
เปิดลงทุนโลจิสติกส์
สนข.สรุปแผนเดินหน้าสถานีคอนเทนเนอร์ เปิดเอกชนร่วมทุน เสริมศักยภาพอีอีซี
โพสต์ทูเดย์ - สนข.สรุปแผนเดินหน้าสถานีคอนเทนเนอร์ เปิดเอกชนร่วมทุน เสริมศักยภาพอีอีซี
นางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า สนข.ได้สรุปแผนศึกษาการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ (Inland Container Depot : ICD) ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ได้ข้อสรุปการคัดเลือกพื้นที่ในการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ประมาณ 760 ไร่ บริเวณ ต.หนองตีนนก อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟดอนสีนนท์ประมาณ 1 กม.
สำหรับการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 ระยะ วงเงินลงทุนรวม 1.4 หมื่นล้านบาท ระยะที่ 1 คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี 2567 และระยะที่ 2 จะดำเนินการในปี 2577 โดยรูปแบบการลงทุนโครงการจะใช้วิธีการให้สัมปทานเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน ดำเนินงาน และบำรุงรักษา
ทั้งนี้ จากผลการศึกษาคาดการณ์ว่าในปีแรกจะมีปริมาณตู้สินค้าที่เข้ามาใช้บริการสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ที่ จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 5 แสนทีอียู และเพิ่มขึ้นเป็น 1.9 ล้านทีอียูในปีที่ 30 โดยผลการวิเคราะห์ทางด้านเศรษฐกิจ พบว่า โครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์รองรับอีอีซี ที่ จ.ฉะเชิงเทรา จะให้ผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ (EIRR) ที่ 15%
นางวิไลรัตน์ กล่าวว่า โครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์รองรับอีอีซี ที่ จ.ฉะเชิงเทรา จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเติมเต็มภาพรวมการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้อีอีซี เป็นประตูการค้าของภูมิภาค และที่สำคัญคือจะเป็นการผลักดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งไปสู่ระบบราง ส่งผลให้เกิดการลดต้นทุนโลจิสติกส์และความแออัดบริเวณท่าเรือ
นอกจากนี้ ยังเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมและกระจายสินค้า รวมถึงเชื่อมโยงการขนส่งระบบรางทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มซีแอลเอ็มวี (CLMV) ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนาม ตลอดจนรองรับการเชื่อมโยงกับจีนตามโครงการรถไฟไทย-จีน และยุทธศาสตร์ Belt and Road Initiative อย่างไรก็ตาม การศึกษาความเหมาะสมโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์รองรับอีอีซี ที่ จ.ฉะเชิงเทรา เป็นผลการศึกษาเบื้องต้นทางวิชาการเท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติจะต้องพิจารณาประเด็นข้อกังวลต่างๆ จากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ
สำหรับการพัฒนาโครงการได้ถูกออกแบบให้รองรับการขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้า-ส่งออก เชื่อมโยงกับระบบรางและท่าเรือแหลมฉบัง แบบไร้รอยต่อ (Seamless Operation) ให้บริการจัดการการขนส่งแบบเบ็ดเสร็จ (One-Stop Service) เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการนำเข้าและส่งออกสินค้า







