
สวรรค์นักช๊อปปิ้งชาว CLMV
คอลัมน์ ขุมทรัพย์ชายแดนไทย
คอลัมน์ ขุมทรัพย์ชายแดนไทย
โดย กริช อึ้งวิทูรสถิตย์
ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ผมมีปัญหามากในการหาตั๋วเครื่องบินกลับไทย หลังจากติดภาระกิจที่ย่างกุ้งแล้วมาที่สนามบินไม่ทันเครื่องบินออก ทำให้ตั๋วที่มีอยู่ต้องถูกโยนทิ้งไป และต้องหาตั๋วใหม่ที่จะบินกลับมาไทย เพราะที่นี่หยุดยาว อีกอย่างเราเองก็แก่มากเกินแกงแล้ว คงมิบังอาจไปเล่นน้ำสงกรานต์หรือที่เรียกว่า “เต็งจั๋น”กับเด็กๆ เดี๋ยวจะถูกเด็กๆบอกว่า “ลุงกลับบ้านเถอะ เดี๋ยวจะเปียกน้ำ จะไม่สะบายเอานะ” สู้เราเจียมเนื้อเจียมตัว กลับมาแล้วไปเที่ยวที่อื่นดีกว่า อีกอย่างลูกๆก็เตรียมตั๋วเครื่องบินให้ไปเที่ยวกันเป็นครอบครัวใว้แล้ว เลยต้องจำใจซื้อตั๋วใหม่ ถูกแพงก็ต้องเอาครับ
เหตุที่หาตั๋วลำบากมากๆ เพราะที่นี่คนเมียนมานิยมมาเที่ยวและช๊อปปิ้งกันที่กรุงเทพฯมากๆ พอมีวันหยุดยาวๆ คนเมียนมาเขาจะจองตั๋วล่วงหน้ากันนานมาก เพราะจะได้ตั๋วสายการบินต้นทุนต่ำที่ถูกมากๆ อีกทั้งค่าตั๋วเครื่องบินแม้จะเป็นราคาพิเศษปกติ ก็ยังถูกกว่าที่บ้านเขาใช้เดินทางไปกลับอีกมาก ตัวอย่างเช่น ราคาตั๋วเครื่องบินที่บินใกล้ที่สุด ใช้เวลาบินประมาณยี่สิบนาที
ถ้าเทียบก็ประมาณกรุงเทพฯ-โคราช หรือกรุงเทพฯ-พิษณุโลก คือเส้นทางจาก ย่างกุ้ง-ตั่นทวย ราคาตั๋วไปกลับของเขาที่ถูกที่สุดก็ 172 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 5,500 บาท หรือถ้าไปมัณฑเลย์ไปกลับที่ถูกที่สุดก็ร่วมสองร้อยกว่าเหรียญแล้วครับ
ในขณะที่มาเมืองไทย ถ้าสายการบินโลว์คลอสแอร์ไลน์ ไปกลับกรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง ราคาทั่วไปก็จะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 120 ดอลลาร์สหรัฐ บางครั้งซื้อได้ราคาพิเศษ อาจจะได้ประมาณ 80 ดอลลาร์สหรัฐ ด้วยซ้ำไปครับ ในขณะที่ค่าที่พักโรงแรมในกรุงเทพฯ ราคาเริ่มตั้งแต่ 500-2500 บาทในขณะที่บ้านเขาราคาโรงแรมที่นั้นสำหรับนักท่องเที่ยวจะอยู่ที่ 30-200 ดอลลาร์สหรัฐ แล้วแต่ระดับของโรงแรม ประเภทราคาสิบกว่าไม่ถึงยี่สิบเหรียญ เป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้นช่วงเทศกาลหรือช่วงหยุดยาว ชาวเมียนมาจะนิยมมาเที่ยวบ้านเรามากทีเดียว เพราะถูกกว่าที่เขาจะไปท่องเที่ยวภายในประเทศเขาอีกครับ
ผมได้หันมามองดูจำนวนนักท่องเที่ยวของประเทศกลุ่ม CLMV ตามสถิติของกรมการท่องเที่ยวนั้นน่าสนใจมาก ประเทศกัมพูชา ปี 2555 มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศไทยเราทั้งหมด 423,642 คน แต่พอมาปี 2561 หรืออีก 6-7 ปีต่อมา จำนวนนักท่องเที่ยวจากกัมพูชาเพิ่มขึ้นเป็น 882,015 คน
มาดูที่ประเทศ สปป.ลาวบ้างนะครับ ในปี 2555 มีจำนวนนักท่องเที่ยวจากลาวเข้ามาประเทศไทยเราเพียง 975,999คน แต่พอมาปี 2561 เข้ามามากถึง 1,750,655 คน เพิ่มขึ้นเกือบร้อยเปอเซ็นต์เช่นกันครับ ส่วนเมียนมา เนื่องจากเขาเองการเดินทางออกนอกประเทศเพื่อการท่องเที่ยว เพิ่งจะเริ่มมีให้เห็นในระยะหลังๆนี้เอง เนื่องจากเขาทำพลาสปอร์ต หรือหนังสือเดินทางยากพอควร
ในปี 2555 นักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศไทยเรา 129,385 คน แต่ในปี 2561 มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ คือมากถึง 368,170 ซึ่งเท่ากับว่าเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าหรือเท่ากับ 185% เลยละครับ
ส่วนประเทศเวียตนามก็เช่นกัน ในปี 2555 มีนักท่องเที่ยวมาประเทศไทยเราเพียง 618,670 คน แต่ในปี 2561 เพิ่มมากถึง 1,027,430 คน เห็นมั้ยครับว่ากลุ่มประเทศ CLMV เขาเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยเรามากขนาดใหน ซึ่งเปรียบเทียบให้ดูอีกครั้งนะครับว่า ในปี 2555 รวมนักท่องเที่ยวจากสี่ประเทศ มีมากถึง 2,147,696 คน แต่ถ้ามาดูในปี 2561 การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่มากถึง 4,028,270 คน หรือเพียงแค่ 6 ปีเพิ่มขึ้นมากถึง 87%
เราไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับนักท่องเที่ยวจีนนะครับ เพราะนั่นเขาเป็น “Big Brother”หรือพี่เอื้อยด้านการท่องเที่ยว แต่หากผมคิดเล่นๆนะครับว่า กลุ่มประเทศ CLMV เขาเข้ามาท่องเที่ยวที่ไทย เวลาเขาจับจ่ายใช้สอย หรือช๊อปปิ้ง เขาไม่ได้มีบริษัทนายหน้าที่ใช้นอมินีไทยเปิดบังหน้า นายทุนชาติเขาอยู่เบื้องหลัง ผลประโยชน์ต่างๆจากการท่องเที่ยวไม่ได้ถูกส่งกลับประเทศเขาเหมือนบางประเทศที่ทำกับเราอยู่ในขณะนี้ แล้วเราก็ละเมอเพ้อพกไปกับตัวเลขที่ลมๆแล้งๆอยู่ ผมคิดว่าเราควรหันมาใส่ใจกับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้บ้างก็จะดีนะครับ
มาดูด้านปัจจัยที่เขามาท่องเที่ยวบ้านเราบ้าง ที่ผมได้ไปสำรวจและพูดคุยกับเขามา พอจะอนุมาณได้ว่าปัจจัยหลักคือ ค่าเดินทางไม่แพงถึงถูกมาก ค่าที่พักถูกมาก ภาษาที่พูดพอจะเข้าใจกันได้ (ยกเว้นเวียดนามกับเมียนมาบางกลุ่ม) อาหารอร่อยและราคาถูกว่าบ้านเขามาก ที่สำคัญที่สุดคือที่นี่เป็นสวรรค์สำหรับการช๊อปปิ้งของเขาเลยครับ เช่นที่ห้างต่างๆรวมถึงแหล่งขายของถูก เช่น จตุจักร ประตูน้ำ ไชน่าทาวน์เยาวราช แพ็ทตินั่มมอลล์ เป็นต้น เขาจะมีความสุขในการเลือกซื้อหาสินค้าได้อย่างสบายกระเป๋าตังค์เลยครับ
สรุปคือ ท่านพ่อค้าแม่ขายที่เคารพ เมื่อก่อนท่านอาจจะเคยดูถูกคนประเทศเหล่านี้ ด้วยการทำกริยาเหยียดหยาม หรือ บางท่านก็เคยพูดจาส่อเสียด (ที่ผมเคยพบเจอกับตัวเองมาที่อยุธยา) ต่อว่าต่อขานเขา ขอความกรุณาท่านสงสารประเทศไทยบ้างเถอะครับ ช่วยกันเปลี่ยนแปลงปรับปรุงใหม่ เอาให้เขาประทับใจ แล้วให้เขาชวนเพื่อนชวนฝูง จูงลูกจูงเมียมาท่องเที่ยวประเทศไทยเรานะครับ คงไม่คาดหวังว่าจะให้เหมือนที่คนไทยเราเห่อไปท่องเที่ยวเกาหลีใต้หรือญี่ปุ่นหรอกครับ เอาแค่เพิ่มขึ้นอีกเหมือนที่ผมเปรียบเทียบให้ดู แล้วเศรษฐกิจไทยเราจะได้ไม่ต้องไปพึ่งพาคนอื่นอีกต่อไปครับ







