
IMFเตือนศก.โลกอ่อนแรง
ปีหน้าเหลือ4.2%สหรัฐยิ่งดิ่ง วอนจีนเร่งปรับค่าเงินหยวน
โพสต์ทูเดย์
— ไอเอ็มเอฟ ปรับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกรอบที่ 2 ประจำปีนี้ พร้อมเตือนอย่าใช้ค่าเงินเป็นอาวุธโจมตีกันและกันกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีหน้าลงมาอยู่ที่ 4.2% เนื่องจากภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกไม่มีเสถียรภาพ โดยเฉพาะเศรษฐกิจของสหรัฐจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 2.6% ในปีนี้ และเหลือเพียง 2.3% ในปีหน้า จากการใช้จ่ายผู้บริโภคที่อ่อนแรงลง รวมถึงหนี้สินมูลค่ามหาศาล
“
ภาวะการฟื้นตัวจะไม่แข็งแกร่งและไม่สมดุล และเสี่ยงที่จะเผชิญกับความไร้เสถียรภาพ” โอลิเวียร์ แบลนชาร์ด หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของไอเอ็มเอฟ กล่าวทั้งนี้ ในส่วนของเศรษฐกิจจีน ไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่าจะขยายตัวที่ 2.8% ในปีนี้ แต่หลังจากนั้นจะชะลอตัวลง เนื่องจากแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินเยน และการฟื้นตัวที่ล่าช้าของเศรษฐกิจสหรัฐจนกระทบต่อภาคส่งออกของญี่ปุ่น ยังผลให้ตัวเลขการขยายตัวในปีหน้าเหลือเพียง 1.5% ซึ่งก่อนหน้านี้ไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่าญี่ปุ่นจะขยายตัวที่ 2.4% เมื่อช่วงเดือน ก.ค.
ด้านเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร หรือยูโรโซน จะขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ 1.7% ในปีนี้ จากตัวเลขเดิมที่ 1% ส่วนในปีหน้าจะขยายตัวที่ 1.5% จากเดิมที่ 1.3%
ไอเอ็มเอฟ ยังแนะนำให้จีนปรับเงินหยวนให้แข็งค่าขึ้นเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และหากจีนปรับค่าเงินหยวนเป็นตัวอย่าง ประเทศอื่นๆ ที่ได้เปรียบดุลการค้าระหว่างประเทศจะดำเนินรอยตาม และจะช่วยส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศเช่นเดียวกับจีน
อย่างไรก็ตาม โดมินิก สเตราส์คาห์น ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารไฟแนนเชียลไทมส์ โดยเตือนรัฐบาลของประเทศต่างๆ มิให้ใช้ประเด็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นอาวุธในการโจมตีซึ่งกันและกัน เพราะจะเป็นภัยคุกคามต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก







