posttoday
ข้าวพันธุ์ใหม่

ข้าวพันธุ์ใหม่

16 พฤศจิกายน 2561

โดย...รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษา การค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

โดย...รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษา การค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ปัจจุบันประเทศไทยมีสายพันธุ์ข้าวหลากหลายสายพันธุ์จำนวน 132 ชนิด(กรมการข้าว) สามารถแบ่งตามประเภทสินค้าข้าวได้ 6 ประเภท คือ ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอม ข้าวพื้นนุ่ม ข้าวขาวพื้นแข็ง ข้าวเหนียว และข้าวตลาดเฉพาะ โดยร้อยละ 50 เป็นสายพันธุ์ข้าวขาวพื้นแข็ง ซึ่งเป็นข้าวที่ส่งออกเกือบ 50% ของการส่งออกทั้งหมดโดยตลาดหลัก จีน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ตามการส่งออกข้าวนึ่ง (ตลาดหลัก แอฟริกา) และข้าวหอมมะลิ (ตลาดหลัก สหรัฐ จีน ฮ่องกง) ตามลำดับ

สำหรับกลุ่มข้าวพื้นนุ่มและข้าวขาวตลาดเฉพาะเป็นข้าวที่ไทยส่งออกน้อย หรือเกือบยังไม่มีการส่งออกเลย กลุ่มพื้นนุ่ม ได้แก่ พันธุ์ขาว กข21 กข39 กข45 กข59 กข77 และพิษณุโลก60-1 เป็นต้น ในขณะที่ข้าวขาวตลาดเฉพาะ ซึ่งเป็นข้าวสุขภาพและข้าวประจำท้องถิ่น แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ พันธุ์ข้าวดัชนีน้ำตาลปานกลาง ได้แก่ พันธุ์ กข43 และพิษณุโลก80 ข้าวสี ได้แก่ พันธุ์ข้าวลืมผัว สังข์หยดพัทลุง ข้าวหอมแดง และข้าวหอมกุหลาบแดง เป็นต้น สุดท้ายคือ ข้าวเมล็ดขนาดกลาง

บทความนี้ผมขอเน้น "ข้าวนุ่ม" ซึ่งเป็นข้าวที่ตลาดต่างประเทศมีความสนใจมากในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดจีนและฟิลิปปินส์ ก่อนอื่นต้องขออัพเดทตลาดข้าวโลกก่อนครับ ปี 2560 ทั่วโลกส่งออกข้าว 32 ล้านตันข้าวสาร เบอร์ 1 และ 2 ของส่งออกโลกคือ อินเดียและไทย ปี 2554 เป็นปีแห่งจุดเปลี่ยนของการส่งออกข้าวโลกระหว่าง 2 ชาตินี้ ก่อนปี 2554 ไทยส่งออกอันดับ 1 ของโลก แต่หลังปี 2554 เป็นต้นมา "อินเดียคือเบอร์ 1 ส่งออกข้าวโลก" ปี 2560 อินเดียส่งออก 11 ล้านตัน ไทยส่งออก 9.9 ล้านตัน ปี 2561 คาดว่าอินเดียส่งออก 12.5 ล้านตัน ไทย 10.2 ล้านตัน (11 ล้านตัน สมาคมผู้ส่งออก) เวียดนาม 6.7 ล้านตัน (statista.com)

สำหรับข้าวพันธุ์ใหม่ที่ผมกำลังพูดถึงนี้ก็คือ "ข้าวนุ่ม" หรือข้าวประเทศจีนที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ที่มีความหอมและนุ่ม ชื่อว่า "Wu Chang" หรือ "DaoH ua Xiang" ซึ่งข้าวชนิดนี้เป็นที่นิยมมากในตลาดจีนมาก โดยจีนมีความต้องการประมาณปีละ 7-8 ล้านตัน แต่ไทยมีการปลูกข้าวชนิดนี้น้อยมาก ทำให้เวียดนามได้เปรียบเพราะเวียดนามหันมาส่งเสริมการปลูกเนื่องจากได้ราคาดี ดังนั้น ต่อไปไทยควรเร่งพัฒนาพันธุ์เพื่อขยายตลาดส่งออก ข้าวไปยังกลุ่มข้าวพื้นนิ่ม

ประเทศเวียดนามมีการนำพันธุ์ข้าวจากประเทศจีนมาปลูก แล้วส่งขายกลับไปยังประเทศจีน จีนนำเข้าข้าวนุ่มปริมาณ 2.5 ล้านตัน ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้าจากเวียดนามและปากีสถาน ซึ่งเป้าหมายของไทยคือ ต้องการส่งออกให้ได้ 1 ล้านตัน คำถามที่สำคัญ คือ "ปัจจุบันไทยมีข้าวนุ่มพอยัง" ต้องตอบว่า "ยังครับ" หากเราต้องการขายตลาดจีนและตลาดอื่นๆ โดยตั้งเป้า ว่า "ผลิต 1 ล้านตันข้าวสาร" ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ข้าว ชาวนา โรงสี และผู้ส่งออก
 
ผมได้นั่งคุยกับสมาคมผู้ส่งออก พบว่า การที่ปลูกข้าวนุ่มให้ได้ 1 ล้านตัน ต้องใช้เมล็ดพันธุ์ทั้งหมดประมาณ 4.5 หมื่นตัน และพื้นที่เพาะปลูกข้าวจำนวน 3 ล้านไร่ เพื่อให้ได้ข้าวเปลือกจำนวน 1.8 ล้านตัน แล้วนำมาแปรรูปให้ได้ข้าวสาร 1 ล้านตัน

ในวันนี้ไทยมีเมล็ดพันธุ์ข้าวพื้นนุ่ม (พันธุ์ กข21 กข45) เพียง 18 ตัน ซึ่งจะปลูกข้าวได้ 1,200 ไร่ (18 ตัน เท่ากับ 1.8 หมื่น กก. ซึ่งพื้นที่ 1 ไร่ ใช้เมล็ดพันธุ์จำนวน 15 กก. ดังนั้น จะเท่ากับ 1.8 หมื่น กก./15 กก. เท่ากับ 1,200 ไร่) หากเรามีหน้าตักเท่านี้ เราต้องใช้ระยะเวลาปลูก 3 รอบ รอบละ 4 เดือน รวม 12 เดือน เราจึงจะมีข้าวสาร 1 ล้านตัน ซึ่งวันนี้สมาคมผู้ส่งออกเลยไม่รอช้า ทำพื้นที่ 1 หมื่นไร่ใน จ.สุพรรณบุรี ราชบุรี และนครปฐม โดยสมาคมฯ สนับสนุนปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกร พร้อมทั้งรับซื้อข้าวในราคาตันละ 9,000 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดข้าวเจ้าเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 8,000-8,500 บาท โดยราคาส่งออกข้าวพื้นนิ่มจะสูงกว่าข้าวขาวปกติ (ข้าวพื้นแข็ง) ประมาณตันละ 60-150 ดอลลาร์สหรัฐ
 
ปัจจุบันราคาส่งออกข้าวขาว 5% ของไทยอยู่ที่ตันละ 460 ดอลลาร์ ขณะที่ข้าวขาวพื้นนิ่มจากเวียดนามพันธุ์ 5414 ส่งออกประมาณตันละ  500 ดอลลาร์ และข้าวพันธุ์ ST5 ส่งออกตันละ 550 ดอลลาร์ เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด เอฟเวอร์ตัน พบ เชลซี พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด เอฟเวอร์ตัน พบ เชลซี พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69