
การประกวดข้าว มลฑลเฮยหลงเจียง (2)
โดย กริช อุ๊งวิฑูรย์สถิตย์
การมาเยือนเมืองฮาบิ้น มลฑลเฮยหลงเจียงของผมครั้งนี้ นับเป็นการมาครั้งที่ 2 ครั้งแรกผมมาเมื่อวันปีใหม่ของปีค.ศ.1996 ครั้งนั้นผมพาครอบครัวมาเที่ยวชมงานแกะสลักน้ำแข็งที่ขึ้นชื่อของเมืองนี้ หนาวมาก
จำได้ว่าครั้งนั้นบ้านเมืองยังไม่เจริญเติบโตมากนัก เดินไปทางไหนก็ลำบากมาก เพราะหิมะตกหนัก อากาศหนาวจัด ถนนลื่นมากๆ เพราะบางช่วงที่เขาขูดเอาหิมะออก พอมีน้ำไหลนิดหน่อยก็เกาะเป็นน้ำแข็ง ถนนจึงลื่นมาก เราเองไม่ได้เตรียมตัวที่จะมา
เนื่องจากผมไปเที่ยวประเทศไหนก็ตาม มักจะไปกันเอง ไม่ค่อยได้ไปกับทัวร์ครับ เพราะภาษาเราก็พูดเองได้ อยากไปไหนก็ไปได้ ไม่ต้องถูกกำกับเวลาต้องตื่นเวลานั้นไปไหนเวลานี้ ผมคิดว่าไม่เป็นอิสระ
ไหนๆออกมาเที่ยวทั้งทีต้องอิสระเสรี อยากทำอะไรอยากทานอะไรก็ตามใจฉัน อีกอย่างผมมีเพื่อนอยู่ทั่วโลก เวลาไปไหนมักจะมีเพื่อนมาพบมาทานข้าวด้วย
ดังนั้นเราจึงชอบเดินทางเที่ยวด้วยตนเองเสมอ
ในปีนั้นมีวันหยุดปีใหม่ที่ยาว จึงมาเที่ยวที่เซี่ยงไฮ้ พอมีเวลาเหลือจึงได้ปรึกษากันว่าจะไปไหนดี จึงตกลงว่าไปเที่ยวเมืองฮาบิ้นกันเถอะ จึงไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ากันหนาวมาเป็นพิเศษ รองเท้าก็ไม่ได้เตรียม จึงขอบอกว่าถ้าท่านใดอยากมาเที่ยวเมืองฮาบิ้น สิ่งที่ต้องเตรียม คือ เสื้อกันหนาวหนาๆ แบบที่เขาใส่เล่นหิมะเล่นสกีนั่นแหละครับ หมวกกันหนาวที่ปิดถึงหู ที่ต้องปิดถึงหูเพราะหูจะหนาวมากๆ ดังนั้นต้องมีครับ ถุงมือกันหนาว ถ้าไม่มีมือไม้สั่นแน่นอน
รองเท้าเดินหิมะที่หนาๆเทอะทะๆนั่นแหละครับ แว่นตากันแดด เพราะเวลาหิมะขาวโพลน จะสะท้อนแสง ที่ต้องเตรียมอีกอย่างคือครีมทาผิว เพราะเราคนเมืองร้อน เจออากาศหนาวผิวแห้งทรมานมากครับ
ส่วนครั้งนี้ก่อนที่ผมจะมา ก็ได้ส่ง WeChat มาถามเรื่องอากาศกับเจ้าหน้าที่ก่อน เขาบอกว่าอากาศกำลังดี แค่เสื้อสูทหรือแจ็คเก็ตสักตัว กับเสื้อแขนยาวก็น่าจะเพียงพอ โชคดีที่ผมไม่เชื่อเขา จึงเตรียมมาเยอะกว่านั้นนิดหน่อย พอมาถึงก็หนาวสั่นซิครับ อากาศกลางวัน 6-8 องศา ส่วนกลางคืนหนักกว่านั้นอีก
ดีว่าในโรงแรมและห้องประชุมเขามีฮีทเตอร์ ไม่งั้นหนาวตายแน่เลยครับ มัวแต่เล่าเรื่องอื่นเลยไปไม่ถึงเสียที มาที่เรื่องงานประกวดข้าวครับ
ครั้งนี้เป็นการประกวดครั้งที่ 2 ในปีที่ผ่านมามีการจัดงานไปแล้วหนึ่งครั้ง ทางรัฐบาลมลฑลเฮยหลงเจียงให้ความสำคัญมากๆ เพราะทั้งสามวันที่อยู่ในการประกวด (เขาจัดการประกวดก่อนงานแสดงสินค้าสองวัน)
ทางรัฐบาลเขาให้การต้อนรับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด 30กว่าท่านอย่างดีเยี่ยม ทางผมเองถูกเชิญมาอาจเป็นเพราะผมพูดอ่านเขียนภาษาจีนได้ดี
เขาจึงเสนอชื่อให้เชิญมา ต้องขอบพระคุณเจ้าของบริษัท เปยต้าชาง หมี่เย จำกัด Mr. Yang Zhu Bing ที่เขาเป็นผู้เสนอชื่อให้ทางรัฐบาล และท่านผอ.กองพัฒนาข้าวของรัฐบาลมลฑลเฮยหลงเจียงชื่อ จาง หยุ่ย อิง เป็นผู้ส่งจดหมายมาเชิญ
และดูแลด้วยการส่งคนรับใช้ประจำตัวมาให้หนึ่งคน คนนี้ชื่อ หลิว คุน ซึ่งดูแลดีมาก แกเป็นผู้ชายที่รูปร่างสูงใหญ่ เดินเร็วมาก พอบอกว่าจะต้องการอะไร แกจะรีบกุลีกุจอพาไปซื้อหาทันที ทุกครั้งจะขอแย่งจ่ายเงินให้ ผมบอกไม่ได้ ทุกอย่างขอจ่ายเอง แค่นี้ก็เป็นบุญเป็นคุณมากแล้ว ปะเดี๋ยวต้องรอไปชดใช้ถึงชาติหน้า
เพราะจบจากงานเขาคงไม่มีโอกาสมากรุงเทพฯให้ผมตอบแทนเป็นแน่ เพราะเขาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับล่างๆ จะเดินทางออกนอกประเทศยากมาก
ในการจัดงานประกวดครั้งที่ 1 นั้น เขามีกรรมการเป็นผู้เชี่ยวชาญมาร่วมงานหลายท่าน และมีกรรมการสำรองอีก 5 ท่าน เพราะเวลาประกวดเขาจะเข้มงวดมากๆ วิธีการของเขาคือจะไม่ให้กรรมการมั่วเด็ดขาด โดยเขาเอาข้าวทั้งมาให้กรรมการชิมทั้งหมด 7 ถ้วย โดยถ้วยแรกจะเป็นถ้วยตัวอย่าง อีก 6 ถ้วยถึงจะเป็นถ้วยที่แข่งขันกัน
แต่บางรอบเขาจะแกล้งเอาข้าวจากหม้อเดียวกันมาให้ซ้ำกัน 2 ถ้วย โดยไม่บอกให้กรรมการรู้ก่อนเลยว่ามีการทดสอบกรรมการด้วย ในใบลงคะแนนกรรมการจะต้องเขียนชื่อลงในใบคะแนนด้วย
พอกรรมการตอบให้คะแนนข้าวจากหม้อเดียวกัน แต่ 2 ถ้วยคะแนนต่างกัน เขาจะรู้ทันทีเลยว่ากรรมการมั่วแล้ว เขาก็จะเชิญออกไป
แล้วให้กรรมการสำรองเข้ามาแทนที่ทันที ซึ่งครั้งแรกมีกรรมการต่างชาติถูกเชิญออกห้องไป 4 ท่าน ปีนี้ก็เช่นกันเขาใช้วิธีเดียวกัน แต่เขาไม่เปิดเผยให้กลุ่มกรรมการรู้มาก่อน
แต่พอวันที่มีการเลี้ยงส่งกรรมการ ทางผอ.กองพัฒนาพันธุ์ข้าว มิสซิส จาง ท่านดื่มเยอะไปหน่อย เลยลุกขึ้นกล่าวขอบคุณ และบอกว่าปีนี้ดีใจมาก ที่ได้กรรมการของจริงมาร่วมงานด้วย
เพราะปีนี้ไม่มีกรรมการที่ถูกเชิญออกเลย และอธิบายคร่าวๆว่าวิธีดูกรรมการของเขาอย่างที่ผมเล่าให้ฟังนั่นแหละครับ ทำเอากรรมการเอ๋อไปเลยครับ มีศาตราจารย์ Dr. Ohtsubo Ken ichi จากญี่ปุ่น ตอนที่ท่านลุกขึ้นกล่าวขอบคุณ ท่านเอ่ยขึ้นมาว่า ท่านก็ดีใจมากที่ท่านได้รับเชิญมาเป็นที่สอง หากท่านไม่ได้ถูกเชิญมาอีกในปีนี้ แสดงว่าท่านจะต้องเอาใบประกาศเกียรติคุณต่างๆที่ได้มาทั้งชีวิตไปคืนกลับให้สถาบันฯแน่ๆ ทำเอาฮากันทั้งวงเลยครับ
ยังไม่จบ อาทิตย์หน้าเล่าต่อนะครับ







