ญี่ปุ่นเผชิญแฮ็กเงินคริปโตหนักสุด
แฮ็กเกอร์เจาะระบบของบริษัท คอยน์เช็ก เว็บเทรดเงินดิจิทัลรายใหญ่ของญี่ปุ่น และขโมยเงินดิจิทัลในสกุลเอ็นอีเอ็ม (NEM) จำนวน 523 ล้านเหรียญ มูลค่า 5.8 หมื่นล้านเยน (ราว 1.6 หมื่นล้านบาท) ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นกรณีแฮ็กเงินดิจิทัลที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ จนส่งผลให้สำนักงานกำกับดูแลภาคบริการทางการเงินของญี่ปุ่น (เอฟเอสเอ) มีคำสั่งให้บรรดาตลาดแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลทุกแห่งต้องยื่นรายงานประเมินความเสี่ยงของระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีการแฮ็กขึ้นอีกครั้ง
จีนขยายวีซ่าดึงชาวต่างชาติ
รัฐบาลจีนได้ขยายวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่เคยได้รับสิทธิการเป็นพลเมืองในจีน หรือชาวต่างชาติที่มีบิดาหรือมารดา หรือบรรพบุรุษเป็นหรือเคยเป็นพลเมืองจีนจาก 1 ปี เป็น 5 ปี และขยายวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่มีที่พักอาศัยอยู่ในจีนจากเดิม 3 ปี เป็น 5 ปี รวมถึงผ่อนคลายข้อบังคับของการให้วีซ่า อาทิ ผู้สมัครไม่จำเป็นต้องเปิดเผยเหตุผลการเดินทางเข้าประเทศ โดยจะมีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 1 ก.พ.นี้ เพื่อชักชวนให้ชาวต่างชาติเชื้อสายจีนกลับไปทำธุรกิจ หรืออาศัยในประเทศ
ประชาธิปไตยชาติเอเชียระส่ำ
นิตยสารดิอีโคโนมิสต์ เปิดเผยรายงานการจัดอันดับประเทศประชาธิปไตยประจำปี 2017 พบว่า ดัชนีของประเทศในเอเชียแปซิฟิกปรับตัวลง 0.11 จากปี 2016 อยู่ที่ 5.63 จาก 10 หรือปรับตัวลงมากที่สุด เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นของโลก นำโดยอินโดนีเซียที่ได้คะแนน 6.39 จนอันดับร่วงจาก 48 มาอยู่ที่ 68 จาก 167 ประเทศด้านไทยได้คะแนนปรับลงจาก 4.92 ปี 2016 มาแตะ 4.63 จากคะแนนด้านกระบวนการเลือกตั้งและความเป็นพหุนิยมทางการเมืองต่ำ โดยอันดับปรับตัวลงจากอันดับ 100มาอยู่ที่ 107
มะกันสั่งสตรีมมิ่งเพลงจ่ายศิลปินเพิ่ม
คณะกรรมการด้านการคุ้มครองลิขสิทธิ์ของสหรัฐ(ซีอาร์บี) สั่งปรับเพิ่มรายได้ที่บรรดาผู้ให้บริการสตรีมเพลง อาทิ สปอติฟายและแอปเปิ้ลมิวสิค ต้องจ่ายให้ศิลปินหรือบริษัทผู้จัดจำหน่ายเพลงที่ศิลปินมักว่าจ้างให้ดูแลเรื่องการเก็บค่าลิขสิทธิ์ให้จากค่าตอบแทนเดิมที่กำหนดเมื่อ 2012 ไว้ที่ 10.5% เป็นอย่างน้อย 15.1% จนถึงปี 2022 ภายหลังธุรกิจสตรีมเพลงเติบโตขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยยอดขายทั่วโลกปรับตัวขึ้น 60% ในปี 2016 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของบรรดาศิลปิน ที่ระบุว่าไม่ได้รับเงินค่าลิขสิทธิ์จากบริษัทสตรีมเพลงอย่างเพียงพอ
3 บริษัทยักษ์เทคโนโลยีทำกำไรทุบสถิติ
บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐ 3 แห่ง ต่างมีผลประกอบการปรับตัวแข็งแกร่งในช่วงปีที่ผ่านมา โดยแอปเปิ้ล อิงค์ เปิดเผยว่า ทำกำไรในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2017 แตะ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.2 แสนล้านบาท) หรือมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังทำรายได้ปรับตัวขึ้น 13% จากปีก่อนหน้า 8.8 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 2.7 ล้านล้านบาท) แม้ยอดขายไอโฟนจะปรับตัวลงขณะที่ อัลฟาเบต อิงค์ บริษัทแม่ของกูเกิล อิงค์ ทำยอดขายแตะที่ 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1 ล้านล้านบาท) จนส่งผลให้รายได้ตลอดทั้งปีของบริษัทปรับตัวขึ้นจาก9 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 2.8 ล้านล้านบาท) ในปี 2016 ไปแตะที่ 1.1 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 3.4 ล้านล้านบาท) หรือรายได้ปรับตัวขึ้นเกิน 1 แสนล้านครั้งแรกของบริษัทด้านอเมซอนมีกำไรของบริษัทปรับตัวขึ้นไปแตะที่ 1,900 ล้านดอลลาร์ (ราว 5.9 หมื่นล้านบาท) หรือปรับตัวขึ้นมากกว่าครึ่งจากปีก่อนหน้าและทะลุพันล้านเป็นครั้งแรก
สหรัฐลุยกระตุ้นโครงสร้างพื้นฐาน
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ แถลงนโยบายครั้งแรกต่อรัฐสภาประจำปี หรือสเตท ออฟ ยูเนียน เมื่อวันที่ 30 ม.ค. โดยเปิดเผยแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานวงเงิน 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว46 ล้านล้านบาท) ในระยะเวลา 10 ปี โดยการลงทุนดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐได้ 33% ระหว่างปี 2019-2020 และจะช่วยผู้ผลิตเหล็กและอะลูมิเนียมของสหรัฐ หลังได้รับประโยชน์จากการที่ทรัมป์อาจตั้งภาษีกับเหล็กและอะลูมิเนียมนำเข้า