posttoday
มหาอำนาจแก้เกมกันสุดมันส์ สงครามน้ำมันเปิดฉากขึ้นแล้ว

มหาอำนาจแก้เกมกันสุดมันส์ สงครามน้ำมันเปิดฉากขึ้นแล้ว

09 มีนาคม 2563

สงครามดัมพ์ราคาน้ำมันเริ่มต้นขึ้นแล้วแต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะดีต่อเศรษฐกิจโลก ต้องบอกว่าโลกในตอนนี้เหมือนผีซ้ำด้ำพลอยจริงๆ

นี่คือสถานการณ์เลวร้ายที่สุดของตลาดน้ำมันนับตั้งแต่สงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งแรก เพราะราคาน้ำมันดิ่งลงถึง 31%

ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงหลังจากการเจรจาระหว่างกลุ่มโอเปกและรัสเซียประสบกับความล้มเหลว โดยซาอุดิอาระเบียตอบโต้ด้วยการเปิดสงครามหั่นราคาน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ร่วงลงเกือบ 1 ใน 3 เหลือแค่ 31 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในเช้าวันจันทร์

แต่บริษัท Goldman Sachs Group Inc. บอกกับลูกค้าว่าราคาสามารถลดลงอย่างรวดเร็วมาอยู่ที่ 20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

วิกฤติครั้งนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน

เมื่อปี 2016 ซาอุดิอาระเบียและสมาชิกโอเปกอื่นๆ เจอปัญหาใหญ่เพราะผู้ผลิตน้ำมันในสหรัฐ (ซึ่งไม่ใช่สมาชิกโอเปก) ปล่อยน้ำมันออกมามาก ทำให้ราคาลดลงต่ำกว่า 30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

ซาอุดิอาระเบียและสมาชิกโอเปกจึงต้องหาตัวช่วย ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะรายได้ลดลง จึงโน้มน้าวให้รัสเซียมาฮั้วกันว่าจะลดกำลังการผลิตร่วมกับโอเปกเพื่อที่ราคาน้ำมันจะได้สูงขึ้นและสู้กับการปล่อยน้ำมันออกมาของบริษัทอเมริกัน

ในตอนนั้นโอเปกมีปัญหาเรื่องความบาดหมางระหว่างซาอุดิอาระเบียซึ่งเป็นศัตรูกับอิหร่านแต่อิหร่านเป็นมิตรกับรัสเซีย และยังมีปัญหาเศรษฐกิจของเวเนซุเอลา มหามิตรของรัสเซียที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตร โดยสหรัฐเป็นมหามิตรของซาอุดีอาระเบีย

ความขัดแย้งและความสัมพันธ์ที่ไขว้กันอย่างวุ่นวายนี้เคลียร์กันได้ เมื่อซาอุดีอาระเบียและรัสเซียยอมที่จะมองข้ามความขัดแย้งทางการเมือง เพื่อเล่นงานเป้าหมายเดียวกันคือสหรัฐ ที่แม้จะเป็นมหามิตรของซาอุดีอาระเบียในทางการเมือง แต่มหามิตรกลับกำลังเจาะขาอ่อนเพื่อนด้วยการปล่อยน้ำมันออกมาขายกันแบบไม่อั้น

นี่คือจุดเริ่มของพันธมิตรซาอุดีอาระเบีย-รัสเซีย เพื่อพยุงราคาน้ำมันโลกไม่ให้ตกลงไปกว่านี้

แต่ล่าสุดรัสเซียปฏิเสธที่จะยอมทำตามข้อเสนอของซาอุดิอาระเบียที่จะบังคับให้รัสเซียลดการผลิตน้ำมันพร้อมๆ กับโอเปกเนื่องจากความต้องการลดลงในยุคเศรษฐกิจถดถอยและการระบาดของโคโนาไวรัส

โอเปกนำโดยซาอุดีอาระเบียเสนอให้ลดการผลิตลง 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันเพื่อที่จะรักษาราคาน้ำมันไม่ให้ลดต่ำลงในช่วงที่ความต้องการน้อย แต่ดีลนี้จะไม่ผ่านถ้ารัสเซียไม่ยอมเล่นด้วย

ปรากฎรัสเซียไม่ยินยอม เพราะมีแผนอยู่ในใจแล้ว คือแทนที่โอเปกกับรัสเซียจะลดการผลิตเอง ทำไมไม่หันไปบีบผู้ผลิตน้ำมันในสหรัฐให้หยุดการผลิตลงหลังจากที่ปล่อยน้ำมันออกมามากมายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา?

เมื่อตกลงกันไม่ได้ พันธมิตรซาอุดีอาระเบีย-รัสเซีย ที่ช่วยประคองตลาดกันมานับตั้งแต่ปี 2016 ก็จบสิ้นลง นับจากนี้คือจุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้า

ซาอุดิอาระเบียจึงตัดสินใจปรับลดราคามากที่สุดในรอบเกือบ 20 ปีและยังส่งสัญญาณอีกด้วยว่าเพิ่มกำลังผลิต หมายความว่าซาอุดีอาระเบียจะดัมพ์ราคาให้ต่ำลงไปอีกด้วยการปล่อยน้ำมันให้ท่วมตลาด

การทำเช่นนี้เพราะหวังจะให้รัสซียกระอักเลือดตายไปเพราะน้ำมันล้นตลาดจนราคาตกฐานไม่ยอมให้ความร่วมมือ นอกจากนี้ยังทำให้ซาอุดีอาระเบียสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดของรัสเซียมาได้อีกด้วย

แต่มันจะไม่จบลงแค่นี้ เพราะ Aramco รัฐวิสาหกิจผู้ผลิตซาอุดิอารเบียกระซิบบอกนักลงทุนบางคนว่ามีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตมากกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนหน้าและอาจสูงถึง 12 ล้านบาร์เรลต่อวัน

หมายความว่าน้ำมันจะถูกลงไปอีก

อย่างไรก็ตาม การเปิดสงครามราคาไม่ค่อยจะได้ผลนัก เพราะเห็นๆ กันอยู่ว่าตอนที่ซาอุดีอาระเบียจับมือกับรัสเซียบีบสหรัฐ ปรากฎว่าสหรัฐยังเฉย ตรงกันข้ามส่วนแบ่งตลาดของโอเปกกลับลดลง เพราะเงินรายได้และเงินลงทุนยังไหลเข้าไปหาบริษัทอเมริกัน

ดีไม่ดีรัสเซียจะใช้วิธีเดียวกับสหรัฐ โดยทำเป็นนิ่งเอาไว้ก่อนเพื่อรอให้ซาอุดีอาระเบียเจ็บเอง ว่ากันตามกลไกเศรษฐกิจ เรื่องนี้เหมือนจะดีเพราะราคาน้ำมันที่ต่ำลงจะช่วยลดต้นทุนของภาคอุตสาหกรรมที่ทรุดลงในช่วงการระบาดของไวรัส โดยเฉพาะจีนที่มีสัญญาณดีขึ้นและเริ่มที่จะเดินเครื่องจักรกันอีกครั้ง

แต่ในระยะสั้น สงครามดัมพ์ราคาให้ผลที่เลวร้ายมาก เราะทำให้เศรษฐกิจที่ผูกติดกับการค้าน้ำมันต้องซวนเซไปตามๆ กัน ตั้งแต่ออสเตรเลีย นอร์เวย์ และแคนาดา ไหนจะประเทศ "เศรษฐีน้ำมัน" ที่เศรษฐกิจบอบช้ำมากอยู่แล้วเพราะราคาต่ำลงยืดเยื้อ เช่น เวเนซุเอลาและอิหร่าน

ประเทศตลาดเกิดใหม่ที่เป็นกำลังสำคัญ เช่น บราซิลก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย อย่าลืมว่าในบรรดาตลาดเกิดใหม่บราซิลได้รับผลกระทบจากไวรัสน้อยกว่าใครเพื่อน

ไม่เพียงแค่นั้น สงครามหั่นราคายังทำให้ความมั่นใจของนักลงทุนสั่นคลอนจากที่ตอนนี้ก็ไม่ดีอยู่แล้ว มันจะทำให้ตลาดเกิดความปั่นป่วน

อย่างที่เห็นก็คือเมื่อเปิดตลาดวันที่ 9 มีนาคม 2563 ตลาดหุ้นล้มระเนระนาดเริ่มตั้งแต่โตเกียวเป็นแห่งแรก เศรษฐกิจโลกในตอนนี้เหมือนผีซ้ำด้ำพลอยจริงๆ

การลงทุนทุกอย่างดิ่งลงหมด เริ่มจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติกาาณ์เพราะแนวโน้มการลดดอกเบี้ย ตามด้วยตลาดหุ้นเอเชีย และราคาทองคำ รวมถึงสกุลเงินหลักของโลก แม้แต่คริปโตเคอเรนซี่ก็ทรุดลง

ยกเว้นทองคำที่มีราคาสูงกว่า 1,700 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2555

จึงชัดแล้วว่าเงินลงทุนไหลเข้าไปอยู่ที่ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ถึงขนาดที่  Goldman Sachs Group Inc. คาดการณ์ว่าราคาทองน่าจะไปถึง 1,800 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ 

ช่วงเวลาดำมืดของน้ำมันและการลงทุนอื่นๆ จึงกลายเป็นช่วงเวลาทองของทองคำไปตามระเบียบ

 

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด อาร์เซนอล พบ ลีลล์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก วันนี้ 13 ต.ค.69

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด อาร์เซนอล พบ ลีลล์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก วันนี้ 13 ต.ค.69