวกับที่สอนในกรุงเปียงยาง สภาพของโรงเรียนจึงเข้มงวดไม่ต่างจากโรงเรียนที่มีแนวทางกึ่งการศึกษากึ่งหลักสูตรทหารในเกาหลีเหนือ

กล่าวโดยสรุปก็คือ สิ่งที่กลุ่มจงเรียนกำลังกระทำอยู่ คือการสร้างสังคมอุดมคติแบบเกาหลีเหนือในแผ่นดินของศัตรูนั่นเอง!

อุดมคตินี้ฝังในจิตสำนึกแรงกล้า จนกระทั่งเกาหลีพลัดถิ่นบางคนถึงกับ “โปร” โสมแดงสุดขีด บางคนยังเป็นถึงนักกีฬาทีมชาติในสังกัดโสมแดงทั้งที่เกิดในญี่ปุ่น ดังเช่น จองแทเซ และ อันยองฮัก 2 นักฟุตบอลทีมชาติเกาหลีเหนือที่ร่วมชิงชัยในฟุตบอลโลก 2010

ไม่เพียงเท่านั้น กลุ่มจงเรียน ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการอัดฉีดเม็ดเงินสนับสนุนรัฐบาลเกาหลีเหนือ ทว่าเงินที่ได้มานั้น มักแฝงเร้นไว้ด้วยที่มาที่ดำมืด

เป็นที่ทราบกันโดยเปิดเผยว่า กลุ่มจงเรียนควบคุมอุตสาหกรรมปาจิงโกะ หรือเครื่องเล่นพนันอย่างถูกกฎหมายของญี่ปุ่นในสัดส่วนสูงถึง 1 ใน 3 รายได้จากอุตสาหกรรมนี้กลายเป็นรายได้ในรูปของสกุลเงินต่างประเทศที่ส่งให้กับรัฐบาลเกาหลีเหนือด้วยมูลค่าสูงถึง 600-1,900 ล้านเหรียญสหรัฐ ในแต่ละปี ซึ่งมากพอๆ กับงบประมาณทางทหารสำหรับกองทัพโสมแดง

ไม่เพียงเท่านั้น จงเรียน ยังมีรายได้จากการทำธุรกิจผิดกฎหมายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งกองทุนล่อลวงนักลงทุนชาวญี่ปุ่น การลักลอบขนยาเสพติดไปจนถึงการปลอมแปลงบัญชี และหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งกรณีหลังเกิดขึ้นบ่อยครั้ง หลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่น ยุติมาตรการงดเว้นภาษีให้กับกลุ่มจงเรียน

นอกจากนี้ ยังมีการติดสินบนข้าราชการระดับสูง เพื่อเกื้อหนุนธุรกิจของกลุ่มนิยมเกาหลีเหนือ ดังเช่นกรณีที่มีการเปิดเผยกันว่า อดีตผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองความมั่นคงสาธารณะของญี่ปุ่น รับเงินจากกลุ่มจงเรียนถึง 30 ล้านเยน

แม้จะทราบถึง “ที่มา” อันมีมลทินของรายได้จากกลุ่มจงเรียน แต่เพิ่งไม่นานมานี้เองที่มีการเปิดเผยถึง “ที่ไป” ของเงินมหาศาล

ในปี 2003 ผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือได้ยื่นแถลงการณ์ต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาสหรัฐ โดยเปิดเผยว่า กว่า 90% ของงบประมาณที่เกาหลีเหนือนำไปใช้พัฒนาขีปนาวุธ ขนส่งมาจากญี่ปุ่นผ่านเรือเฟอร์รี “มันเคียงบง-92” ซึ่งเป็นเรือเฟอร์รีที่ดำเนินการโดยกลุ่มจงเรียน เชื่อมต่อระหว่างท่าเรือนีงาตะของญี่ปุ่น กับท่าเรือวอนซาน ของเกาหลีเหนือ

ปัจจุบันเรือเฟอร์รี สายนี้ยุติการดำเนินการโดยสิ้นเชิงแล้ว เนื่องจากความเกี่ยวพันกับโครงการขีปนาวุธ ทว่า คำสั่งระงับการเดินเรือสร้างความไม่พอใจต่อกลุ่มจงเรียนและเกาหลีเหนืออย่างยิ่ง เนื่องจากเรือสายนี้ ถือเป็นการคมนาคมโดยตรงเพียงสายเดียว ที่ขนถ่ายสมาชิกและความช่วยเหลือจากญี่ปุ่นสู่แผ่นดินโสมแดง

ต่อมาในปี 2006 ตำรวจญี่ปุ่นบุกค้นสำนักงานใหญ่ของกลุ่มจงเรียนในกรุงโตเกียว เพื่อสอบสวนกรณีที่มีการตรวจพบขบวนการพยายามลักลอบนำสารละลาย IV หรือ Intravenous จำนวน 60 ถุงเข้าเกาหลีเหนือ โดยสารดังกล่าวซุกซ่อนอยู่บนเรือ “มันเคียงบง-92” ทว่า กลุ่มจงเรียนปฏิเสธความเกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ตำรวจญี่ปุ่นและประชาคมโลกจับตากลุ่มนี้อย่างไม่ละวางยิ่งขึ้น เนื่องจากสารละลาย IV สามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมของอาวุธชีวภาพ ซึ่งมีพลานุภาพร้ายกาจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าขีปนาวุธ

เมื่อว่าด้วยการพัฒนาอาวุธของเกาหลีเหนือ ทุนสนับสนุนจากกลุ่มจงเรียนยังก่อให้เกิดวงจรอุบาทว์ที่เป็นภัยคุกคามอย่างยิ่งต่อเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐ โดยเฉพาะสหรัฐ เนื่องจากเงินจากจงเรียน ทำให้เกาหลีเหนือผลิตอาวุธได้มากขึ้น และร้ายกาจขึ้น อาวุธเหล่านี้ไม่เพียงเป็นภัยคุกคามโดยตรงเท่านั้น แต่ยังถูกจำหน่ายไปทั่วโลก ให้กับบรรดาประเทศที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสหรัฐ

ไม่ว่าจะเป็น คิวบา อิหร่าน ลิเบีย ซูดาน และซีเรีย ประเทศเหล่านี้มีขีปนาวุธสัญชาติโสมแดงในครอบครองทั้งสิ้น!

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ล่าสุด กลุ่มจงเรียน กำลังพบกับความสั่นคลอนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ไม่ว่าจะด้วยมาตรการขัดขวางโดยรัฐบาลญี่ปุ่น และความนิยมของเกาหลีพลัดถิ่นรุ่นใหม่ต่ออุดการณ์

เหนือสิ่งอื่นใด กลุ่มจงเรียนเริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วนใจกับการที่เกาหลีเหนือสืบทอดอำนาจให้คนตระกูลคิมถึง 3 รุ่น โดยเฉพาะรุ่นล่าสุด คือ คิมจองอึน จนยังผลให้กลุ่มนิยมเกาหลีเหนือในญี่ปุ่นเริ่มแปรพักตร์มากขึ้น อีกทั้งเยาวชนที่สมัครเข้าโรงเรียนในสังกัดเริ่มลดลง เมื่อผู้สวามิภักดิ์หดหาย รายได้จึงร่อยหรอลงทุกที

จากการรายงานของสำนักข่าว Daily NK หรือกลุ่มสื่อเพื่อชาวเกาหลีเหนือลี้ภัย พบว่า สมาชิกจงเรียน เห็นพ้องต้องกันเป็นเอกฉันท์ว่า การสืบทอดอำนาจรุ่นที่สามของชนชั้นนำในเปียงยาง บั่นทอนความเข้มแข็งของกลุ่มจงเรียนอย่างชัดเจน

อาจเป็นไปได้ที่รัฐบาลเกาหลีเหนือเริ่มรู้สึกถึงภาวะสั่นคลอนเช่นเดียวกันพลพรรคในญี่ปุ่น จึงแสวงหาทางออกเพื่อธำรงความยิ่งใหญ่ของตระกูลคิมให้นานที่สุด และการถล่มเกาหลีใต้เพื่อปลุกเร้ากระแสความเชื่อมั่นในตัวผู้นำจึงเกิดขึ้น

แต่น่าเสียดายที่เกาหลีเหนือยังใช้ทางออกแบบเดิมๆ นั่นคือ การใช้กำลังกับประเทศคู่กรณี เพื่อกลบเกลื่อนความทรุดโทรมของตน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท