posttoday
'ลิมเฮงไฮ'เซียนการเงินสิงคโปร์

'ลิมเฮงไฮ'เซียนการเงินสิงคโปร์

30 กรกฎาคม 2561

ลิมเฮงไฮ (Lim Heng Hai) ผู้ก่อตั้งบริษัท TechCreate Solution บริษัทที่ปรึกษาด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบธุรกิจด้านการชำระเงิน หรือเพย์เมนต์ โอเปอเรเตอร์

ลิมเฮงไฮ (Lim Heng Hai) ผู้ก่อตั้งบริษัท TechCreate Solution บริษัทที่ปรึกษาด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบธุรกิจด้านการชำระเงิน หรือเพย์เมนต์ โอเปอเรเตอร์ เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันในยุคปัจจุบัน

ทั้งนี้ TechCreate Solution ยังเป็นผู้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับมาตรฐาน ISO 20022 และวิธีการใช้งาน ซึ่งมาตรฐาน ISO 20022 เป็นมาตรฐานใหม่ที่อำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงิน ขณะที่เมื่อเร็วๆ นี้ ลิมเฮงไฮ ได้เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับ Bank API และการพัฒนาระบบบล็อกเชนด้านการเงินของสิงคโปร์ ในงาน ETDA สู่ปีที่ 8 “Future Economy and Internet Governance : Big Change to Big Chance” เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยตื่นตัวในด้านการพัฒนาธุรกิจด้านการเงิน

นอกเหนือจากการเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาแก่เพย์เมนต์ โอเปอเรเตอร์ ลิมเฮงไฮ ยังเป็นคณะทำงานในการกำหนดมาตรฐาน ISO/TC68/SC9/WG2 ซึ่งเป็นกลุ่มทำงานร่วมกว่า 30 ชาติ โดยมีประธานร่วม 3 ประเทศ ได้แก่ จีน สิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร เพื่อกำหนดมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างธนาคารกับฟินเทค เป็นการวางมาตรฐานในการทำ Bank API หรือการเปิดข้อมูลของธนาคารเพื่อให้สาธารณะใช้ประโยชน์

ทั้งนี้ ข้อมูลที่ธนาคารเปิดให้สาธารณะนำไปใช้งานจะเป็นข้อมูลทั่วไป อาทิ ที่ตั้งธนาคาร สถิติอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตลอดจนสถิติต่างๆ ที่ธนาคารเก็บไว้ ซึ่งไม่ได้เป็นข้อมูลของลูกค้า และไม่ละเมิดข้อกฎหมาย เป็นข้อมูลเปิดที่ไม่ได้จำกัดการเข้าถึง เพื่อให้แอพพลิเคชั่นดึงข้อมูลไปทำธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง และเมื่อทุกธนาคารปล่อยข้อมูลเชิงสถิติออกมา ได้เป็นข้อมูลขนาดใหญ่ (บิ๊กดาต้า) จะทำให้ธุรกิจใหม่สามารถนำข้อมูลไปใช้ในกระบวนการวิเคราะห์ และสร้างสรรค์นวัตกรรม

ถึงอย่างไรข้อมูลลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ ที่ธนาคารต้องระวังว่าไม่สามารถเปิดเผยออกมาได้ จึงต้องมีการกำหนดมาตรฐาน เพื่อให้กลุ่มธนาคารที่มีการแบ่งปันข้อมูลปฏิบัติตาม โดยรูปแบบดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วในสหราชอาณาจักร สำหรับในประเทศไทยหากเข้าร่วมใช้มาตรฐาน ISO/TC68/SC9/WG2 ส่งผลให้สตาร์ทอัพสามารถดึงข้อมูลไปพัฒนาธุรกิจ รวมทั้งเข้าถึงแหล่งข้อมูลของธนาคารระดับโลก เป็นโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลที่มีมาตรฐาน ขณะที่มาตรฐานดังกล่าวไม่ใช่มาตรฐานบังคับ แต่เป็นการเห็นพ้องต้องกันของหลายประเทศ เรียกว่า Soft Law

ลิมเฮงไฮ กล่าวว่า ความท้าทายในการกำหนดมาตรฐานการแบ่งปันข้อมูลของธนาคาร คือความกลัวของแต่ละธนาคารว่าการเปิดเผยข้อมูล จะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของตนเองหายไป เนื่องจากมีคู่แข่งทางธุรกิจมากขึ้นและถึงแม้ว่าจะมีการใช้มาตรฐานแล้ว ก็ยังเปิดเผยข้อมูลเฉพาะกลุ่มที่ธนาคารต้องการ และเป็นพันธมิตรเท่านั้น ไม่ได้เปิดทั้งสังคม เพราะกลัวว่าจะทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง ดังนั้นจึงต้องหาจุดสมดุลว่าธนาคารสามารถเปิดเผยข้อมูลของตนเองได้แค่ไหน ให้สาธารณะได้นำไปใช้ได้

นอกจากนี้ ลิมเฮงไฮ ยังให้ข้อคิดเกี่ยวกับการใช้งานบล็อกเชนว่า แม้ว่าบล็อกเชนจะเป็นเทคโนโลยีใหม่แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง โดยยังไม่มีกรณีตัวอย่างที่ใช้งานจริงจัง เป็นเพียงการนำร่องใช้งานของแต่ละประเทศ ด้วยข้อจำกัดด้านความล่าช้าในกระบวนการเชื่อมโยงข้อมูล ทำให้การทำธุรกรรมไม่รวดเร็วอย่างที่คิด และไม่สามารถรองรับกระบวนการประมวลผลธุรกรรมแบบมหาศาล

“ทั่วโลกที่เริ่มมีการใช้บล็อกเชน (นำร่อง) ล้วนเจอปัญหาการทำธุรกรรมที่ไม่ได้รวดเร็ว อย่างที่คิด ยังไม่สามารถใช้ในกระบวนการประมวลธุรกรรมอย่างมหาศาลได้ รวมถึงเรื่องของความปลอดภัยเองก็ยังถูกทดสอบ มองว่าเทคโนโลยีนี้ยังไม่เป็นที่มั่นใจ แต่ละประเทศต้องศึกษาอย่างจริงจังว่าใช้ได้หรือไม่ ต้องแยกให้ออกระหว่างคำการตลาด และการใช้งานจริงๆ ซึ่งทำนายว่าอีก 10-20 ปี บล็อกเชนจึงจะเสถียรภาพมากขึ้น” ลิมเฮงไฮ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง