posttoday
ถกคุมปืนสหรัฐเจองานยากอีกครั้ง

ถกคุมปืนสหรัฐเจองานยากอีกครั้ง

09 ตุลาคม 2560

ความรุนแรงที่เกิดจากกราดยิงครั้งล่าสุดอาจกดดันให้รัฐบาลสหรัฐต้องจริงจังมากขึ้นในการพิจารณากฎหมายควบคุมปืน

โดย...พรบวร จิรภัทร์วงศ์

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้นระหว่างงานคอนเสิร์ตกลางแจ้ง ที่จัดขึ้นใจกลางเมืองลาสเวกัส โดย สตีเฟน แพดด็อค วัย 64 ปี ลงมือกราดยิงจากชั้น 32 โรงแรมมัณฑะเลย์ เบย์ โฮเต็ล ในลาสเวกัส ลงไปยังผู้เข้าชมคอนเสิร์ตหลายหมื่นคน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 59 ราย และบาดเจ็บอีก 527 ราย ซึ่งนับเป็นเหตุกราดยิงที่รุนแรงที่สุดในสหรัฐ

เจ้าหน้าที่รายงานว่า แพดด็อคใช้เวลาถึงกว่าหลายสิบปีในการสะสมอาวุธปืน ซึ่งพบอยู่ในห้องมากกว่า 23 กระบอก รวมถึงปืนไรเฟิล รุ่น เอเค-47 และรุ่นเออาร์-15 ซึ่งคาดว่าเป็นอาวุธสังหารสำคัญ เพื่อเตรียมการสำหรับการสังหารหมู่ดังกล่าว ในขณะที่แรงจูงใจของการก่อเหตุยังคงเป็นปริศนาอยู่ขณะนี้

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ตำรวจสหรัฐกำลังวุ่นกับการสืบหาแรงจูงใจของแพดด็อค ซึ่งดูจะไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมนัก กฎหมายการควบคุมปืนก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกกันอย่างกว้างขวาง

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญเพิ่มเติมมาตราที่ 2 ของสหรัฐมีการระบุถึง "สิทธิของประชาชนในการถือครองอาวุธ" ที่ให้ชาวสหรัฐถือครองปืนเพื่อป้องกันตัวเองได้อย่างถูกกฎหมาย ในขณะที่แต่ละรัฐมีกฎหมายควบคุมปืนแตกต่างกันและแยกออกมาจากกฎหมายควบคุมปืนของรัฐบาลกลาง ส่งผลให้มีความเข้มงวดต่างกัน เช่น รัฐเนวาดาถือเป็นรัฐที่เข้มงวดน้อยที่สุด ด้านสมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติ (เอ็นอาร์เอ) กลุ่มสนับสนุนการควบคุมปืนสหรัฐ เปิดเผยว่า การซื้อปืนบางชนิด ไม่ว่าจะเป็นปืนไรเฟิลหรือปืนลูกซองภายในรัฐ ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตและสามารถพกพาปืนได้อย่างอิสระ

ขณะที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยว่า จำนวนคนเสียชีวิตจากการถูกปืนยิงในสหรัฐสูงที่สุดในบรรดาประเทศพัฒนาแล้ว ด้านเว็บไซต์ กัน ไวโอเลนซ์ อาร์ไคฟ์ ซึ่งรวบรวมเหตุความรุนแรงที่เกิดจากการใช้ปืนในสหรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนการก่อเหตุกราดยิง ซึ่งเป็นการใช้ปืนสังหารหรือทำร้ายคนมากกว่า 4 คน นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-3 ต.ค. ในปีนี้ อยู่ที่ 274 ครั้ง เทียบกับปี 2016 และ 2015 ที่เกิดขึ้น 383 และ 333 ครั้งตามลำดับ จึงเรียกได้ว่าสหรัฐมีเหตุกราดยิงแทบจะทุกวัน

ด้วยเหตุนี้ จึงมีหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการปรับแก้กฎหมายควบคุมปืนเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุกราดยิงเกิดขึ้นซ้ำรอยอีก โดย เดอะ การ์เดี้ยนรายงานว่า ฝ่ายที่สนับสนุนการควบคุมปืนพยายามผลักดันให้มีการแก้กฎหมายเพื่อให้ร้านค้าต้องตรวจสอบประวัติลูกค้าก่อนการจำหน่ายปืนทุกชนิด จากเดิมที่ให้มีการสอบประวัติเฉพาะการจำหน่ายปืนบางชนิดเท่านั้น

ด้านสมาชิกพรรคเดโมแครตหลายรายก็เรียกร้องให้มีการปรับเปลี่ยนกฎหมายควบคุมปืน นำโดย ฮิลลารี คลินตัน ซึ่งกล่าวประณามประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ปรับกฎหมายลดความเข้มงวดในการซื้อปืนของผู้มีอาการทางจิตลง จากเดิมที่มีการคุมเข้มในสมัยอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา และยังกล่าวจะผลักดันกฎหมายควบคุมปืน

อย่างไรก็ดี บีบีซีรายงานว่า การเพิ่มความเข้มงวดของกฎหมายควบคุมปืนให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ เอ็นอาร์เอ ที่มีอิทธิพลสูง จะเป็นก้างขวางคอชิ้นใหญ่ โดยทางกลุ่มขวางกฎการคุมเข้มปืนมาตลอด อีกทั้งยังให้การสนับสนุนด้านการเงินให้แก่นักการเมืองหลายรายในสหรัฐ โดยเฉพาะทรัมป์ ที่ได้รับการสนับสนุน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,000 ล้านบาท) ในช่วงเลือกตั้งปี 2016

นอกจากนี้ กฎหมายควบคุมปืนยังยากที่จะผ่านด่านสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเต็มไปด้วยสมาชิกพรรครีพับลิกัน ที่ส่วนใหญ่ต้องการลดหย่อนการคุมเข้มปืน ต่างกับพรรคเดโมแครต ที่พยายามผลักดันการคุมเข้มปืน

ถกคุมปืนสหรัฐเจองานยากอีกครั้ง

ไม่ใช่ "ครั้งแรก" และ "ครั้งสุดท้าย"

 

การถกประเด็นเพื่อเปลี่ยนแปลงกฎหมายควบคุมปืนครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก โดยประเด็นดังกล่าวมักจะถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์หลังเกิดเหตุกราดยิงที่สร้างความเสียหายรุนแรง

เมื่อปีที่แล้ว เกิดเหตุกราดยิงในลักษณะเดียวกันที่ไนท์คลับ เพาซ์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ LGBTQ ในเมืองออแลนโด้ รัฐฟลอริด้า โดย โอมาร์ มาทีน ใช้ปืนกึ่งอัตโนมัติ 2 กระบอก กราดยิงเข้าไปในกลุ่มนักท่องเที่ยว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 49 ราย และเป็นเหตุกราดยิงที่รุนแรงที่สุดอันดับ 2 ของสหรัฐ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้โอบามาพยายามผลักดันการคุมเข้มกฎหมายควบคุมปืนมากขึ้น แต่ก็ไม่ผ่านด่านสมาชิกจากพรรครีพับลิกันในสภาอยู่ดี

ส่วนเหตุกราดยิงในโรงเรียนประถมแซนดี้ ฮุก ที่มีผู้เสียชีวิตรวม 26 ราย เมื่อปี 2012 ส่งผลให้มีการผลักดันกฎหมายควบคุมปืนด้วยเช่นกัน โดยถึงแม้ว่าในขณะนั้นพรรคเดโมแครตจะครองที่นั่งส่วนใหญ่ในสภาสูง แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถผลักดันได้

ถึงแม้ว่าล่าสุดจะมีการเรียกร้องให้รัฐบาลควบคุมการจำหน่ายคานเหวี่ยงปืน ที่แพดด็อคใช้ในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของปืนกึ่งอัตโนมัติให้ยิงรัวใกล้เคียงกับปืนกลในเหตุกราดยิงครั้งล่าสุด โดยมีเอ็นอาร์เอและสมาชิกจากทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตหนุน แต่ก็ยังไม่มีการผลักดันกฎหมายคุมเข้มการจำหน่ายและครอบครองปืนที่เป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตาม บีบีซีรายงานว่า ความรุนแรงที่เกิดจากกราดยิงครั้งล่าสุดอาจกดดันให้รัฐบาลสหรัฐต้องจริงจังมากขึ้นในการพิจารณากฎหมายควบคุมปืนที่เข้มงวดขึ้น

"อีกนานแค่ไหนที่เราจะปล่อยให้ความรุนแรงจากการใช้ปืนทำลายครอบครัวชาวอเมริกัน เราต้องหยุดปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้น สภาคองเกรสและทำเนียบขาวต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อลดการสูญเสีย พวกเขาไม่มีข้ออ้างในการนิ่งเฉยแล้วปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น" โจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีในสมัยโอบามา ซึ่งมักเป็นตัวตั้งตัวตีในการผลักดันการควบคุมปืน กล่าว

ภาพ เอเอฟพี

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย