
"อียู"ถกด่วน หลังไข่ปนเปื้อนเริ่มลามถึงเอเชีย
ฮ่องกงมีคำสั่งตรวจเข้มไข่ที่นำเข้าจากอียู หลังสุ่มตรวจพบปนเปื้อนยาฆ่าแมลง
ฮ่องกงมีคำสั่งตรวจเข้มไข่ที่นำเข้าจากอียู หลังสุ่มตรวจพบปนเปื้อนยาฆ่าแมลง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า - สถานการณ์วิกฤติไข่ปนเปื้อนยาฆ่าแมลงจากฟาร์มในยุโรปได้ลุกลามถึงเอเชียแล้ว โดยล่าสุดนอกเหนือจากไข่ที่ถุกส่งออกไปยังชาติในยุโรปนั้น บางส่วนได้ถูกส่งมาขายที่ฮ่องกงด้วย ด้านสหภาพยุโรปเรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อหามาตรการจัดการดังกล่าว โดยบรรดารัฐมนตรีและผู้ตรวจสอบความปลอดภัยอาหารทั่วอียูได้นัดประชุมกันในวันที่ 26 ก.ย. เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาสารพิษฟีโพรนิล (fipronil) ที่ปนเปื้อนในไข่
ก่อนหน้านี้ไข่หลายล้านฟองถูกเรียกเก็บจากชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วยุโรป และมีการสั่งปิดฟาร์มไก่อีกหลายสิบแห่ง หลังมีข้อมูลว่าพบไข่ปนเปื้อนสารฟีโพรนิลที่นิยมใช้กำจัดเห็บ หมัด และไรในสัตว์ แต่ห้ามใช้ในอุตสาหกรรมอาหารตามกฎหมายอียู และเป็นอันตรายต่อมนุษย์ โดยส่วนมากพบในเบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และ เยอรมนี ซึ่งเป็น 3 ประเทศศูนย์กลางวิกฤตไข่ปนเปื้อน ต่างกล่าวโทษและตั้งคำถามซึ่งกันและกันว่ารับรู้ปัญหานี้มานานแค่ไหนแล้ว
“การกล่าวโทษและประณามกันเองไม่ได้ช่วยอะไรเลย และผมต้องการให้หยุดเสียที” วีเทนิส อันดริอูไคทิส กรรมาธิการยุโรปด้านความปลอดภัยด้านอาหารและสุขภาพ กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพี นอกจากนี้เมื่อวันพฤหัสบดีทีผ่านมา อีดิธ สคิปเปอร์ส รัฐมนตรีสาธารณสุขของเนเธอร์แลนด์ กล่าวยอมรับต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกนับแต่เกิดวิกฤติ ว่ารัฐบาลของเขาบริหารจัดการกับวิกฤติครั้งนี้ผิดพลาด
แม้อียูจะยืนยันว่าสารชนิดนี้ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายของมนุษย์ แต่ ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า หากรับประทานเข้าไปในปริมาณมากจะเป็นพิษต่อตับ ไต และต่อมไทรอยด์ได้ ล่าสุด มีสัญญาณเตือนว่าวิกฤตครั้งนี้อาจลุกลามไปยังภูมิภาคอื่นๆ ของโลก หลังจากบรัสเซลส์ประกาศว่า “ฮ่องกง” นำเข้าไข่ปนเปื้อนบางส่วนไปจากเนเธอร์แลนด์ และกลายเป็นสถานที่แรกในเอเชียที่ได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้นับแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นมา ซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วสหภาพยุโรปได้เก็บไข่หลายล้านฟองและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไข่ออกจากชั้นวางสินค้า แต่ยังคงมีคำถามตามมาอีกมากว่า ต้นตอของวิกฤติครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อใดและมีบุคคลใดบ้างที่รับรู้เกี่ยวกับปัญหานี้







