posttoday
วิบากกรรม ‘ว่าที่’ สตรีหมายเลข 1 จีน

วิบากกรรม ‘ว่าที่’ สตรีหมายเลข 1 จีน

13 พฤศจิกายน 2553

เป็นที่ยืนยันอย่างแน่ชัดตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ว่า ซีจินผิง รองประธานาธิบดีจีน จะก้าวขึ้นมาครองตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไปของประเทศต่อจากหูจิ่นเทา หลังจากที่ซีจินผิงได้รับตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการทหาร อันเป็นตำแหน่งใหญ่ที่ประธานาธิบดีต้องเคยผ่านงานมา

เป็นที่ยืนยันอย่างแน่ชัดตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ว่า ซีจินผิง รองประธานาธิบดีจีน จะก้าวขึ้นมาครองตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไปของประเทศต่อจากหูจิ่นเทา หลังจากที่ซีจินผิงได้รับตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการทหาร อันเป็นตำแหน่งใหญ่ที่ประธานาธิบดีต้องเคยผ่านงานมา

โดย....ทีมข่าวต่างประเทศ

 

วิบากกรรม ‘ว่าที่’ สตรีหมายเลข 1 จีน

เป็นที่ยืนยันอย่างแน่ชัดตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ว่า ซีจินผิง รองประธานาธิบดีจีน จะก้าวขึ้นมาครองตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไปของประเทศต่อจากหูจิ่นเทา หลังจากที่ซีจินผิงได้รับตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการทหาร อันเป็นตำแหน่งใหญ่ที่ประธานาธิบดีต้องเคยผ่านงานมา

การเถลิงอำนาจของซีจินผิงมิใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะอยู่ในกระแสคาดการณ์มาโดยตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา

แต่ที่ทำเอานานาประเทศงงกันเป็นไก่ตาแตก ก็เมื่อบรรดาผู้ใหญ่แห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนกลับมีคำสั่งลับๆ ให้ “เก็บ” ข้อมูลส่วนตัวแบบเจาะลึกของเผิงหลี่หยวน ภรรยาของซีจินผิงให้หมดสิ้น

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่ หน่วยงานบริหารของจีนทุกลำดับชั้น พยายามลบข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์เชิงสามีภรรยาของซีจินผิงกับเผิงหลี่หยวนให้หมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายคู่ ไม่เพียงเท่านั้น เผิงหลี่หยวนยังต้องทิ้งงานเดิมที่ต้องเดินสายไปทั่วประเทศมาทำงานนั่งกับโต๊ะ นัยว่าเป็นการปิดทางมิให้ปรากฏตัวต่อสาธารณชน

ล่าสุด หนึ่งในข้อมูลส่วนตัวของทั้งคู่ที่ถูกกำจัดไปเรียบร้อยแล้วคือ คำให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์หนึ่งของเผิงหลี่หยวน เมื่อปี 2001 ซึ่งพรรณนาว่าตนโชคดีแค่ไหนที่ได้ซีจินผิง ผู้มีอนาคตไกลมาเป็นคู่ตุนาหงัน และยังมีอีกหลายเว็บไซต์ที่น่าจะถูกบล็อกไปตลอดกาลเช่นกัน

หลายคนอาจสงสัยว่า ก็แค่คู่ชีวิตแสดงความชื่นชมกันและกัน ไม่น่าจะถึงกับต้องใช้มาตรการเซ็นเซอร์ขั้นเด็ดขาด

เผิงหลี่หยวน ไม่ใช่แค่เพียงภรรยาของรองประธานาธิบดีจีน และว่าที่ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นนักร้องเพลงพื้นบ้านชื่อดังที่มีแฟนนับล้านๆ คนทั่วประเทศ แทบไม่มีชาวจีนคนไหนที่มีโทรทัศน์จะไม่เคยพบหน้าเผิงหลี่หยวนสักครั้ง เพราะเธอเป็นขาประจำของ CCTV New Year’s Gala รายการพิเศษช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของสถานีโทรทัศน์ CCTV ที่มีผู้ชมมากถึง 700 ล้านคน

 

ไม่เพียงเท่านั้น เผิงหลี่หยวนยังได้รับเชิญเป็นนักร้องกิตติมศักดิ์ในรายการแข่งขันร้องเพลงทั่วประเทศ เพลงของเธอยังเป็นที่ติดตรึงใจประชาชนระดับรากหญ้า เพราะมีเนื้อหาเกี่ยวพันชีวิตในชนบท และจิตสำนึกรักบ้านเกิดเมืองนอน สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้ว่าที่สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของจีน ยิ่งเป็นที่นิยมอย่างสูง

อาจพูดได้ว่าเผิงหลี่หยวนเป็นชื่อสามัญประจำบ้านของมิตรรักแฟนเพลงพื้นบ้าน หรือแฟนเพลงลูกทุ่งของจีน ไม่ต่างอะไรกับ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ของบ้านเรา

วิบากกรรม ‘ว่าที่’ สตรีหมายเลข 1 จีน

พื้นเพและชื่อเสียงเรียงนามของเผิงหลี่หยวน แม้จะไม่ธรรมดาแต่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารกิจการของรัฐโดยสามีแต่น้อย แต่แล้วเหตุใดจึงต้องถูกกีดกันจากสื่อและความสนใจของสาธารณชน แล้วฉายสปอตไลต์ไปที่ซีจินผิง ผู้เป็นสามีเพียงแต่ผู้เดียว?

แท้จริงแล้วเผิงหลี่หยวนมีความเชื่อมโยงกับกิจการของบ้านเมืองไม่น้อย เพราะเข้าร่วมกับกิจกรรมทางการเมืองบ่อยครั้ง ที่ฮือฮาที่สุดคือการได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาทางการเมืองของประชาชนจีนครั้งที่ 11

นอกจากนี้ เผิงหลี่หยวนยังเป็นทหารหญิงประจำกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) แต่ด้วยความที่เจ้าตัวฉายแววทักษะด้านการขับร้อง จึงได้รับหน้าที่เป็นหน่วยสันทนาการให้กับเหล่าทหารหาญ จนล่าสุดมีความชอบได้รับการติดยศเป็นถึงพลตรี

อีกหนึ่งความเชื่อมโยงคือความสัมพันธ์ที่พิสดารกับซีจินผิง สามีของเธอ เผิงหลี่หยวนมีพื้นเพที่ค่อนข้างราบเรียบตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับซีจินผิง ซึ่งเป็นบุตรหัวแก้วหัวแหวนของซีจงซวิ่น ผู้บริหารระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและเป็นผู้อบรมหูจิ่นเทาและเวินเจียเป่า ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีจีนคนปัจจุบันมากับมือ

พื้นเพที่แข็งปึ้กของซีจินผิง ทำให้เขาอยู่ติดอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า “ไท่จื่อต่าง” หรือพรรคทายาท คือคนรุ่นลูกหลานของแกนนำพรรคคอมมิวนิสต์ ที่ได้รับการวางตัวให้เป็นแกนนำรุ่นต่อไป เรื่องนี้เคยเป็นอุปสรรคต่อชีวิตรักของทั้งคู่ เนื่องจากครอบครัวของชาวจีนในยุคก่อนมองว่า พวกลูกหลานแกนนำพรรค มักเย่อหยิ่งจองหอง หรือกระทั่งเป็นพวกคดในข้องอในกระดูก ทัศนะเช่นนี้เกือบทำให้ทั้งคู่เกือบไม่ได้แต่งงานกัน

ปัญหาที่น่าสนใจกว่านั้นอยู่ที่ทั้งคู่แทบไม่ได้อยู่ด้วยกันเลย

หลังจากงานสมรสเมื่อปี 1987 เพียง 4 วัน เผิงหลี่หยวนต้องเดินทางกลับไปยังกรุงปักกิ่ง และเดินสายทัวร์ร้องเพลงทั้งในและนอกประเทศ ขณะที่ซีจินผิง บริหารกิจการของรัฐในมณฑลต่างๆ ตั้งแต่ฝูเจี้ยนจนถึงเจ้อเจียง นับแต่นั้นสามีภรรยาคู่นี้มีชีวิตราวกับแยกกันอยู่ตลอดกาล แม้จะมีพยานรักเป็นลูกสาวอยู่ 1 คนก็ตาม

แต่สาเหตุสำคัญที่สุดอาจอยู่ที่ความรู้สึกกังวลกับการที่ว่าที่ประธานาธิบดีของประเทศมีสุภาพสตรีหมายเลข 1 ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนได้มากพอๆ กันหรือมากกว่า

หากเป็นประเทศอื่นคงไม่มีปัญหา มิหนำซ้ำยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของผู้นำและประเทศ แต่กับจีนแล้วเรื่องนี้ยอมรับได้ยาก เพราะเคยมีบาดแผลที่ฝังรากลึก อันเกิดจากน้ำมือของ “สุภาพสตรีหมายเลข 1” ผู้ทะเยอทะยานมาแล้ว

ตัวอย่างที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ กรณีของเจียงชิง สุภาพสตรีหมาเลข 1 คนแรกของจีน ภริยาของเหมาเจ๋อตง ผู้สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน

ชีวิตของเผิงหลี่หยวนมีความคล้ายคลึงกับชีวิตเจียงชิงอย่างน่าตกใจ นั่นคือทั้งสองมีชีวิตเกี่ยวข้องกับวงการบันเทิง โดยเจียงชิงเคยเป็นดาราภาพยนตร์ชื่อดังพอสมควรก่อนผันตัวเองมาร่วมกับการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ และด้วยความทะเยอทะยานทางการเมือง บวกกับการเป็นคู่ชีวิตของ “ประธานเหมา” ทำให้เจียงชิงก้าวขึ้นมามีอำนาจอย่างรวดเร็ว จนสามารถกุมอำนาจชี้เป็นชี้ตายปรปักษ์ได้

ความทะเยอทะยานของเจียงชิงยังผลให้เกิด “การปฏิวัติวัฒนธรรม” ซึ่งเป็นเหตุวุ่นวายที่กินเวลานานถึง 2 ทศวรรษ โดยที่เจียงชิงฉวยโอกาสใช้อุดมการณ์ซ้ายจัด กวาดล้างฝ่ายตรงข้ามอย่างโหดเหี้ยม โดยที่เหมาเจ๋อตงรับรู้และอยู่เบื้องหลังมาโดยตลอด เนื่องจากมีเจตนาจะใช้ “ความนิยม” และ “บารมี” ของภรรยาตนเป็นแกนนำกำจัดศัตรูทางอ้อมอย่างแนบเนียน

ผลก็คือ จีนต้องประสบกับความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินประมาณค่ามิได้ จนประเทศแทบเป็นอัมพาต ตราบจนกระทั่งกลุ่มของเติ้งเสี่ยวผิง สามารถกำราบเจียงชิงและพวกได้ในที่สุด พร้อมเปิดประเทศด้วยนโยบายเศรษฐกิจใหม่ ยังผลให้จีนเป็นมหาอำนาจใหม่ของโลกได้ดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

อีกทั้งการที่ทั้งเผิงหลี่หยวนกับซีจินผิงแทบไม่ได้อยู่ด้วยกันเลยนี่เอง ยิ่งทำให้มีส่วนคล้ายคลึงอย่างยิ่งกับสภาพชีวิตคู่ของเหมาเจ๋อตงกับเจียงชิง

วันนี้ชื่อเสียงความเคลื่อนไหวทางการเมือง เงื่อนไขชีวิต รวมถึงฐานะในอนาคตของเผิงหลี่หยวน ทำให้พลพรรคคอมมิวนิสต์จีนเริ่มหวาดหวั่นใจว่าอาจเกิดเจียงชิงคนที่สองขึ้นได้

จีนจึงต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลม ด้วยการลบล้างความเกี่ยวพันของ 2 สามีภรรยาไปเสีย ก่อนที่ใครคนใดคนหนึ่งจะใช้วิธีเดียวกับเจียงชิงและเหมาเจ๋อตง สร้างความวุ่นวายขึ้นในประเทศ หรืออย่างน้อยอาจใช้อำนาจในทางมิชอบได้

เพราะบาดแผลจากอดีตแท้ๆ ที่ทำให้ว่าที่สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของจีน ต้องดับแสง ทั้งๆ ที่ยังเพิ่งได้แค่จองตำแหน่งเท่านั้น

 

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย