posttoday
บทบาทมังกร บนแท่นเจ้าแห่งซูเปอร์คอมพิวเตอร์

บทบาทมังกร บนแท่นเจ้าแห่งซูเปอร์คอมพิวเตอร์

21 พฤศจิกายน 2553

แรงผลักดันทางเศรษฐกิจกำลังแสดงอานุภาพมหาศาล เสริมศักยภาพทางเทคโนโลยีให้จีนสามารถก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มี “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์”

แรงผลักดันทางเศรษฐกิจกำลังแสดงอานุภาพมหาศาล เสริมศักยภาพทางเทคโนโลยีให้จีนสามารถก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มี “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์”

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ช่วงไม่กี่ปีนี้จีนสบโอกาสกระชากมงกุฎแห่งความเป็นผู้นำในเวทีโลกหลายต่อหลายครั้ง

ชัดเจนมากที่สุดคือ ตำแหน่งและศักยภาพในเชิงเศรษฐกิจ จีนเบียดแซงหน้าญี่ปุ่นขึ้นครองตำแหน่งประเทศเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก จีนได้สิทธิในการออกเสียงในองค์กรการเงินระดับโลก อย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
นั่นล้วนเป็นบทบาททางเศรษฐกิจ

บทบาทมังกร บนแท่นเจ้าแห่งซูเปอร์คอมพิวเตอร์

แต่ที่เหนือความคาดหมายกว่านั้น คือ แรงผลักดันทางเศรษฐกิจกำลังแสดงอานุภาพมหาศาล เสริมศักยภาพทางเทคโนโลยีให้จีนสามารถก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มี “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์” (Supercomputer) ที่มีความเร็วมากที่สุดในโลก เหนือกว่าประเทศที่มีวิทยาการก้าวหน้าอย่างสหรัฐ

การจัดอันดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุด 500 เครื่องในโลก ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีชื่อว่า เทียนเหอ-1 (Tianhe-1) ซึ่งมีความหมายว่า ทางช้างเผือก จากศูนย์คอมพิวเตอร์แห่งชาติในเมืองเทียนจิน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ที่มีความสามารถในการประมวลผล 2.57 เพตาฟลอปต่อวินาที (Petaflops per second) หรือ 2,570 ล้านล้านคำสั่งต่อวินาที

เทียนเหอ-1 ผลัก ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ จากัวร์ (Jaguar) ซึ่งตั้งอยู่ที่ศูนย์วิจัยนานาชาติโอกริดจ์ รัฐแทนซาเนีย ของสหรัฐ ให้กลายเป็นเพียงอดีตแชมป์ หลังจากเคยรั้งอันดับ 1 มานานเกือบ 1 ทศวรรษ

จากัวร์ สามารถประมวลผลได้ราว 1,759 ล้านล้านคำสั่งต่อวินาที

คำถามคือ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์มีบทบาทและความสำคัญอย่างไรต่อจีนและโลก

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อราวปี 1960 และถือเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีศักยภาพสูง (High-Performance Computers) มีความสามารถในการคำนวณและประมวลผลมหาศาล ทำให้มีความแม่นยำและเป็นเครื่องมือส่งเสริมการค้นพบ วิจัย และวิทยาการ และหนทางในการแสวงหาทางออกของปัญหาสำคัญ ที่มีประโยชน์ไม่เพียงต่อประเทศ แต่อาจส่งผลกระทบต่อโลก
ทั้งนี้ ต้องเรียกได้ว่า จีนเนรมิตทุกสิ่งได้อย่างก้าวกระโดด

ในช่วงปี 1990 คอมพิวเตอร์เกือบทุกเครื่องที่มีขายอยู่ในตลาดจีนล้วนนำเข้ามาจากต่างประเทศ และผู้ที่มีโอกาสได้ใช้คอมพิวเตอร์เหล่านั้นมีเพียงสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์ อีกทั้งการใช้งานอยู่ภายใต้การควบคุมและชี้แนะจากผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ เวลานั้นประชาคมโลกแทบไม่เห็นเงาจีนในด้านนี้

ทว่าเมื่อราวปี 2002 จีนก็หันมาทุ่มงบให้กับเรื่องนี้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เจ้าหน้าที่ทีมวิจัยจีนทำงานอย่างหนัก เพื่อสร้างและพัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์จนกระทั่งสามารถตีตรา MADE IN CHINA ได้สำเร็จ

ก่อนที่จีนจะก้าวแซงสหรัฐ เมื่อราวเดือน มิ.ย. จีนแสดงศักยภาพเหนือญี่ปุ่นก่อน ด้วยการเปิดตัวเครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์เนบิวลา (Nabulae) ที่ปัจจุบันมีความไวเป็นอันดับที่ 3 ของโลก

“เราคงต้องเรียกว่าปรากฏการณ์สายฟ้าแลบ” เอร์ล โจเซฟ รองประธานบริษัท อินเตอร์เนชันแนล ดาตา คอร์ป (ไอดีซี) ซึ่งได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์หลายแห่งในจีน

โจเซฟสาธยายถึงความมุมานะของจีน โดยระบุว่า ไม่ใช่เพียง 2-3 เครื่องอย่างที่หลายคนจินตนาการ แต่จีนกำลังมีเครื่องเหล่านี้อยู่ทั้งในเซี่ยงไฮ้และอีกหลายๆ เมือง กระจายอยู่เกือบทั่วทั้งประเทศ

“พวกเขาคงต้องการที่จะครองซักครึ่งหนึ่งของ 10 อันดับเครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีความไวที่สุดในโลกภายในหนึ่งปี หรืออะไรทำนองนั้น” โจเซฟ กล่าว

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่จะทำให้พญามังกรอย่างจีนสามารถสยบแรงต้านจากทางนานาประเทศ ด้วยการผลิตเทคโนโลยีล้ำสมัยไว้ในครอบครองเอง แต่ยังเป็นการบีบลดช่องว่างระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและจีนให้แคบลงอีกด้วย

สิ่งที่ชัดเจนที่สุดสำหรับความสำเร็จครั้งนี้ คือ จีนได้ตีตราผงาดขึ้นเป็นผู้นำโลกในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

อย่างไรก็ตาม อีกมุมหนึ่งของความสำเร็จในครั้งนี้ ก็อดทำให้ทั่วโลกจ้องมายังจีนแบบตาไม่กะพริบมากยิ่งขึ้น

นั่นเพราะซูเปอร์คอมพิวเตอร์มีความหมายอย่างยิ่งในเชิงศักยภาพการแข่งขันระหว่างประเทศในโลก

รายงานของซีเอ็นเอ็นระบุว่า ซูเปอร์คอมพิวเตอร์คือสัญลักษณ์ในระยะยาวที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งด้านเศรษฐกิจและวิทยาศาสตร์ เครื่องจักรทางคอมพิวเตอร์ที่มีศักยภาพสูงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้แทบทุกแขนง ไล่เรียงตั้งแต่เรื่องการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ พลังงานทางเลือก ระบบพันธุกรรม ภาพทางธรณีวิทยา ไปกระทั่งเรื่องซับซ้อนและสำคัญทางการเงิน และด้านความมั่นคงของชาติ

รัฐบาลบางประเทศใช้เครื่องจักรเหล่านั้นเพื่อเป็นกลไกหนึ่งของการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ โดยการทดสอบผ่านโลกเสมือนจริงในซูเปอร์คอมพิวเตอร์ หรือนักวิทยาศาสตร์ใช้ในการร่างดีเอ็นเอ หรือเป็นส่วนในการสร้างเรือดำน้ำ เครื่องบิน เกราะกันกระสุน กระทั่งบริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เคยใช้เครื่องดังกล่าวในการออกแบบชิ้นมันฝรั่ง

หรืออีกนัยหนึ่ง ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีศักยภาพสูงจะเป็นความภูมิใจของชาติ ที่ช่วยประกาศศักดาในด้านงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ รวมไปถึงการค้นพบผลงานใหม่ๆ อีกมากมาย และกำลังเสริมความมั่นคงของชาติ

เจมส์ ลูอิส เจ้าหน้าที่อาวุโสจากศูนย์การศึกษายุทธศาสตร์และการต่างประเทศ ผู้เขียนรายงานว่าด้วยเรื่องยุทธศาสตร์แห่งชาติ เพื่อการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการสื่อสารของจีน กล่าวว่า จีนตระหนักในประเด็นนี้เป็นอย่างดี และจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจีนจึงซุ่มใช้เวลาศึกษาและพัฒนาเครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์มากกว่า 10 ปี

“ไม่ได้เป็นเรื่องน่าแปลกใจ นี่คือหนึ่งของหลายๆ สิ่งที่คุณได้เห็น ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายๆ เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ที่จีนได้ตั้งไว้ เหมือนการส่งมนุษย์ไปยังวงโคจรของโลก เมื่อพวกเขาทำสำเร็จ คุณก็ต้องถามว่า ‘พวกเขาจะทำอะไรต่อไป’” ลูอิส กล่าว

อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับกลุ่มผู้พัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์ชาวจีนก็ไม่มีคำถามที่ต้องแสวงหาคำตอบ และทิศทางต่อไปนับจากนี้ คือ ขณะนี้จีนมีเครื่องเหล่านั้น และอะไรที่จะทำต่อไป ซึ่งก็คงเป็นคำถามเดียวกับที่อยู่ในใจของประชาคมโลกเช่นกัน
“ใช่ เรามีเครื่องเทียนเหอ-1 ที่ขึ้นสู่อันดับสูงสุดแล้ว แต่เรายังคงล้าหลังจากโลกตะวันตกอยู่มาก” เนียหัว รองประธานบริษัท ดาว์นิ่ง อินฟอร์เมชั่น อินดัสตรี (Dawning Information Industry) ผู้สร้างเนบิวลา กล่าว

“การสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เพื่อที่จะใช้มันอย่างฉลาด เรายังคงต้องเรียนรู้อีกมาก” เนียหัว กล่าว

นอกจากนี้ สิ่งหนึ่งที่ต้องไม่ลืมก็คือ แม้รัฐบาลจีนจะมีสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องเชิดชูเกียรติ แต่จีนยังคงมีมาตรการ กฎระเบียบ ช่องโหว่ ในการเข้าถึงกระทั่งระบบอินเทอร์เน็ตและการใช้งานคอมพิวเตอร์ธรรมดาๆ อยู่มากเช่นกัน

ดังนั้น แม้จีนจะบีบช่องว่างระหว่างตนเองกับประเทศวันตกให้แคบลงได้ แต่ขณะเดียวกันจีนก็ต้องไม่ละเลยที่จะลดช่องว่างภายในประเทศตนเองด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองภาพรวมแล้ว ในเชิงปริมาณ สหรัฐยังคงเป็นแชมป์ในฐานะประเทศที่มีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่รวดเร็วติด 500 อันดับแรกของโลกมากที่สุดราว 50% ของทั้งหมด และต้องยอมรับว่าปัจจุบันราคาในการสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ศักยภาพสูงเหล่านี้ แต่ละเครื่องมีต้นทุนในการผลิตลดลงจากเดิมมาก ดังนั้นก็มีโอกาสสูงเช่นกันที่ประเทศอื่นๆ จะสามารถเทียบชั้นสหรัฐ ญี่ปุ่น และยุโรป

ไม่เพียงแต่จีนเท่านั้นที่เร่งลงทุนในเรื่องดังกล่าว อินเดียอีกหนึ่งประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ และเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญของโลกมากขึ้นเรื่อยๆ กำลังมุมานะในเรื่องนี้เช่นกัน

ย้อนกลับไปราว 10 ปีก่อน ระบบเครื่องเหล่านี้อาจจะต้องทุ่มทุนหลายล้านเหรียญสหรัฐในการสร้าง แต่วันนี้ข้อมูลจากไอดีซีระบุว่า ราคาของระบบดังกล่าวอยู่ที่เพียง 5 แสนเหรียญสหรัฐเท่านั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแต่ละประเทศมีแนวโน้มในการใช้งานเครื่องดังกล่าวมากขึ้น เพื่อเป็นตัวเชื่อมต่อไปยังอีกหลายแสนเครื่อง

“หลายประเทศตระหนักว่า ถ้าพวกเขาต้องการที่จะกระโจนลงมาลุยเกมชิงการเป็นผู้ริเริ่ม เปลี่ยนแปลง หรือสร้างนวัตกรรมของโลกในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พวกเขาจำเป็นต้องมีคอมพิวเตอร์ที่ทรงศักยภาพ เพื่อที่จะไปถึงยังเป้าหมาย” เอ็ด เทอร์เคิล ผู้จัดการด้านการตลาด บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด กล่าว

จากทุกสายตา ถ้าจะต้องตอบคำถามว่า ซูเปอร์คอมพิวเตอร์มีบทบาทและความสำคัญอย่างไรต่อจีนและโลก

คงไม่มีคำตอบอื่นใดนอกเหนือจากคำว่า “อเนกอนันต์” โดยเฉพาะสำหรับจีนเอง เพราะเมื่อพญามังกรกรุยทางสร้างเครื่องมือสุดล้ำและศักยภาพสูงส่งอยู่ในมือ มีหรือที่จะเพียงถือครองสิ่งเหล่านั้นไว้อย่างไร้ประโยชน์  

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท