
โลกยังลวงอยู่
ดังที่ทราบกันอยู่ครับว่าในสหรัฐนั้นสภาพการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังไม่อยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจ ซึ่งก็เป็นเพราะปัญหาเดิมๆ คือ การลงทุนจริงยังไม่เกิด เอกชนยังนอนกอดผลกำไรที่ได้จากการลดต้นทุนกันอยู่ ยังไม่มีใครกล้าควักเงินนำมาลงทุนใหม่ๆ ทำให้การจ้างงานใหม่ไม่เกิด ธุรกิจใหม่ๆ ไม่กระเตื้อง การฟื้นตัวของสหรัฐซึ่งจำเป็นต้องพึ่งพาแรงขับเคลื่อนจากภาคธุรกิจและการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนนั้นจึงอยู่ในสภาพกระท่อนกระแท่นพอตัว
ดังที่ทราบกันอยู่ครับว่าในสหรัฐนั้นสภาพการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังไม่อยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจ ซึ่งก็เป็นเพราะปัญหาเดิมๆ คือ การลงทุนจริงยังไม่เกิด เอกชนยังนอนกอดผลกำไรที่ได้จากการลดต้นทุนกันอยู่ ยังไม่มีใครกล้าควักเงินนำมาลงทุนใหม่ๆ ทำให้การจ้างงานใหม่ไม่เกิด ธุรกิจใหม่ๆ ไม่กระเตื้อง การฟื้นตัวของสหรัฐซึ่งจำเป็นต้องพึ่งพาแรงขับเคลื่อนจากภาคธุรกิจและการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนนั้นจึงอยู่ในสภาพกระท่อนกระแท่นพอตัว
โดย...ธนพล ไชยภาษี
ดังที่ทราบกันอยู่ครับว่าในสหรัฐนั้นสภาพการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังไม่อยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจ ซึ่งก็เป็นเพราะปัญหาเดิมๆ คือ การลงทุนจริงยังไม่เกิด เอกชนยังนอนกอดผลกำไรที่ได้จากการลดต้นทุนกันอยู่ ยังไม่มีใครกล้าควักเงินนำมาลงทุนใหม่ๆ ทำให้การจ้างงานใหม่ไม่เกิด ธุรกิจใหม่ๆ ไม่กระเตื้อง การฟื้นตัวของสหรัฐซึ่งจำเป็นต้องพึ่งพาแรงขับเคลื่อนจากภาคธุรกิจและการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนนั้นจึงอยู่ในสภาพกระท่อนกระแท่นพอตัว
แล้วคนนำเงินไปทำอะไรกันหมด ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจโลกกระเตื้องมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว แต่สหรัฐกลับบอกว่ากำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยซ้ำสอง (Double Dip Recession)
ก็จะเห็นได้ชัดเจนครับว่ากระแสการลงทุนในตลาดหุ้น ตลาดทอง ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์นั้นคึกคักมาโดยตลอด สวนทางกับการลงทุนจริงที่ยังไม่ค่อยจะได้เกิด สรุปแล้วภาวะเศรษฐกิจโลกในวันนี้ยังคงอยู่ในช่วงการลงทุนลวงในตลาดเก็งกำไรทั้งหลายยังคงโดดเด่นอยู่
อย่างเมื่อวานนี้ บริษัทเพื่อการลงทุนของสิงคโปร์ หรือจีไอซี ซึ่งเป็นกองทุนเพื่อความมั่นคงแห่งชาติรายใหญ่ที่สุดของเกาะมหัศจรรย์แห่งนี้ ประกาศว่าสามารถกลับมาทำกำไรได้ คืนทุนทั้งหมดจากที่ขาดทุนไปเมื่อช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา โดยปัจจัยหลักที่ทำให้กองทุนนี้คืนทุนได้ก็มาจากภาวะตลาดหุ้นทั่วโลกกลับมาฟื้นตัว
นั่นเป็นหลักฐานชัดเจนอีกประการครับว่าตลาดทุนลวงโดดเด่นนำหน้าการลงทุนจริง
คิดว่าภาวะเช่นนี้น่าจะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เพราะเป็นการลงทุนที่คืนทุนง่ายและทันใจ เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ผลตอบแทนจากตลาดหุ้นทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นถึง 20% ไปอยู่ที่ 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จากเดิมที่ 3.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงเมื่อ 3 ปีก่อน
ส่วนตลาดใหญ่ที่สุดก็ยังคงเป็นตลาดอังกฤษที่มีการค้า การลงทุนลวงมากที่สุดของโลกที่ 39.7% ตามมาด้วยสหรัฐ 18% ญี่ปุ่น 6% ตามมาด้วยสิงคโปร์และฮ่องกงนั่นแหละครับ
ภาวะเช่นนี้เป็นคำตอบได้ว่าเพราะเหตุใดเศรษฐกิจในหลายประเทศดูเหมือนจะฟื้นตัว แต่ก็ทรุดๆ ทรงๆ ไม่ว่าจะในสหรัฐหรือในยุโรป เพราะการลงทุนจริงนั้นยังไม่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่นั่นเอง
นอกจากนั้น การลงทุนลวงตลอดไปจนถึงการลงทุนเพื่อการเก็งกำไรในตลาดต่างๆ ทั้งตลาดหลักทรัพย์ ตลาดน้ำมัน ตลาดทอง และตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ รวมไปถึงตลาดเงินที่กำลังบ้าคลั่งกันอยู่ขณะนี้นั้น ยังทำให้หลายประเทศเกิดความเสี่ยงมากขึ้นไปอีก เช่น ทำให้หลายประเทศในเอเชียที่ยังต้องพึ่งพาการส่งออก ต้องประสบกับภาวะค่าเงินแข็งค่า อย่างไทยเองก็อยู่ในอาการที่ไว้ใจไม่ได้
อีกตัวอย่างที่อยากจะยกให้เห็นก็คือ เช่น เมื่อค่าเงินบาทแข็ง แทนที่เราจะได้ใช้น้ำมันถูกลง แต่ดันต้องจ่ายแพงเหมือนเดิม หรือไม่ก็มากกว่าเดิม เพราะการเก็งกำไรในตลาดน้ำมันดุเดือดไม่แพ้กัน ทำให้ราคาน้ำมันโลกมีแต่ขึ้นเอาๆ ครับ







