posttoday
ผอ.หญิงซีไอเอเตรียมเผยข้อมูล "คุกลับ" ในไทย

ผอ.หญิงซีไอเอเตรียมเผยข้อมูล "คุกลับ" ในไทย

05 เมษายน 2561

ว่าที่นายหญิงคนใหม่แห่งซีไอเอ จะให้การต่อสภาคองเกรซ ถึงกรณีทรมาณนักโทษก่อการร้ายในประเทศไทย

ว่าที่นายหญิงคนใหม่แห่งซีไอเอ จะให้การต่อสภาคองเกรซ ถึงกรณีทรมาณนักโทษก่อการร้ายในประเทศไทย

สำนักข่าวเอพีรายงานว่าหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อให้นางจีน่า แฮสเพล เป็นว่าที่อำนวยการคนใหม่ของสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ หรือ CIA นั้นล่าสุดมีรายงานว่านางจีน่าเตรียมที่จะขึ้นให้การและตอบข้อซักถามต่อคณะกรรมการของสภาคองเกรซ เกี่ยวกับคุกลับที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งจะรวมไปถึงการโปรแกรมทรมาณผู้ต้องสงสัยก่อการรายที่ซีไอเอจับตัวไว้หลังเหตุการณ์ 9/11

หลายฝ่ายคาดว่านางแฮสเพล จะถูกสอบสวนอย่างเข้มงวดถึงประวัติการทำงานและ "กิจกรรมลับ" ของซีไอเอที่มีขึ้นในประเทศไทยด้วย ซึ่งถือว่าการขึ้นให้การของเธอครั้งนี้จะเป็นการเปิดเผยข้อมูลปฏิบัติการลับของซีไอเอครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์หน่วยข่าวกรองสหรัฐ

นายแดน โคสต์ ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ (DNI) ซึ่งจะเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการซักถามนางแฮสเพล กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขามีคำถามมากมายเกี่ยวกับกิจกรรมลับของซีไอเอที่เคยกระทำในประเทศไทย ซึ่งรวมไปถึงวิธีการทรมาณผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายในรูปแบบต่างๆด้วย ซึ่งการขึ้นให้การของนางแฮสเพลในครั้งนี้จะเป็นการตัดสินว่าเธอเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการคนใหม่ของซีไอเอหรือไม่

ด้านนายจอห์น แมคเคน สว.สังกัดพรรครีพับลิกกัน ผู้เคยถูกทรมาณในช่วงสงครามเวียดนามระบุว่าเขามีจุดยืนอย่างแข็งกร้าวต่อการใช้วิธีทรมาณที่เรียกว่า waterboarding รวมถึงวิธีการอื่นๆ ซึ่งมักเป็นวิธีการที่หน่วยซีไอเอนิยมใช้เพื่อทรมาณผู้ต้องสงสัยให้คายข้อมูลลับ

เธอมีกำหนดการขึ้นให้การต่อสภาคองเกรซภายในเดือนเมษายนนี้แต่ยังกำหนดการแน่ชัดว่าเป็นวันใด 

ทั้งนี้สำหรับประวัติของนางแฮสเพลนั้นเธอเริ่มทำงานที่สำนักข่าวกรองกลางแห่งชาติสหรัฐหรือซีไอเอในปี 1985 และได้รับตำแหน่งระดับสูงในซีไอเอหลายตำแหน่งรวมถึงรองผู้อำนวยการสำนักบริการลับเฉพาะแห่งชาติ (National Clandestine Service) แต่อย่างไรก็ดีประวัติการทำงานของเธอนั้นส่วนมากเป็นความลับ

นางแฮสเพลขณะดำรงตำแหน่งสำนักบริการลับเฉพาะแห่งชาติ เธอเป็นหัวหน้าของนาย โฮเซ่ โรดริเกซ ซึ่งเป็นหัวหน้าศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายในซีไอเอ โดยนายโรดริเกซได้ระบุในบันทึกของเขาว่า นางแฮสเพล มีส่วนชักใยเบื้องหลังกิจกรรมคุกลับของซีไอเอ โดยในปี 2005 เธอได้สั่งให้ทำลายวิดีโอเทปลับหลายสิบชิ้นที่ถูกบักทึกเกี่บวกับกิจกรรมทรมาณนักโทษภายใน คุกลับสีดำ หรือ black site ในประเทศไทย

ตามรายงานของไทมส์ระบุว่าคุกลับดังกล่าวใช้เป็นสถานที่สอบปากคำและทรมาณนักโทษที่ซีไอเอจับตัวมา โดยผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งที่ถูกจำตัวมายังคุกลับสีดำมักถูกทรมาณโดยวิธี "วอเทอร์บอร์ดดิ้ง" มากถึง 83 ครั้งในหนึ่งเดือน ซึ่งไทมส์ยังรายงานว่าเธอมีส่วนในโครงการของซีไอเอที่จับตัวผู้ก่อการร้ายไปยังสถานที่ลับของซีไอเอในต่างประเทศเพื่อใช้เป็นที่สอบปากคำและทรมาณนักโทษ

ส่วนประเด็นคุกลับในไทยนั้น บทความของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ในเรื่องเดียวกันนี้ ระบุว่า คุกลับของซีไอเอในต่างประเทศ ในช่วงนั้นมีอยู่ 8 แห่งใน 5 ประเทศด้วยกัน โดยประเทศต่างๆ ที่ให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในเรื่องนี้ มีโปแลนด์ ลิธัวเนีย โรเมเนีย แอฟกานิสถาน รวมถึงประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการชี้เฉพาะลงไปว่า คุกลับในประเทศเหล่านี้อยู่ที่ไหนบ้าง


 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์