
ปินส์เจอคลื่นยักษ์-ดินถล่มหลังซูเปอร์ไต้ฝุ่นขึ้นฝั่ง
ซูเปอร์ไต้ฝุ่น "เมกิ" พัด ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้วช่วงเช้า18ต.ค. ทำให้เกิดคลื่นยักษ์ซัดชายฝั่ง-ดินถล่มเชิงเขา แต่ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็ฐ-ดสียชีวิต รัฐบาลประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุดอพยพประชาชนหนี
ซูเปอร์ไต้ฝุ่น "เมกิ" พัด ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้วช่วงเช้า18ต.ค. ทำให้เกิดคลื่นยักษ์ซัดชายฝั่ง-ดินถล่มเชิงเขา แต่ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็ฐ-ดสียชีวิต รัฐบาลประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุดอพยพประชาชนหนี
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่นเมกิได้พัดเข้าทางตอนเหนือของประเทศฟิลิปปินส์แล้วในวันนี้ (18 ต.ค.) ทำให้เกิดเหตุดินถล่ม ในพื้นที่แถบเชิงภูเขา และทำให้เกิดลูกยักษ์ขึ้นซัดเข้าสู่ชายฝั่งทะเล
เจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่า ขณะนี้โรงเรียนหลายแห่งในพื้นที่เสี่ยงภัยต้องปิดทำการ และประชาชนจำนวนหลายพันคนต้องอพยพออกจากพื้นที่บริเวณเกาะลูซอน เนื่องจากเกรงว่าพายุไต้ฝุ่นที่มีกำลังรุนแรงที่สุดในรอบปีจะสร้างความเสียหาย
ทั้งนี้ กราเซียโน ยูโมล หัวหน้านักอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า พื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดอิซาเบลเป็นพื้นที่แรกที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากพายุลูกดังกล่าว ที่พัดเข้าถล่มเมื่อช่วงเช้าวันนี้ แต่ยังคงไม่มีรายงานความเสียหาย
"อันตรายทางธรรมชาติกำลังเกิดขึ้น เกิดเหตุดินถล่มในพื้นที่เชิงเขา เราต้องเผชิญกับคลื่นลูกใหญ่ พายุลูกโต ที่บริเวณชายฝั่ง และขณะนี้เราได้ประกาศเตือนเหตุอุทกภัยแล้ว" ยูโมลกล่าว
เมื่อเวลา 8.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 7.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย รัฐบาลฟิลิปินส์รายงานว่า พายุเมกิได้พัดเข้าถึงพื้นที่ชายฝั่งของจังหวัดอิซาเบล ซึ่งอยู่ทางจากกรุงมะนิลา ไปทางเหนือราว 320 กิโลเมตร โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดนี้และพื้นที่ใกล้เคียงส่วนมากเป็นพื้นที่เกษตรกรรม และทำการประมงเป็นหลัก ซึ่งมีประชากรอยู่ราว 2-3 ล้านคน และต้องรับมือกับพายุที่รุงแรงแทบทุกปี
นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ของรัฐบ่าลฟิลิปปินส์ได้เตรียมการรรับมือกับพายุลูกนี้เป็นอย่างดี โดยนอกจากจะอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ในเบื้องต้นแล้วกว่า 3,000 คน ก็ยังได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย ทหาร และตำรวจ รวมทั้งอุปกรณ์ที่จำเป็น อาทิ เรือยาง รถบรรทุกขนาดใหญ่ นักประดาน้ำ และอื่นๆ ก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้น
จากการคาดการณ์ระบุว่า พายุลูกนี้จะไม่พัดเข้าสู่เมืองหลวงของประเทศ แต่ทางรัฐบาลก็ประกาศให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงเฝ้าติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมเป็นพิเศษเท่านั้น
ฟิลิปปินส์เป็นประเทศหนึ่งที่ต้องเผชิญกับพายุไต้ฝุ่นราว 20 ลูกในแต่ละปี ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุภัยธรรมชาติในทุกปี โดยเมื่อเดือน ก.ย. และ ต.ค. ปีที่แล้ว ประชาชนราวกว่า 1,100 ชีวิต ต้องสังเวยให้พายุกฤษณา และ ไต้ฝุ่น ป้าหม่า ที่ถล่มเกาะลูซอนเป็นเวลาราว 1 สัปดาห์ และก่อให้เกิดภาวะน้ำท้วมที่รุนแรงที่สุดทในประวัติศาสตร์อีกด้วย
ทางรัฐบาลฟิลิปปินส์เรียกพายุลูกดังกล่าวว่าเป็น ซูเปอร์ไต้ฝุ่น เนื่องจากมีความรุนแรงและการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว โดยเคลื่อนมาจากตะวันตกเฉียงใต้ด้วยความเร็วลม 19 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือมีความเป็นไปได้ที่จะทวีกำลังในบางช่วงสูงถึง 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ทางรัฐบาลยกระดับการเตือนภัยถึงขั้นที่ 4 ซึ่งเป็นระดับความรุนแรงสูงที่สุด
ทั้งนี้พายุไต้ฝุ่นเมกิจะพัดผ่านทางตอนเหนือของเกาะลูซอน และจะมุ่งออกไปยังทะเลจีนใต้ในวันอังคารที่ 19 ต.ค. นี้
ระงับ 8 เที่ยวบิน-ไฟฟ้าดับหลายพื้นที่
เมื่อเวลา 12.00 น. สถานการณ์ล่าสุดหลัง ซูเปอร์ไต้ฝุ่นเมกิ พัดเข้าถล่มทางตอนเหนือของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะนี้มีรายงานว่า ได้เกิดฝนตกอย่างหนัก และพายุลมแรง ทำให้กระแสไฟฟ้าดับ และ 8 เที่ยวบินต้องหยุดชะงัก โดยในจำนวนดังกล่าวมีเที่ยวบินภายในประเทศ 4 เที่ยวบิน และเที่ยวบินไปยังฮ่องกง 2 เที่ยวบิน
ส่วนเหตุดินถล่มที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า ทำให้ถนนหลายสายในจังหวัดอะปาเยา ในเกาะลูซอน ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งเล่าวว่า มีชาวนาหนึ่งคนถูกกระแสน้ำดูดลงไปในแม่น้ำสายหนึ่งในจังหวัดคากายัน ขณะกำลังพยายามช่วยชีวิตกระบือตัวหนึ่ง
เมกิ เป็นพายุลูกที่ 10 และมีความรุนแรงมากที่สุดในรอบปี โดยมีความเร็วลมมากกว่า 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง







