posttoday

เปิดมุมมองทายาทรุ่น 2 ไฮเวย์ กรุ๊ป

13 พฤศจิกายน 2561

ไฮเวย์ กรุ๊ป กลุ่มบริษัทโลจิสติกส์รายใหญ่ ใน อ.แม่สอด จ.ตาก ด้วยธุรกิจในเครือถึง 11 แห่ง

โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง

ไฮเวย์ กรุ๊ป กลุ่มบริษัทโลจิสติกส์รายใหญ่ ใน อ.แม่สอด จ.ตาก ด้วยธุรกิจในเครือถึง 11 แห่ง ครอบคลุมธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง และธุรกิจส่งออกอื่นๆ ครอบคลุมพื้นที่เมียนมาเป็นหลัก

วสันต์ ครรชิตศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฮเวย์ กรุ๊ป ทายาทรุ่นที่ 2 เข้ามาบริหารงานมากกว่า 5 ปี เปิดเผยว่า บริษัท ไฮเวย์ กรุ๊ป แตกออกเป็น 11 บริษัทในเครือ ประกอบด้วยธุรกิจจัดซื้อจัดหาการผลิต บริษัทจัดจำหน่าย ฯลฯ หรือกลุ่มบริษัทซัพพลายเชน (Supply Chain) ซึ่งมีธุรกิจหลักคือโลจิสติกส์ โดยจดทะเบียนเป็นบริษัท ไฮเวย์ กรุ๊ป ตั้งแต่ปี 2546 แต่ทั้งนี้บริษัทอยู่ในแวดวงธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศประมาณ 40 ปีแล้ว

“ในจำนวน 11 บริษัท ผมรับหน้าที่ดูแลธุรกิจหลักๆ 4 ธุรกิจ ประกอบด้วย 1.บริษัท สามเสือ ทรานสปอร์ต เกี่ยวกับธุรกิจโลจิสติกส์ 2.บริษัท ไฮเวย์ซิเมนต์ เกี่ยวกับธุรกิจตัวแทนจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง เครือเอสซีจี 3.บริษัท ไฮเวย์ อินเตอร์ เอ็กซ์ปอร์ต ดำเนินธุรกิจการส่งออก และ 4.บริษัท ไฮเวย์ คอนกรีต ดำเนินธุรกิจคอนกรีตเพื่อการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน” วสันต์ กล่าว

สำหรับสามเสือ ทรานสปอร์ต เน้นทำธุรกิจในตลาดเมียนมาเป็นหลัก ซึ่งกลุ่มผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นลูกค้าคนไทยที่ขยายการส่งออกไปยังเมียนมา ซึ่งมีจำนวนประมาณ 80% และอีก 20% เป็นลูกค้าชาวเมียนมา โดยสามเสือ ทรานสปอร์ตจะให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ดูแลการนำเข้าสินค้าในเมียนมา การผ่านด่าน ดูเส้นทางการขนส่ง ขณะที่สินค้าหลักที่ขนส่ง คือกลุ่มสินค้าวัสดุก่อสร้าง นอกจากนี้ยังขนส่งผลิตภัณฑ์ กระดาษม้วน ผลิตภัณฑ์ปุ๋ย และผลิตภัณฑ์น้ำตาล โดยปริมาณในการขนส่ง 30% เป็นการขนส่งวัสดุก่อสร้างในเครือเอสซีจี สนับสนุนกลุ่มธุรกิจในเครือของตนเอง

“ธุรกิจโลจิสติกส์ของเราส่วนใหญ่จะเป็นการให้บริการบริษัทไทยที่ส่งออกสินค้ายังเมียนมา เนื่องจากเมียนมานำเข้าสินค้าไทยมากกว่าส่งออก แต่ถึงอย่างไรเมียนมาได้มีการส่งออกไปยังประเทศไทยบ้าง เช่น การส่งออกเหล็กเก่า ทั้งนี้เดิมคาดว่าการเติบโตของกลุ่มโลจิสติกส์จะเติบโตประมาณ 8% ในปี 2561 แต่ด้วยค่าเงินเมียนมาที่ผันผวน และเหตุการณ์น้ำท่วมในเมียนมาส่งผลให้การซื้อขายของชาวเมียนมาต่ำลง ตั้งแต่เดือน ก.ค.-ก.ย. 2561 ดังนั้นการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ
โลจิสติกส์ที่เราคาดการณ์ไว้ จาก 8% อาจเติบโตแค่ 4%” วสันต์ กล่าว

วสันต์ กล่าวว่า ข้อควรระวังของการทำธุรกิจโลจิสติกส์ในเมียนมา คือ การเกิดอุบัติเหตุข้ามแดน ยังไม่มีบรรทัดฐานในการตัดสินความผิด ไม่มีคนกลางในการไกล่เกลี่ย บริษัทจึงแก้ไขปัญหาโดยการทำประกันคุ้มครองรถขนส่งของไทยเข้าไปจากชายแดนเมียนมา 10 กม. ตลอดจนข้อจำกัดด้านถนนหนทาง เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการยังต้องเจอ แต่ทั้งนี้ข้อดีของการทำธุรกิจโลจิสติกส์ในเมียนมา คือการแข่งขันในตลาดยังไม่รุนแรงเท่าประเทศไทย ยังมีโอกาสอีกมาก สำหรับในอนาคต สามเสือ ทรานสปอร์ต เล็งขยายธุรกิจยังตลาดลาวและกัมพูชา ซึ่งจะเริ่มในปี 2562 ด้วยต้องการขยายธุรกิจครอบคลุมประเทศตามแนวชายแดนทั้งหมด

ทางด้านบริษัท ไฮเวย์ ซิเมนต์ อีกหนึ่งธุรกิจที่วสันต์ดูแล ซึ่งเป็นธุรกิจตัวแทนจำหน่ายวัสดุก่อสร้างเครือเอสซีจี ดูแลพื้นที่ จ.ตาก ประเทศไทย และบริษัท ไฮเวย์ อินเตอร์ เอ็กซ์ปอร์ต ดูแลการทำตลาดในรัฐกะเหรี่ยงของเมียนมาทั้งหมด มองว่าในปี 2561 ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างเครือเอสซีจีจะเติบโตขึ้นอีก 3% เนื่องจากผู้บริโภคชาวเมียนมานิยมสินค้าจากเอสซีจี มองว่าเป็นสินค้าคุณภาพ ตามด้วยบริษัท ไฮเวย์ คอนกรีต ดำเนินธุรกิจคอนกรีต สนับสนุนตลาดในประเทศ มีอัตราการเติบโตสูง จากการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ อาทิ การสร้างโรงพยาบาล และการสร้างถนนหนทาง

สำหรับยอดการเติบโตรวมของกลุ่มบริษัท ไฮเวย์ กรุ๊ป ในปี 2561 คาดว่าจะเติบโตขึ้น 7-8% ทั้งมองว่าธุรกิจโลจิสติกส์เป็นกลุ่มธุรกิจสำคัญที่ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง เพราะเป็นฐานของทุกธุรกิจที่ต้องส่งออก ขณะที่วสันต์เป็นนักธุรกิจอีกหนึ่งคนที่เข้าร่วมโครงการ YEN-D สนับสนุนการเกิดเครือข่ายธุรกิจในเมียนมา ที่เริ่มต้นจากความเป็นเพื่อน ส่งผลให้ความร่วมมือทางธุรกิจยั่งยืนขึ้น

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด ราชบุรี เอฟซี พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฟุตบอลไทยลีก วันนี้ 4 เม.ย.69