
เลาะเส้นทาง R12 บุกลงทุนฮานอย
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ประจำกรุงฮานอย ได้จัดโครงการสำรวจลู่ทางเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและเวียดนาม กรุงเทพฯ-นครพนม-วิงห์-ฮานอย ให้กับนักลงทุนชาวไทยที่มีความสนใจเข้าไปลงทุนในเวียดนาม เพื่อสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพในการลงทุนของตลาดแห่งใหม่ที่น่าสนใจอีกแห่งของเวียดนามอย่างจังหวัดเหงะอัน
เริ่มต้นการเดินทางที่ จ.นครพนม ด้วยการโดยสารรถบัสท้องถิ่นไปยังบริเวณชายแดนไทย-ลาว โดยข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) เพื่อผ่านจุดผ่านแดนนาเพาที่ชายแดนไทย-ลาว ก่อนออกเดินทางต่อไปยังชายแดนลาว-เวียดนาม ด้วยเส้นทางหมายเลข R12 ซึ่งเป็นเส้นทางสำหรับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยเฉพาะ เส้นทางเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนนี้อยู่ในระหว่างการผลักดันให้เกิดการขยายขอบเขตข้อตกลงการขนส่งข้ามพรมแดน (Greater Mekong Sub-Region Cross-Border Transport Agreement หรือ GMS CBTA) ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้ง 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย เวียดนาม และลาว
ตลอดเส้นทางจะสามารถพบเห็นรถบรรทุกตู้สินค้าจากประเทศไทย เวียดนาม ลาว และจีน ขับสวนกันไปมาอย่างขวักไขว่ในถนนขนาด 2 เลน ด้วยเส้นทางที่ลาดชันจากภูมิประเทศที่เป็นภูเขาอันคดเคี้ยว ทำให้ในช่วง 15 กิโลเมตร สุดท้ายก่อนถึงชายแดนลาว-เวียดนาม ต้องอาศัยความชำนาญในการขับรถ
เป็นอย่างสูง กระทั่งคณะเดินทางถึงจุดผ่านแดนจาลอ และการเดินทางข้ามพรมแดน 3 ประเทศจบลง เมื่อเข้าสู่ตัวเมืองวิงห์ จังหวัดเหงะอัน เป้าหมายในการสำรวจลู่ทางเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนในครั้งนี้ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในจังหวัดสูงถึง 8.25%
คณะได้มีโอกาสเข้าไปดูความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม WHA พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สุดในภาคกลางตอนเหนือของเวียดนามที่รอคอยให้นักลงทุนชาวไทยที่สนใจเข้าไปร่วมสร้างฐานการผลิต ซึ่งวางแผนเปิดให้ใช้พื้นที่ส่วนแรกจำนวน 498 เฮกตาร์ จากเนื้อที่ทั้งหมด 3,200 เฮกตาร์ ภายในปีนี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังสะดวกต่อการเดินทางในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางเรือ หรือทางอากาศ
เหวียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนามเป็นประธาน พร้อมกล่าวปาฐกถากับนักลงทุนทั้งในและนอกประเทศว่า โครงการจัดสัมมนาเพื่อส่งเสริมการลงทุน ตั้งแต่ปี 2014 สามารถดึงดูดการลงทุนกว่า 150 โครงการในจังหวัดเหงะอัน มูลค่า 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยืนยันให้เห็นถึงถึงโอกาสของการลงทุนในจังหวัดเหงะอันที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโดยมีแรงงานกว่า 1.9 ล้านคน คิดเป็น 64% ของจำนวนประชากรที่มาพร้อมกับค่าแรงขั้นต่ำที่ถูก และปริมาณบัณฑิตจบใหม่กว่า 2.4 หมื่นคนในแต่ละปี
อรรจน์สิทธิ สร้อยทอง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ประจำกรุงฮานอยกล่าวว่า สำหรับนักลงทุนชาวไทยที่สนใจเข้ามาลงทุนในเวียดนาม ทางบีโอไอยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษาด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน อาทิ สิทธิประโยชน์ทางการค้า อนุสัญญาภาษีซ้อน การส่งเงินกลับประเทศ หรือการจัดตั้งสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค รวมถึงเป็นตัวกลางในการประสานงานระหว่างหน่วยงานของเวียดนามกับนักลงทุนชาวไทย เพื่อส่งเสริมการขยายตลาดและการลงทุนในระดับภูมิภาค







