posttoday
จูเลียส ถั่น เจ้าพ่อพลังงาน 4.0

จูเลียส ถั่น เจ้าพ่อพลังงาน 4.0

18 มีนาคม 2562

เมื่อเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญเพื่อช่วงชิงโอกาสทางธุรกิจที่เหลือน้อยนิดในภาวะทุนนิยมแข่งขันรุนแรง

เรื่อง ทศพล หงษ์ทอง

เมื่อเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญเพื่อช่วงชิงโอกาสทางธุรกิจที่เหลือน้อยนิดในภาวะทุนนิยมแข่งขันรุนแรง จนทำให้ทั่วโลกรู้จักหนุ่มน้อยคนนี้ในฐานะ “เต้ย” แห่งวงการสตาร์ทอัพอาเซียน ซึ่งเป็นคนแรกในโลกที่ก่อตั้งร้านค้าปลีกพลังงานไฟฟ้าบนโลกออนไลน์ ซึ่งคุณสามารถซื้อ-ขายไฟฟ้าผ่านเงินเหรียญดิจิทัลอย่าง BitCoin หรือสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Blockchain ได้ง่ายเพียงแค่จากปลายนิ้ว

จูเลียส ถั่น (Julius Tan) อายุ 30 ปี ผู้ก่อตั้งกิจการสตาร์ทอัพ Electrify จากประเทศสิงคโปร์ หนึ่งในสตาร์ทอัพของประเทศที่ประสบความสำเร็จจากเวทีประกวดทั่วโลก กวาดเงินลงทุนมาแล้วมากกว่า 3,500 ล้านบาท หรือราว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นหนึ่งในโมเดลธุรกิจที่ปลุกสายตานักลงทุนทั่วโลก เมื่อเขาพิสูจน์ให้เห็นว่ากิจการซื้อขายพลังงานจะไม่ผูกขาดอยู่กับแค่เอกชนรายใหญ่ของแต่ละประเทศอีกต่อไป

ปัจจุบันรายได้ของ Electrify ในปีก่อนนั้นพบว่ามีสัดส่วนการซื้อไฟฟ้าจากที่นี่มากกว่า 4 หมื่นล้านบาท จนส่งผลให้บริษัทของเขาได้ขึ้นแท่นเป็นอันดับ 3 ของประเทศที่สามารถสร้างรายได้ จากการทำธุรกิจผ่านสกุลเงินดิจิทัลมากที่สุด

จูเลียส ถั่น อธิบายว่า Electrify คล้ายแพลตฟอร์มบริการสินค้าและผลิตภัณฑ์ออนไลน์ด้านพลังงาน ตั้งแต่ของเก่าอย่างน้ำมันไปจนถึงพลังงานใหม่อย่างโซลาร์ เซลล์ ลูกค้าสามารถเข้าไปสั่งซื้อพลังงานได้อย่างอิสระจากเอกชนผู้ขาย ซึ่งมีมากกว่า 25 บริษัท นั่นหมายความว่าการซื้อขายพลังงานจะไม่ถูกผูกขาดอีกต่อไป ควบคู่ไปกับสร้างความโปร่งใสและลดค่าใช้จ่ายด้านขั้นตอนการเงิน

จากการดำเนินกิจการมาระยะเวลา 1 ปี พบว่าการซื้อขายพลังงานผ่านระบบออนไลน์สามารถลดค่าภาษี และค่าธรรมเนียมต่างๆ ได้ 25% จากการซื้อขายไฟฟ้าปกติทั่วไปจากรายใหญ่ โดยเฉพาะประเทศสิงคโปร์ในปีที่ผ่านมา คิดเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานทั้งสิ้นมากกว่า 300 ล้านบาท นอกจากนี้ Electrify ยังใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาศึกษาพฤติกรรมการใช้พลังงานของลูกค้าพร้อมวางแผนรูปแบบพลังงานให้เหมาะกับผู้ใช้ เพื่อควบคุมต้นทุนให้ถูกที่สุด

จูเลียส ถั่น กล่าวถึงโอกาสด้านตลาดพลังงานในภูมิภาคเอเชียว่ายังคงเป็นโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับสตาร์ทอัพด้านพลังงานที่มีไอเดียทางธุรกิจแบบใหม่ เนื่องจากดีมานด์การใช้พลังงานในประเทศกลุ่มเอเชีย มีแต่จะขยายตัวมากขึ้นตามจำนวนประชากร ปัจจุบันมูลค่าตลาดอยู่ที่ 24.5 ล้านล้านบาท/ปี และในอนาคตอีก 20 ปี มีแนวโน้มเติบโตมากกว่า 58% ไปอยู่ที่มูลค่า 56 ล้านล้านบาท ดังนั้น Electrify จึงมีแผนขยายธุรกิจไปยังประเทศญี่ปุ่นและออสเตรเลีย

สุดท้ายเขาฝากข้อความไปถึงนักลงทุนรุ่นใหม่ว่าโลกทุกวันนี้เปลี่ยนเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) ดังนั้นคนรุ่นใหม่ต้องเฟ้นความแตกต่างทางธุรกิจในการเอาชนะคู่แข่งและสร้างรายได้ระยะยาวโดยอาศัยเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน เพื่อนำมาช่วงชิงความได้เปรียบด้านราคาสินค้าที่ถูกกว่าบรรจุภัณฑ์ที่สวยกว่า รวมถึงคุณภาพสินค้าและบริการที่สะดวกสบายกว่า แต่ทั้งนี้ต้องไม่ทิ้งเทคนิคและวิธีการขายของผู้ประกอบการรุ่นเก่าด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท