posttoday
ปั้นฮับธุรกิจเกษตรอาเซียน โยงเที่ยวเชิงสุขภาพภูมิภาค

ปั้นฮับธุรกิจเกษตรอาเซียน โยงเที่ยวเชิงสุขภาพภูมิภาค

11 สิงหาคม 2560

กระแสการดูแลรักษาสุขภาพของคนทั่วโลกยังแรงดีไม่มีตก ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการดูแลรักษาสุขภาพความแข็งแรง ความสวยงามจากภายในสู่ภายนอกมีผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์ 

กระแสการดูแลรักษาสุขภาพของคนทั่วโลกยังแรงดีไม่มีตกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการดูแลรักษาสุขภาพความแข็งแรง ความสวยงามจากภายในสู่ภายนอกมีผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค โดยเฉพาะการคัดสรรสิ่งที่ดีมีประโยชน์ในการเลือกรับประทานอาหาร ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์

ความนิยมดังกล่าว ส่งผลต่อเนื่องให้เกิดแนวคิดการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ ฯลฯ โดยนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือ ช่วยบริหารจัดงานขั้นตอนของซัพพลายเชน ในการสร้างผลิตผลให้ตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่เลือกคำนึงถึงสุขภาพมากกว่าราคา จึงเกิดการทำเกษตรแนวใหม่ เช่น การปลูกผัก การทำฟาร์ม ซึ่งปัจจุบันยังปรับเปลี่ยนสถานที่ให้เป็นเส้นทางการท่องเที่ยว เพื่อเสริมประสบการณ์เรียนรู้เชิงเกษตรด้วย

วราภรณ์ พรหมพจน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เล่าว่า กรมได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการเกษตรไทยให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มุ่งพัฒนาประเทศไทยภายใต้แนวคิดไทยแลนด์ 4.0 โดยล่าสุดได้ร่วมมือกับบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์จัดงาน ซีมา อาเซียน ไทยแลนด์ 2017 ระหว่างวันที่ 7-9 ก.ย.นี้ ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ทั้งนี้ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านธุรกิจการเกษตรในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งเรียนรู้การทำเกษตรแบบแม่นยำ ภายใต้แนวคิด สมาร์ท ฟาร์เมอร์ ลดความสูญเสียทรัพยากร แต่ช่วยเพิ่มผลผลิตที่มากขึ้น สามารถผลิตสินค้าทางการเกษตรให้สอดรับกับเทรนด์รักษาสุขภาพด้วย

โดยภายในงานซีมา อาเซียนฯ ได้รวบรวมสินค้าเครื่องจักรกล เทคโนโลยี และนวัตกรรมการเกษตรที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่การเพาะปลูกขอประเทศไทยและชาติสมาชิกอาเซียน เช่น การสาธิตเครื่องจักรกลการเกษตร โดรนพาวิลเลียน ซึ่งปัจจุบันการเกษตรของประเทศไทยนิยมนำมาใช้ เพื่อการพ่นน้ำ หว่านเมล็ด หว่านปุ๋ยอินทรีย์ ฯลฯ ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำเกษตรยุคใหม่ เน้นการประหยัดแรงงานคน

นอกจากนี้ ภายในงานได้จัดโซนพาวิลเลียนแสดงเทคโนโลยีจากหลากหลายในเอเชียและอาเซียน เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ตุรกี เวียดนาม อินโดนีเซีย เป็นต้น ซึ่งเชื่อว่าจะเกิดการเจรจาซื้อขายเทคโนโลยีร่วมกัน โดยภายในงานยังจัดเวทีการประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ให้กับผู้เข้าชมงาน เช่น คลินิกให้ความรู้เรื่องเทคโนโลยี การดูแลสุขภาพผักเพื่อสุขภาพเรา การพัฒนาเกษตรตามศาสตร์พระราชาสู่ความยั่งยืน การปั้นแบรนด์สินค้าเกษตรให้ปัง ฯลฯ ซึ่งตลอดการจัดงานคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานเป็นเกษตรกรคนไทย ต่างชาติ และผู้ที่สนใจในการเกษตรเข้าร่วมชมกว่า 1-2 หมื่นคน

“เกษตรที่แม่นยำ ซึ่งช่วยลดการใช้แรงงานคนได้มากกว่า 40% เมื่อเทียบกับการเพาะปลูกสมัยก่อน อีกทั้งการนำเทคโนโลยีมาใช้ยังตอบโจทย์เรื่องปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่เกิดจากการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในไทย และยังช่วยการเพิ่มผลผลิตให้กับผู้ปลูกมากขึ้นกว่า 20% เพราะสามารถวิเคราะห์ วิจัย การรดน้ำ หว่านปุ๋ย การปราบศัตรูพืชจากดินได้” วราภรณ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างด้านประชากร ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี การเพาะปลูก มีผลต่อภาคเกษตรกรไทยที่คนรุ่นใหม่สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้ประกอบเป็นอาชีพมากขึ้น รวมถึงเพิ่มด้านการท่องเที่ยวให้มีความครบวงจร ส่งผลต่อมูลค่าการเกษตรที่เพิ่มขึ้น

วราภรณ์ บอกอีกว่า กรมจะเร่งนำเสนอผลงานวิจัยออกสู่ภาคประชาชน เพื่อให้การทำเกษตรของคนรุ่นใหม่มีความแม่นยำ เกิดจากการวิเคราะห์ และจากการศึกษาวิจัยอย่างแท้จริง

เพื่อยกระดับผู้ประกอบอาชีพเกษตรไทยให้มีความรู้ ความสามารถในระดับสากล

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์