posttoday
เหตุผลที่ "มหาเธร์" วัย 92 ยังเป็นที่นิยมของชาวมาเลย์

เหตุผลที่ "มหาเธร์" วัย 92 ยังเป็นที่นิยมของชาวมาเลย์

10 พฤษภาคม 2561

สามก๊กฉบับมาเลย์ แม้ "มหาเธร์" จะสร้างประวัติศาสตร์ .. แต่ก็มิอาจพ้นวัฏจักรการเมืองเดิมๆ?

สามก๊กฉบับมาเลย์ แม้ "มหาเธร์" จะสร้างประวัติศาสตร์ .. แต่ก็มิอาจพ้นวัฏจักรการเมืองเดิมๆ?

เรียกได้ว่าเป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งในหน้าการเมืองของมาเลเซีย เมื่อศาสตราจารย์ นายแพทย์ มหาเธร์ บิน โมฮัมหมัด วัย 92 ปี ผู้เคยดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของมาเลเซีย ระหว่างปี 1981-2003 ก่อนที่จะประกาศตัวลาออกจากพรรคพรรคบาริซัน เนชั่นแนล (BN) ซึ่งเป็นพรรคแนวร่วมที่ครองเสียงข้างมากในรัฐสภามาตลอด 61 ปี

หันไปจับมือกับพรรคแนวร่วมฝ่ายค้าน ปากาตัน ฮาราปัน (PH) หรือพรรคแนวร่วมแห่งความหวัง และสามารถโค่นนายนาจิบ ราซัค ได้สำเร็จ ด้วยที่นั่งในสภา 113 เสียง จากทั้งหมด 222 เสียง ขณะที่พรรคแนวร่วมรัฐบาล 'บีเอ็น' ได้เพียง 79 ที่นั่งเท่านั้น ลดลงเกือบจากที่เคยที่นั่งราว 133 ที่นั่ง ส่งผลให้แนวร่วมพรรคฝ่ายค้านสร้างประวัติศาสตร์ครองเสียงข้างมากในสภาได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

ชัยชนะของผู้ที่เสมือนเป็นครูทางการเมืองให้กับนายนาจิบ ในครั้งนี้ สร้างความเซอร์ไพร์สให้กับนักวิเคราะห์หลายฝ่าย ที่มีมองว่า ไม่ว่านายนาจิบ จะงัดกลยุทธ์ทางการเมืองรูปแบบใดก็ตาม ก็ไม่อาจโค่นล้มอิทธิพล และความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อ "สถาปนิกผู้สร้างมาเลเซียยุคใหม่" วัย 92 ปีผู้นี้ได้ ซึ่งเรียกได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ เหมือนเป็น สามก๊กฉบับมาเลย์ ของผู้เล่นสามคนระหว่าง มหาเธร์ โมฮัมหมัด - อันวาร์ อิบบราฮิม และ นาจิบ ราซัค

 

เหตุผลที่ "มหาเธร์" วัย 92 ยังเป็นที่นิยมของชาวมาเลย์

 

เสือเฒ่าคืนถ้ำ เตรียมชำระแค้น?

"เราจะแก้ไข ไม่ได้จะหาทางแก้แค้น เราต้องการฟื้นฟูหลักนิติธรรม"  ดร.มหาเธร์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวขณะที่เขาประกาศชัยชนะเมื่อคืนนี้ แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศผลอย่างเป็นทางการจากกกต.มาเลเซียก็ตาม โดยหนึ่งในเหตุผลหลักที่ดร.มหาเธร์ ที่ก่อนหน้านี้ประกาศเกษียณตัวเองออกจากการเมือง หันกลับมาลงการเมืองอีกครั้ง เนื่องจากกรณีอื้อฉาวในโครงการ 1MDB ซึ่งเป็นโครงการเงินลงทุนของรัฐ ที่จัดตั้งโดยรัฐบาลนายนาจิบ ถูกกล่าวหาว่าโกงเงินลงทุนจำนวน 700 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว ราว 22,400 ล้านบาท เข้ากระเป๋าตัวเอง ซึ่งขณะนี้หลายประเทศกำลังสอบสวนกองทุนนี้อยู่ และนายนาจิบ ก็ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนในการขัดขวางการตรวจสอบด้วยการสั่งปลดเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการสอบสวนกรณีดังกล่าวในหลายตำแหน่ง

 

เหตุผลที่ "มหาเธร์" วัย 92 ยังเป็นที่นิยมของชาวมาเลย์

 

 ลัทธิภูมิบุตรา VS ซึนามิคนจีน

มาเลเซียเป็นประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมเชื้อสายมลายู ประมาณ 68.8% จากจำนวนประชากรราว 31 ล้านคน จากข้อมูลของสำนักสถิติมาเลเซีย โดยนโยบายภูมิบุตรนี้มีขึ้นในช่วงปี 1970 จากแนวคิดของ อับดุล ราซัค ฮุสเซน นายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของมาเลเซีย และเป็นบิดาของนายนาจิบ ราซัค ซึ่งนโยบายดังกล่าวเป็นที่ถกเถียงกันมายาวนานว่าเป็นการ"เลือกปฏิบัติทางชาติพันธุ์"

นาย Kua Kia Soong นักวิชาการชื่อดังของมาเลเซีย ได้ระบุถึงลัทธิดังกล่าวในบทความวิเคราะห์ที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ freemalaysiatoday.com ว่า ลัทธิภูมิบุตรา (Bumiputeraism) เป็นแนวคิดที่ชูกลุ่มคนพลเมืองมาเลเซีย เหนือกว่า คนเชื้อสายอื่นๆ เช่นคนเชื้อสายจีน ที่ครองอำนาจทางเศรษฐกิจของมาเลเซีย แต่ประเทศมาเลเซียถูกปกครองโดยคนมุสลิมมาโดยตลอด และแนวคิดนี้ถูกใช้ในการรักษาฐานเสียงของพรรค BN มาโดยตลอด ซึ่งหากพรรคแนวร่วมฝ่ายค้านคิดจะปฏฺิรูปแนวคิดดังกล่าวจริงๆ ก็ต้องหาคนที่ "รู้จริงเห็นแจ้ง"ในพรรคBNทุกซอกทุกมุม อย่างมหาเธร์มาเป็นแกนนำของพรรค ส่งผลให้ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการ "เปลี่ยนขั้ว" ทางการเมืองอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบรรดาชนชั้นกลางในเมืองและผู้มีสิทธิออกเสียงชาวจีนไปสู่พรรคฝ่ายค้าน ซึ่งนายนาจิบ มองว่าเป็น "ซึนามิคนจีน" ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกันกับที่ในการเลือกตั้งปี 2013 ที่กลุ่มคนจีนหันไปเทคะแนนเลือกพรรค BN มาก่อน

ประกอบกับพรรค BN ได้เผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่มากกว่าที่เคย ท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชนเกี่ยวกับค่าครองชีพ และเรื่องอื้อฉาวกองทุนหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของนายนาจิบ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2015

 

เหตุผลที่ "มหาเธร์" วัย 92 ยังเป็นที่นิยมของชาวมาเลย์

 

อดีตผู้สร้างมาเลย์ยุคใหม่

ดร. มหาเธร์ ได้ฉายาว่า เป็นสถาปนิกผู้สร้างมาเลเซียยุคใหม่ จากความสำเร็จในการนำพาเศรษฐกิจของมาเลย์เข้าสู่ยุคอุตสาหรรม ผ่านนโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจ จากช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตลอด 22 ปี อีกทั้งยังได้นำพาพรรค BN ขยายเครือข่ายพันธมิตรกับภาคธุรกิจหลายแห่ง เข้ารับสัมปทานการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ซึ่งตลอดการดำรงตำแหน่งนายกของเขานั้น  มาเลเซียได้กลายเป็นประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงเป็นที่หน้าจับตาของโลก

 โดยในช่วงที่เขาเป็นนายกนั้นตรงกับ 20 ปีหลังการได้รับเอกราชจากอังกฤษพอดี แต่ถึงกระนั้นครึ่งหนึ่งของประชากรชาวมลายูถูกจำแนกอยู่ในคนยากจน และชาวมุสลิมเชื้อสายมลายูส่วนใหญ่ประสบปัญหาความยากจนมากที่สุดโดยส่วนใหญ่ทำงานในด้านเกษตรกรรม ทำนา ไม่ก็ประมง หรือข้าราชการ

 แต่นายกมหาเธร์ กลับท้าทายชาวมาเลเซีย ให้นึกถึงอนาคต ต้องทำงานหนัก โดยเป้าหมายแรกของมหาเธร์คือการ หยุดการพึ่งพาจากชาติตะวันตก เนื่องจากในอดีตมลายูใกล้ชิดกับประเทศแม่จักรวรรดิอย่างอังกฤษ มหาเธร์จึงเริ่มกำหนดนโยบายใหม่ที่เรียกว่า "มองตะวันออก" โดยยกแม่แบบการพัฒนาของเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเป็นหลักเพื่อมุ่งพัฒนาประเทศให้ทันสมัย

 นอกจากนี้เขายังเสนอไอเดีย "รถยนต์แห่งชาติ" ซึ่งสร้างความแปลกใหม่ให้กับนานาชาติที่ไม่เชื่อว่า "ประเทศโลกที่สาม" จะมีแบรนด์รถยนต์ของตนเอง .. รถยนต์ยี่ห้อ "โปรตอน" จึงถือกำเนิดขึ้นในปี 1982 และเปิดตัวรถยนต์โปรตอนรุ่นแรกในปี 1985 พร้อมๆกับโครงการพัฒนาเครือข่ายขนส่งทางถนนควบคู่ไปด้วย นอกจากนี้อุตสาหกรรมอื่นๆก็ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจเช่น กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และไมโครชิป ส่งผลให้มาเลเซียก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในประเทศที่ส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไม่เพียงแค่สินค้าเกษตรอย่างยางพาราเพียงเท่านั้น 

 นอกจากนั้นรัฐบาลของเขายังสร้างอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆเช่น นครปุตตราจายา สนามบินใหม่ ทางหลวงใหม่ สาธารณูปโภคใหม่ และสัญลักษณ์ที่เป็นไอคอนของมาเลเซียจนถึงทุกวันนี้คือ ตึกแฝดปิโตรนาส 

 ตลอดระยะเวลา 22 ปีในเก้าอี้นายก มหาเธร์ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบทางเศรษฐกิจของมาเลเซียไปโดยสิ้นเชิงจากสังคมเกษตรกรรมให้เป็นประเทศเศรษฐกิจอุตสาหกรรม อีกทั้งในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ของมหาเธร์ ถูกมองว่าเสมือนเป็น "ผู้ช่วยให้รอด" ของมาเลเซียอย่างแท้จริง

 

เหตุผลที่ "มหาเธร์" วัย 92 ยังเป็นที่นิยมของชาวมาเลย์


นายกวัย 92 ปี? 

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ดร.มหาเธร์ หากเข้าสาบานตนรับตำแหน่ง จะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุมากที่สุดในโลก ด้วยวัย 92 ปี แต่ทั้งนี้ ข้อความตอนหนึ่งที่เขาประกาศกลับหวนคืนการเมืองนั้นระบุว่า "เขาเหลือเวลาไม่มาก ในการทำงานเพื่อ 'สร้างมาเลเซียขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง" ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์ทางการเมืองมาเลเซียหลายคนต่างมีความเห็นว่า ในบรรดานักการเมืองหลายคนของมาเลเซียนั้น มีเพียงนายอันวาร์ อิบบราฮิม ซึ่งขณะนี่้ถูกจำคุกเนื่องจากข้อหากล่าวรักร่วมเพศ สามารถเทียบชั้นกับมหาเธร์ได้ในแง่บุคคลิกทางการเมืองที่คล้ายคลึงกัน

ซึ่งแท้จริงแล้วนายอันวาร์ เคยถูกวางตัวเป็นทายาททางการเมืองของดร. มหาเธร์ แต่ทว่าทั้งสองนั้นขัดแย้งกันเรื่องนโยบายทางเศรษฐกิจในช่วงวิกฤตการเงินเอเชียในปี 1997 แต่ภายหลังทั้งสองก็หันมาจับมือกันเพื่อโค่นล้มนาจิบ แต่ถึงอย่างไรก็ดี การหวนคืนของมหาเธร์ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เขาได้วางไพ่สุดท้ายที่ระบุว่า จะเป็นนายกไม่เกินสองปี และเตรียมถ่ายโอนอำนาจให้นายอันวาร์ ด้วยการขอพระราชทานอภัยโทษแก่นายอันวาร์ แล้วส่งไม้ต่อทางอำนาจให้เขา

 

 อย่างไรก็ดี .. แม้ว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้ จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้การเมืองมาเลยเซีย แต่ต้องจับตาต่อไปว่าในอนาคตแล้ว วัฏจักรการเมืองของมาเลเซีย ที่นับตั้งแต่ยุคปี 2000 นั้นจะก้าวข้ามผู้เล่นหน้าเดิมๆ ระหว่าง นาจิบ ราซัค - มหาเธร์ โมฮัมหมัด และ อันวาร์ อิบบราฮิม ได้หรือไม่?

 

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท