
สหรัฐลุยสอบจีนละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา อ้างเสียหาย2หมื่นล้าน
สหรัฐเปิดสอบจีนในข้อกล่าวหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หวั่นฉุดสัมพันธ์ 2 ชาติระอุขึ้น
สหรัฐเปิดสอบจีนในข้อกล่าวหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หวั่นฉุดสัมพันธ์ 2 ชาติระอุขึ้น
โรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) เปิดเผยว่า สหรัฐได้เปิดสอบข้อกล่าวหาที่จีนละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา (ไอพี) ของสหรัฐอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดสอบพฤติกรรมทางการค้าเป็นกรณีเฉพาะกับจีน
ไลท์ไฮเซอร์ กล่าวว่า สหรัฐจะสอบนโยบายและการปฏิบัติของจีนที่เกี่ยวกับการถ่ายโอนเทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญา และนวัตกรรม เพื่อพิจารณาว่าพฤติกรรมของจีนนั้นขัดต่อกฎหมายการค้าของสหรัฐหรือไม่ โดยทางฝั่งสหรัฐอ้างว่าการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาอาจมีมูลค่าสูงถึง 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 2 หมื่นล้านบาท)
ทั้งนี้ ทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งมอบอำนาจให้ยูเอสทีอาร์เปิดสอบกรณีทรัพย์สินทางปัญญากับจีน ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีสามารถตั้งกำแพงภาษีสินค้าเพื่อตอบโต้ได้ แม้ว่าการตอบโต้ฝ่ายเดียวนี้จะไม่ค่อยเกิดขึ้นแล้ว นับตั้งแต่มีการก่อตั้งองค์การการค้าโลกในปี 1995 ก็ตาม
ก่อนการเดินหน้าสอบจีนในครั้งนี้ ในอีกด้านหนึ่งยูเอสทีอาร์ยังวุ่นอยู่กับการประชุมความตกลงเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟต้า) ซึ่งมีรายงานว่าสหรัฐจะกดดันอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยการบรรจุเรื่องกฎแหล่งกำเนิดสินค้าใหม่ที่เข้มข้นขึ้น จากปัจจุบันที่กำหนดสัดส่วนได้ 62.5% สำหรับรถยนต์ และ 60% สำหรับชิ้นส่วนรถยนต์ อย่างไรก็ดี รอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าว ฝ่ายสหรัฐกลับไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนในเรื่องนี้แต่อย่างใด ระหว่างการเจรจาเมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา







