posttoday
สหรัฐส่งกองเรือคุมเกาหลี เตรียมซ้อมรบปรามโสมแดง

สหรัฐส่งกองเรือคุมเกาหลี เตรียมซ้อมรบปรามโสมแดง

25 พฤศจิกายน 2553

สหรัฐส่งกองทัพร่วมปฏิบัติซ้อมรบกับเกาหลีใต้ ตอบโต้การโจมตีของเกาหลีเหนือ ขณะที่ประชาคมโลกมุ่งกดดันจีน ต่อต้านการคุกคามเกาหลีใต้

สหรัฐส่งกองทัพร่วมปฏิบัติซ้อมรบกับเกาหลีใต้ ตอบโต้การโจมตีของเกาหลีเหนือ ขณะที่ประชาคมโลกมุ่งกดดันจีน ต่อต้านการคุกคามเกาหลีใต้

 

สหรัฐส่งกองเรือคุมเกาหลี เตรียมซ้อมรบปรามโสมแดง

ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน เรือบรรทุกเครื่องบินรบของกองทัพเรือสหรัฐออกเดินทางมุ่งหน้าสู่คาบสมุทรเกาหลี หลังจากที่สหรัฐและเกาหลีใต้ประกาศร่วมซ้อมรบทางน้ำต่อต้านการโจมตีของเกาหลีเหนือ ซึ่งถือเป็นท่าทีตอบโต้กับสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นภายใต้การตกลงร่วมกันของประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ และประธานาธิบดี ลีมยองบัก ของเกาหลีใต้

ก่อนการประกาศดังกล่าว ประธานาธิบดีโอบามาต่อสายพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับผู้นำเกาหลีใต้ และประกาศว่าสหรัฐพร้อมร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกองทัพสหรัฐกว่า 2.85 หมื่นนาย

ทั้งนี้ การร่วมซ้อมรบดังกล่าวจะใช้เวลา 4 วัน โดยจะเริ่มต้นขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 พ.ย. ที่บริเวณทะเลเหลือง โดยมีกลุ่มกองทัพเรือสหรัฐนำโดยเรือรบ ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน ซึ่งบรรทุกเครื่องบินรบจำนวน 75 ลำ และทหารอีกกว่า 6,000 นาย เป็นแกนนำในการปฏิบัติซ้อมรบครั้งนี้

สำหรับการปฏิบัติการซ้อมรบดังกล่าว คาดว่าจะส่งผลความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนปะทุรุนแรงขึ้น เนื่องจากจีนเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า การส่งเรือรบ ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน เข้าซ้อมรบถือเป็นการทำลายความสัมพันธ์ชิโนสหรัฐ

นอกจากนี้ ทางกองทัพเกาหลีใต้จะเสริมกำลังปืนใหญ่บนเกาะยอนเปียงเพิ่มขึ้นด้วย และสั่งเสริมกองกำลังในพื้นที่ 5 เกาะ ซึ่งติดพรมแดนเชื่อมต่อสองเกาหลี พร้อมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบการต่อสู้ เพื่อให้สามารถตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดการยั่วยุจากฝ่ายตรงข้าม

ยิ่งไปกว่านั้น เกาหลีใต้ยังประกาศระงับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เกาหลีเหนือทันที รวมทั้งยุติการเจรจารวมญาติ

รายงานระบุว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น เกาหลีเหนือยิงปืนใหญ่ทั้งสิ้น 170 ลูก ซึ่งตกลงบนเกาะยอนเปียงถึง 80 ลูก ก่อให้เกิดความเสียหายกับบ้านเรือนทั้งสิ้น 19 หลัง และประชาชนอย่างน้อย 700 คน ต้องอพยพออกจากเกาะดังกล่าวเพื่อเอาชีวิตรอด

“การโจมตีพุ่งเป้ามาที่ดินแดนของเราและโจมตีประชาชน แม้จำนวนของเหยื่ออาจจะน้อยนิด แต่มีความหมายที่ยิ่งใหญ่มาก” ผู้นำเกาหลีใต้ กล่าว

ทั้งนี้ การโจมตีในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 12 พ.ย. ได้มีการเปิดเผยว่า เกาหลีเหนือกำลังเปิดแหล่งผลิตยูเรเนียม ซึ่งเป็นแร่สำคัญในการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ อีกทั้งภายในประเทศยังเตรียมผลักดัน คิมจองอุน ลูกชายคนเล็กวัย 27 ปี ของคิมจองอิล ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบันขึ้นสืบทอดอำนาจ

“เราประเมินว่า หลังการเปิดเผยเรื่องแหล่งผลิตยูเรเนียมแล้ว เกาหลีเหนือโจมตีด้วยปืนใหญ่ครั้งนี้ก็เพื่อสร้างสถานภาพของคิมจองอุนให้มีความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งขึ้น” คิมแตยัง รัฐมนตรีกลาโหมของเกาหลีใต้ กล่าว

ขณะเดียวกันจีนซึ่งเป็นประเทศพันธมิตรกับเกาหลีเหนือมาโดยตลอด กำลังได้รับการจับตาและแรงกดดันจากนานาประเทศ ซึ่งหลังเหตุการณ์ดังกล่าวจีนเพียงออกมาแสดงความกังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้นและเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์

“เราควรขอให้จีนซึ่งมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อเกาหลีเหนือ ให้พยายามควบคุมการกระทำของเกาหลีเหนือ” นายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง ของญี่ปุ่น กล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งกำลังร่วมหารือมาตรการตอบโต้การโจมตีครั้งนี้

สอดคล้องกับทางฝั่งของ เควิน รัดด์ รัฐมนตรีต่างประเทศของออสเตรเลีย ที่เรียกการโจมตีดังกล่าวว่าเป็นภัยคุกคาม อย่างรุนแรงต่อความมั่นคงของภูมิภาค โดยออกโรงกดดันจีนด้วยเช่นกัน

“ผมเชื่อว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในเวลานี้ที่จีนต้องใช้อิทธิพลของตนที่มีต้านทานเกาหลีเหนือ” รัดด์ กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์