
เวิลด์แบงก์แนะใช้ทองคุมเงิน
ใช้ระบบเดิมทองอ้างอิงสกุลเงินโลกต้องเริ่มเปลี่ยนเลี่ยงสงครามค่าเงิน
โพสต์ทูเดย์
— บิ๊กบอสธนาคารโลกแนะนำทองกลับมาใช้เป็นตัวอ้างอิงความเคลื่อนไหวค่าเงินโลกอีกครั้งโรเบิร์ต โซลลิก ประธานธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ออกโรงแนะกลุ่มประเทศ จี20 วิธีการกำหนดความเคลื่อนไหวของค่าเงินใหม่ โดยให้นำระบบอ้างอิงจากทองคำกลับมาใช้อีกครั้งหนึ่ง
คำแนะนำจากธนาคารโลกในครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความผันผวนของค่าเงินสกุล ต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชียที่ค่าเงินต่างแข็งค่าขึ้นรุนแรงอันเป็นผลจากการอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องของค่าเงินเหรียญสหรัฐ จนหลายประเทศได้นำมาตรการแทรกแซงค่าเงินมาใช้ และจะกลายเป็นประเด็นหลักในที่ประชุมกลุ่มประเทศ จี20 ในสัปดาห์นี้ที่เกาหลีใต้
โซลลิก กล่าวว่า โลกมีความจำเป็นที่จะนำระบบดังกล่าวกลับมาใช้ ซึ่งจะมีความเกี่ยวข้องกับความเคลื่อนไหวของค่าเงินเหรียญสหรัฐ ค่าเงินยูโร ค่าเงินเยน ค่าเงินปอนด์ และค่าเงินหยวนของจีนโดยตรง
“
ระบบนี้จะใช้ทองคำเป็นตัวอ้างอิงระหว่างประเทศต่อระดับเงินเฟ้อ เงินฝืด และค่าเงินของสกุลเงินในอนาคต” โซลลิก กล่าวและว่า ทองคำก็ยังคงถูกกำหนดเป็นทรัพย์สินที่สำคัญอยู่ในตลาดทุนทั้งนี้ ในอดีตตามข้อตกลง
“เบรตตัน วูดส์” นั้น โลกได้ตกลงที่จะสร้างเสถียรภาพให้กับระบบการเงินโลกในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยค่าเงินเหรียญสหรัฐจะ ถูกตรึงไว้กับทองคำ และอยู่ภายใต้การควบคุมเพื่อจำกัดปริมาณการไหลของทุนที่มากเกินไปอย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวได้ถูกยกเลิกไปเมื่อปี 1971 ในสมัยอดีตประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน เมื่อค่าเงินเหรียญสหรัฐที่ผูกติดอยู่กับทองคำนั้นดิ่งเหวลงอย่างมาก โดยที่ในปัจจุบันราคาทองคำถูกใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการเก็งกำไรเมื่อเกิดความเสี่ยงของภาวะเงินเฟ้อ และความเสี่ยงจากภาระหนี้ที่มากเกินไปของรัฐบาลสหรัฐเท่านั้น
นอกจากนั้น โซลลิกยังเรียกร้องให้จี20 เร่งกระตุ้นให้จีนพึ่งพาอุปสงค์ภายในประเทศให้มากขึ้น ขณะที่สหรัฐก็ต้องลดปัญหาหนี้ภายในประเทศลงด้วยเช่นกัน
วันเดียวกันนั้น ราคาทองคำในการซื้อขายในเอเชียพุ่งทะลุขึ้นไปที่ 1,398 เหรียญต่อออนซ์อีกครั้ง อันเป็นผลกระทบสืบเนื่องจากโครงการเข้าซื้อสินทรัพย์ของธนาคารกลางสหรัฐ มูลค่า 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องด้วย







