
ele สกินแคร์สัญชาติไทย โดนใจตลาดจีน-เกาหลีใต้
วงการสกินแคร์เมืองไทยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ชื่อของ ele คงจะเริ่มคุ้นกันดี
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
วงการสกินแคร์เมืองไทยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ชื่อของ ele คงจะเริ่มคุ้นกันดี หลังจากที่ ele บิวตี้แบรนด์ไทยไปทำตลาดในประเทศจีน เกาหลีใต้และไต้หวันจนได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ก่อนจะหันกลับมาลุยตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจัง
วิชาญ ศรีวนาลักษณ์ ผู้อำนวยการแบรนด์ ele บริษัท อีแอลอี (ประเทศไทย) บอกว่า จริงๆ แล้ว แบรนด์ ele โลดแล่นอยู่ในตลาดความงามมากว่า 4 ปีแล้ว เพียงแต่ไปโตอยู่ในต่างประเทศก่อน โดยจุดเริ่มของแบรนด์เกิดจากเจ้าของแบรนด์เองก็เป็นคนในวงการสกินแคร์มานานกว่า 10 ปี และมองเห็นโอกาสในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้ ที่กระแสสกินแคร์กำลังเติบโต จึงตัดสินใจออกมาทำแบรนด์เอง
"ele เริ่มเปิดตัวครั้งแรกในไทยปี 2555 ก่อนจะเข้าไปทำตลาดในจีนเมื่อต้นปี 2556 และได้รับกระแสตอบรับดีมาก มียอดขายในช่วงเริ่มต้นหลักล้านบาท และใช้เวลาในการติดตลาดเพียง 1 ปี เห็นจากยอดขายที่ขยับขึ้นมาเป็นหลักสิบล้าน ปัจจุบันยอดขายอยู่ที่ 500 ล้านบาท/ปี โดยตั้งเป้าในปี 2561 ยอดขายจะเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาท/ปี" วิชาญ กล่าว
สาเหตุที่ทำให้ ele ได้รับการตอบรับอย่างดีในตลาดจีน ส่วนหนึ่งมาจากการที่นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยจำนวนมาก รวมทั้งการเลือกใช้ศิลปิน นักแสดงที่ชาวจีนชื่นชอบมาเป็นคนนำเสนอผลิตภัณฑ์ จึงทำให้เกิดการรับรู้ และด้วยแพ็กเกจที่ดูหรูหราทำให้เกิดความสนใจที่ลองซื้อ ลองใช้ และเมื่อลองใช้ก็ติดใจจนบอกต่อกัน
วิชาญ บอกอีกว่า ผู้บริโภคชาวจีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน หรือแม้แต่ตลาดเพื่อนบ้านอาเซียนก็ล้วนมีพฤติกรรม ความชอบที่เหมือนผู้บริโภคชาวไทยที่ชอบสกินแคร์ที่ช่วยทำให้ผิวขาว กระจ่างใส เพียงแต่เนื้อครีมอาจต่างกันไปเท่านั้น เช่น จีนและเกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีอากาศหนาวจึงชอบเนื้อครีมที่มีความเข้มข้นสูงกว่าในไทยที่มีอากาศร้อน
ปัจจุบัน ele กำลังมองหาตัวแทนจำหน่ายในจีน จากปัจจุบันใช้ตัวแทนจำหน่ายไทยในการเข้าไปทำตลาด โดยอยู่ระหว่างเจรจา 1 ราย ซึ่งเป็นตัวแทนค้าส่งในสินค้าด้านอื่น แต่สนใจทำธุรกิจสกินแคร์ และมองทิศทางไปทางเดียวกัน ขณะเดียวกันก็มีโมเดิร์นเทรดจากจีนติดต่อเข้ามาด้วย แต่ยังไม่ได้คุยลงรายละเอียดกัน
นอกจากนี้ ยังได้ตั้งบริษัท อีแอลอี โคเรีย ขึ้นที่ประเทศเกาหลีเพื่อใช้เป็นฐานการผลิตสินค้าใน 3 ไลน์การผลิต คือ ตัวซีซีครีมกันแดด ครีมเจลบำรุงผิวหน้า และคลีนเซอร์ล้างเมกอัพ เพื่อใช้เทคโนโลยีและโนว์ฮาวของสกินแคร์เกาหลีใต้ในการสร้างความเชื่อมั่นและทำให้สินค้ามีจุดเด่นขึ้นมา ซึ่งก็มีการวางขายในเกาหลีใต้ผ่านร้านดิวตี้ฟรี ร้านสะดวกซื้อ และได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าที่จะขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในกลุ่มตลาดครีมมาร์กหน้าในตลาดจีนให้ได้ภายใน 5 ปีจากนี้ และจะใช้เป็นเรือธงในการทำตลาด สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักวงกว้างมากขึ้น ก่อนจะสเต็ปต่อไปจะเข้ามารุกตลาดอาเซียน โดยเฉพาะซีแอลเอ็มวีให้มากขึ้น เพื่อให้เป็นเบอร์หนึ่งในอาเซียนด้วย
ขณะที่ตลาดในไทยก็จะทำกลยุทธ์การตลาดมากขึ้น ผ่านการโฆษณาที่ใช้ศิลปิน นักแสดงมาเป็นพรีเซนเตอร์ รวมทั้งการจับมือกับแกรมมี่ในการเข้าไปไทร์อินในละครที่คาดว่าจะดังหรือมีแนวโน้มถูกซื้อไปฉายที่ตลาดเพื่อนบ้าน







