posttoday
สหรัฐ-อียูสะเทือน คว่ำบาตรเขย่าพลังงาน

สหรัฐ-อียูสะเทือน คว่ำบาตรเขย่าพลังงาน

28 กรกฎาคม 2560

“การคว่ำบาตรจากสหรัฐอาจส่งผลกระทบโดยไม่ตั้งใจกับผลประโยชน์ด้านความมั่นคงพลังงานของสหภาพยุโรป” ฌอง-โคลด ยุงเกอร์

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

“การคว่ำบาตรจากสหรัฐอาจส่งผลกระทบโดยไม่ตั้งใจกับผลประโยชน์ด้านความมั่นคงพลังงานของสหภาพยุโรป” ฌอง-โคลด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) กล่าว หลังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติรับรองกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียฉบับใหม่อย่างถล่มทลายจนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หมดสิทธิวีโต้

การเปิดเผยของจุงเกอร์ที่เปรียบเสมือนผู้นำของสหภาพยุโรป (อียู) แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจที่อียูมีต่อการเตรียมคว่ำบาตรรัสเซียครั้งใหม่ของสหรัฐ แม้อียูจะเห็นรัสเซียเป็น “ความเสี่ยง” อย่างหนึ่ง หลังผงาดเข้าผนวกไครเมียจากยูเครนเมื่อปี 2014 และยังเข้ามาแทรกแซงความวุ่นวายในยูเครนตะวันออกที่ต้องการจะแยกตัวจากประเทศแม่

ยูเครนมีพรมแดนติดกับหลายชาติในอียู ทั้ง โปแลนด์ สโลวาเกีย โรมาเนีย ฮังการี และโรมาเนีย จึงไม่แปลกที่อียูจะกังวลต่อการแทรกแซงของรัสเซียที่เกิดขึ้นในยูเครน

แต่ในทางกลับกัน อียูก็พึ่งพา “พลังงาน” ที่ทั้งส่งตรงมาจากรัสเซีย หรือใช้รัสเซียเป็นทางผ่านไปพร้อมกัน โดยบีพีบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของโลกจากกรุงลอนดอนคาดการณ์ว่าอียูบริโภคก๊าซจากรัสเซียคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 30% ของทั้งหมด และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 40% ภายในปี 2035

ในการคว่ำบาตรฉบับใหม่ของสหรัฐ กำหนดให้สามารถลงโทษเอกชนสหรัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับโครงการพลังงานที่รัสเซียเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ได้ โดยยุโรปกังวลการคว่ำบาตรดังกล่าวจะส่งผลกระทบชิ่งมาโดนยุโรปที่ถือหุ้นในโครงการเหล่านั้นเช่นกัน

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก เปิดเผยอ้างเอกสารของคณะกรรมาธิการยุโรปว่า การคว่ำบาตรดังกล่าวมีแนวโน้มจะกระทบกับท่อส่งพลังงานมายังยุโรปอย่างน้อย 4 โครงการ ซึ่งรวมถึง “นอร์ดสตรีม 1” ซึ่งส่งก๊าซจากรัสเซียมาให้ทั่วยุโรปตะวันตก และโครงการ “บลูสตรีม” ซึ่งแม้จะเป็นโครงการท่อส่งจากรัสเซียไปยังตุรกีที่เป็นประเทศนอกสมาชิก แต่ เอนนี เอสพีเอ บริษัทก๊าซจากอิตาลีเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

รายชื่อโครงการที่อีซีระบุชื่อเอาไว้ยังประกอบไปด้วยโครงการท่อส่งน้ำมัน “แคสเปียน ไปป์ไลน์” ที่ส่งน้ำมันจากคาซัคสถานผ่านทางรัสเซียเ

สหรัฐ-อียูสะเทือน คว่ำบาตรเขย่าพลังงาน
ฌอง-โคลด ยุงเกอร์

ข้ามาทางยุโรปจะได้รับผลกระทบไปด้วย เช่นเดียวกับโครงการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว “บอลติก” ในอ่าวฟินแลนด์ที่ก๊าซพรอม รัฐวิสาหกิจของรัสเซียเป็นผู้พัฒนา

นอกเหนือจากรายชื่อที่อีซีระบุแล้ว สำนักข่าวหลายแห่งรายงานตรงกันว่า การคว่ำบาตรดังกล่าวยังอาจกระทบกับ “นอร์ด สตรีม 2” ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาก่อสร้าง โดยมีก๊าซพรอมเป็นเจ้าของโครงการ และอียูเข้าไปถือหุ้นอยู่ รวมมูลค่ามากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.3 แสนล้านบาท) เพื่อเพิ่มการจัดหาพลังงานให้กับเยอรมนีนับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นไป

“ถ้าหากสหรัฐไม่ได้นำความกังวลของพวกเราไปพิจารณาเพียงพอ พวกเราก็พร้อมที่จะดำเนินการอย่างเหมาะสมโดยใช้เวลาไม่นาน” ยุงเกอร์ กล่าว

ด้านรอยเตอร์ส รายงานอ้างเอกสารของคณะกรรมาธิการยุโรป พบว่า อียูเตรียมที่จะดำเนินมาตรการเพื่อไม่ให้สหรัฐออกกฎหมายที่มุ่งเป้าไปยังผลประโยชน์ของอียู โดยเตรียมที่จะใช้กฎระเบียบกติกาต่างๆ ในการป้องกันไม่ให้สหรัฐสามารถคว่ำบาตรเอกชนในอียูได้

ขณะเดียวกัน เอกสารระบุด้วยว่า อียูจะเดินหน้าเจรจาทางการทูตกับสหรัฐเสียก่อน และหากการเจรจาดังกล่าวล้มเหลว ยุโรปจะยื่นฟ้องร้องต่อองค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) หรือแม้กระทั่งตอบโต้ด้วยการห้ามเอกชนลงทุนหรือทำธุรกิจร่วมกับบางบริษัทของสหรัฐ

ก่อนหน้านี้ อียูพยายามที่จะเจรจากับสหรัฐเพื่อไม่ให้การคว่ำบาตรรัสเซียที่เกิดขึ้นกระทบกับความมั่นคงทางพลังงานของอียู โดยสหรัฐได้ปรับเปลี่ยนการคว่ำบาตรดังกล่าวให้ละเว้นโครงการที่ไม่ได้ส่งพลังงานมาจากรัสเซียโดยตรง เช่น แคสเปียน ไปป์ไลน์ ที่ส่งน้ำมันจากคาซัคสถานผ่านทางรัสเซียเข้ามาทางยุโรป

ในทางทฤษฎีนั้นจึงนับได้ว่ายุโรปเผชิญความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบ จากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ และมาตรการของสหรัฐในครั้งนี้ก็ยังมาในช่วงเวลาที่ไม่ค่อยดีนักอีกด้วย

แม้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ จะไม่ได้สนับสนุนการคว่ำบาตรครั้งนี้ที่ขัดต่อนโยบายการสานสัมพันธ์ของรัสเซีย แต่ที่ผ่านมานโยบายหลายอย่างของทรัมป์ก็ส่งผลให้ยุโรปไม่พอใจอยู่บ่อยครั้ง เช่น ประเด็นการค้าที่ทรัมป์สั่งสอบประเทศที่มีการค้าเกินดุลกับสหรัฐ ซึ่งรวมไปถึงสมาชิกอียูอย่างเยอรมนีและอิตาลี ขณะที่การค้าเหล็กระหว่างทั้งสองฝ่ายก็ฉายประกายความขัดแย้งในภาวะที่ผลผลิตเหล็กล้นตลาดโลก

ทรัมป์พยายามที่จะตั้งภาษีกับการ นำเข้าเหล็กไม่ใช่เฉพาะจากจีน แต่ยังรวมไปถึงอียูด้วย โดย เซซิเลีย มัลสตอร์ม กรรมาธิการการค้ายุโรป เปิดเผยว่า หากทรัมป์ตั้งภาษีหรือจำกัดโควตาการนำเข้าเหล็กจากอียู ฟากอียูจะตอบโต้ในทันที

นอกจากนี้ ยุโรปกับสหรัฐภายใต้ทรัมป์นั้นยังเห็นต่างกันในประเด็นความตกลงปารีสที่ยุโรปให้การสนับสนุนเต็มที่ และแสดงความเสียใจต่อกรณีที่ทรัมป์ถอนสหรัฐออกจากความตกลงเพื่อแก้ไขการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายยังเคยปะทะกันในประเด็นองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ(นาโต้) โดยทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์อียูว่าไม่ได้ลงทุนด้านความมั่นคงไปกับนาโต้มากเพียงพอ และปล่อยให้สหรัฐเป็นเพียงผู้เดียวที่แบกภาระด้านงบประมาณอุดหนุนถึงสัดส่วนที่กำหนด

การดำเนินการคว่ำบาตรครั้งนี้ของสหรัฐ จึงกำลังสั่นคลอนความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายมากขึ้น โดยกฎหมายคว่ำบาตรยังรอผ่านการพิจารณาจากสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะสามารถผ่านได้ถล่มทลายอีกครั้ง เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายที่วุฒิสภาเป็นผู้นำเสนอให้มีการนำไปพิจารณาในสภาล่างด้วยคะแนนเสียง 98-2 เสียง

หากผ่านมาด้วยคะแนนมากกว่า2 ใน 3 ส่วนของทั้งสองสภา ทรัมป์จะหมดสิทธิวีโต้กฎหมายดังกล่าว และเมื่อกฎหมายคว่ำบาตรมีผลบังคับใช้ ย่อมมีปฏิกิริยาจากฟากยุโรปที่เตรียมจะปกป้องผลประโยชน์อย่างเต็มที่

“’อเมริกามาก่อน’ ไม่ได้หมายว่าผลประโยชน์ของยุโรปจะเป็นที่สุดท้าย” ยุงเกอร์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์