posttoday
ก่อการร้ายอีกแล้ว

ก่อการร้ายอีกแล้ว

06 ตุลาคม 2553

ภัยก่อการร้ายกลับมาอบอวลบรรยากาศโลกอีกครั้ง หลังจากที่สหรัฐออกโรงเตือนภัยก่อการร้ายในยุโรป

ภัยก่อการร้ายกลับมาอบอวลบรรยากาศโลกอีกครั้ง หลังจากที่สหรัฐออกโรงเตือนภัยก่อการร้ายในยุโรป

โดย....ธนพล ไชยภาษี

ภัยก่อการร้ายกลับมาอบอวลบรรยากาศโลกอีกครั้ง หลังจากที่สหรัฐออกโรงเตือนภัยก่อการร้ายในยุโรป

จากเบาะแสข้อมูลก่อการร้ายในครั้งนี้บอกว่า ผู้ก่อการร้าย ซึ่งครั้งนี้มีสัญชาติเยอรมัน 8 คน และอังกฤษ 1 คน ซึ่งเป็นคนเชื้อสายปากีสถานกำลังวางแผนก่อการลงมือด้วยวิธีใหม่ ที่ปฏิบัติการได้ง่ายขึ้น คือส่งคนร้ายป่วนเหมือนเมื่อครั้งที่เกิดขึ้นที่นครมุมไบ ในอินเดีย เมื่อ 2 ปีก่อน ที่จู่ๆ คนร้ายไม่ถึง 10 คน บุกเข้าไปถล่มจุดหมายหลายแห่งป่วนไปทั่วทั้งเมือง ทำให้มีคนตายไป 166 คน

ว่ากันว่าวิธีนี้ปฏิบัติและซุ่มวางแผนได้ง่ายกว่า ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงจี้เครื่องบิน หรือเสี่ยงลักลอบขนอาวุธขนาดใหญ่ลงมือ

และก็ต้องบอกว่าเป็นช่วงพอเหมาะพอเจาะกันพอดี ในขณะที่ยุโรปกำลังเผชิญหน้ากับกระแสการประท้วงครั้งใหญ่เพื่อแสดงท่าทีต่อต้านนโยบายรัดเข็มขัดจากภาครัฐเพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณ

ซึ่งนโยบายที่ว่า จะทำเอาประชาชนโดยส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งๆ ที่คนยุโรปก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากทางเศรษฐกิจอย่างหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว ที่ปัญหาการว่างงานยังคงเรื้อรัง อีกทั้งสวัสดิการ ผลประโยชน์ต่างๆ ยังจะคงถูกตัดลดอีก

แต่ก็ถือว่าด้านหนึ่งเป็นโชคดีของภาครัฐบาลในยุโรปไป ที่เกิดกระแสของภัยก่อการร้ายนี้ขึ้นมาพอดี ทำให้กระแสการประท้วงของประชาชนฟุบลงไปแบบทันตาเห็น

ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่าแปลกครับ ที่แม้ว่าสหรัฐจะออกประกาศเตือนภัยก่อการร้ายในยุโรป ตามมาด้วยอังกฤษ ตลอดจนญี่ปุ่น และออสเตรเลียเป็นชาติล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ต.ค.

แต่ทว่าสำหรับในฝรั่งเศส และเยอรมนี ซึ่งเป็นสองชาติที่มีการเปิดเผยว่าสถานที่หลายแห่งในกรุงปารีส และกรุงเบอร์ลินจะถูกถล่มนั้นกลับยังไม่ได้ยกระดับการเตือนภัยก่อการร้ายในประเทศแต่อย่างใดทั้งสิ้น มีแต่ประจำการเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยเข้มงวดกว่าเก่าเท่านั้น

ผมไม่ได้สื่อว่า กระแสก่อการร้ายกำลังถูกนำมาใช้กลบกระแสของปัญหาสังคมในยุโรป ที่เกิดจากการบริหารผิดพลาดของรัฐบาล และนายทุนที่กำลังจะทำให้ประชาชนกลายเป็นแพะรับบาป

เพียงแต่ต้องการจะบอกว่า สองเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไล่เลี่ยกันเท่านั้น ซึ่งก็ถือว่ารัฐบาลต่างๆ ในยุโรปนั้นรอดตัวไปที่ภาวะปั่นป่วนทางสังคมที่เกิดจากพิษวิกฤตเศรษฐกิจเจอกระแสก่อการร้ายกลบไปได้

และแม้ว่าหลายประเทศจะประกาศเตือนภัยการเดินทางไปยุโรปนั้น ที่หลายฝ่ายเกรงว่ายุโรปจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากรายได้การท่องเที่ยว

แต่เอาเข้าจริง ก็ยังไม่มีรายงานตัวเลขการยกเลิกแผนการเดินทางที่ชัดเจนจากทั้งสหรัฐ ญี่ปุ่น หรือออสเตรเลีย

บางทีกระแสความหวาดกลัวก็สามารถสยบความวุ่นวาย ทำให้สังคมสงบได้ไม่เลวทีเดียวครับ

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์