posttoday
สงครามการค้าโลกระอุสหรัฐโวยจีนกีดกันสินค้า-กดดันขึ้นค่าหยวน

สงครามการค้าโลกระอุสหรัฐโวยจีนกีดกันสินค้า-กดดันขึ้นค่าหยวน

17 กันยายน 2553

ความสัมพันธ์ด้านการค้าระหว่างจีนสหรัฐยิ่งร้าวฉาน ขณะที่ค่าเงินหยวนแข็งค่า ก่อนขุนคลังขึ้นให้การกรณีค่าเงินหยวน

ความสัมพันธ์ด้านการค้าระหว่างจีนสหรัฐยิ่งร้าวฉาน ขณะที่ค่าเงินหยวนแข็งค่า ก่อนขุนคลังขึ้นให้การกรณีค่าเงินหยวน

รัฐบาลสหรัฐยื่นคำร้องให้องค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) สอบสวนจีนในกรณีที่จีนอาจใช้มาตรการด้านภาษีเพื่อกีดกันเหล็กกล้าส่งออกจากสหรัฐ และกรณีที่จีนใช้มาตรการที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบธุรกิจจ่ายค่าบริการทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งหากดับเบิลยูทีโอมีคำตัดสินว่าจีนละเมิดระเบียบการค้าโลก สหรัฐจะสามารถใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้าต่อจีนได้ และจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ด้านการค้าของทั้งสองประเทศยิ่งร้าวฉาน

“อัตราภาษีที่จีนเรียกเก็บยังผลให้เหล็กที่ส่งออกจากสหรัฐไปยังจีนมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นวิธีปฏิบัติที่ทำให้เหล็กกล้าของเราที่ส่งยังประเทศแห่งนั้นต้องลดจำนวนลงหรือถูกกีดกัน กรณีนี้เป็นสิ่งที่ชัดเจนว่าสหรัฐจะไม่ยินยอมให้จีนเป็นภัยคุกคามต่อหน้าที่การงานในอุตสาหกรรมเหล็กกล้าของสหรัฐ ด้วยการใช้มาตรการต่อต้านการทุ่มตลาดและมาตรการทางภาษีเพื่อตอบโต้การที่จีนคุกคามภาคส่งออกของสหรัฐ” รอน เคิร์ก ผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ระบุในแถลงการณ์

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐกล่าวหาว่าจีนเรียกเก็บภาษีอย่างไม่เป็นธรรมกับเหล็กกล้าของสหรัฐ อีกทั้งยังไม่เปิดโอกาสให้กับธุรกิจรับจ่ายค่าบริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จากสหรัฐ ทว่ารัฐบาลจีนกล่าวหาสหรัฐเช่นกันว่าเหล็กกล้าของสหรัฐได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐเพื่อเข้ามาทุ่มตลาดจีน

นอกจากนี้ การยื่นคำร้องต่อดับเบิลยูทีโอยังประจวบเหมาะกับการยื่นคำร้องต่อรัฐบาลสหรัฐของสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเหล็กกล้า ให้สอบสวนกรณีที่ใช้มาตรการอุดหนุนธุรกิจพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ การแสดงท่าทีแข็งกร้าวของสหรัฐต่อจีน มีขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ ทิโมธี ไกธ์เนอร์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ขึ้นให้การต่อสภาคองเกรส เกี่ยวกับมาตรการกีดกันทางการค้าของจีน และประเด็นค่าเงินหยวนที่สหรัฐมองว่ายังต่ำกว่าความเป็นจริงจนเอื้อต่อภาคส่งออกของจีนและยังผลให้สหรัฐยิ่งขาดดุลการค้ามากขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความไม่พอใจอย่างยิ่งต่อสมาชิกสภาคองเกรสทั้งจากพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน

สมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครตแสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งต่อจีน รวมถึงรัฐบาลของประธานาธิบดี บารัก โอบามา ที่ปล่อยปละละเลยในเรื่องนี้ พร้อมเตือนว่า สภาคองเกรสอาจตอบโต้จีนทั้งด้านการค้าและนโยบายค่าเงินหยวน โดยไม่รอการตัดสินใจจากรัฐบาลสหรัฐ ยกเว้นว่ารัฐบาลสหรัฐจะตัดสินใจตอบโต้จีนอย่างรวดเร็ว

“ทั้งสองกรณีถือเป็นก้าวที่สำคัญของเราในความพยายามที่จะใช้สิทธิของเราในการเข้าถึงตลาดจีน” วุฒิสมาชิก แม็ก บอคัส กล่าว

ด้านความเคลื่อนไหวของค่าเงินหยวน ล่าสุดเงินหยวนแข็งค่าสูงสุดนับตั้งแต่รัฐบาลจีนให้คำมั่นสัญญาเมื่อเดือน มิ.ย. ที่จะปล่อยให้ค่าเงินหยวนมีความยืดหยุ่นยิ่งขึ้น โดยวันที่ 16 ก.ย. ค่าหยวนอยู่ที่ 6.7181 หยวนต่อเหรียญสหรัฐ หรือแข็งค่าขึ้นมาแล้ว 1.6% นับตั้งแต่เดือน มิ.ย. และแข็งค่าขึ้น 0.7% ในช่วงสัปดาห์นี้

อย่างไรก็ตาม เอเอฟพี รายงานว่า ที่ผ่านมาจีนมักปล่อยให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่สหรัฐจะแสดงท่าทีกดดันจีนอย่างจริงจังในประเด็นนี้ ซึ่งล่าสุด คือ การขึ้นให้การต่อสภาคองเกรสของไกธ์เนอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์วอลสตรีต เจอร์นัลว่า รัฐบาลจีนปฏิบัติตามคำสัญญาปล่อยค่าเงินหยวนให้ยืดหยุ่นตามที่ให้ไว้เมื่อเดือน มิ.ย. ได้เพียงเล็กน้อย

ขณะที่ โรเบิร์ต โซลลิก ประธานธนาคารโลก สนับสนุนท่าทีของรัฐบาลสหรัฐที่กดดันให้จีนปรับเงินหยวนให้แข็งค่ายิ่งขึ้น โดยกล่าวระหว่างเยือนกรุงปักกิ่งช่วงกลางสัปดาห์นี้ว่า ขณะนี้ถึงเวลาที่เหมาะสมที่จะปรับค่าเงินแล้ว

ด้าน เจียงหยู โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ตอบโต้แรงกดดันจากสหรัฐ โดยระบุว่า มาตรการใดๆ ที่จะกดดันจีนให้ปรับนโยบายค่าเงินหยวนจะไม่เป็นผล และกล่าวว่า การแข็งค่าของเงินหยวนจะไม่ช่วยแก้ปัญหาขาดดุลการค้าและปัญหาว่างงานของสหรัฐ

“ประเด็นปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐควรได้รับการแก้ไขผ่านกระบวนการหารือที่ทั้งสองฝ่ายอยู่ในฐานะเท่าเทียมกัน การใช้แรงกดดันเพื่อแก้ปัญหายิ่งจะนำไปสู่การเผชิญหน้า” เจียง กล่าว

ขณะที่ เหยาเจียน โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีน กล่าวว่า จีนไม่ต้องการให้นักการเมืองสหรัฐกล่าวโทษจีนในประเด็นการค้าและค่าเงินหยวน เพื่ออาศัยประโยชน์ทางการเมือง ก่อนการเลือกตั้งช่วงกลางเทอมของสภาคองเกรสที่จะมีขึ้นในเดือน พ.ย.นี้

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง