
หนุนภาพลักษณ์ บูติคโฮเต็ลระดับโลก
“หากรัฐบาลส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มบูติคโฮเต็ลอย่างจริงจัง จะช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้กับการท่องเที่ยวของประเทศเพิ่มขึ้น"
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
ปัจจุบันเทรนด์การเลือกโรงแรมที่พักของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่หาไม่ได้จากการใช้ชีวิตประจำวัน สร้างคุณค่าและมูลค่าทางจิตใจ มากกว่าการเลือกโรงแรมใหญ่ ทำเลที่ตั้งใจกลางเมือง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเหมือนที่ผ่านมา
วรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซูเปอร์กรีน สตูดิโอ ผู้ก่อตั้งเปลี่ยนบ้านเก่าเป็นบูติคโฮเต็ล และแอพพลิเคชั่น Homemade Stay เล่าว่า แนวโน้มการลงทุนในธุรกิจโรงแรมของประเทศไทยนับจากนี้ จะเป็นโอกาสทางการตลาดและการลงของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากขึ้น รองรับกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลส่งเสริมให้เป็นเจ้าของบูติคโฮเต็ลขนาดเล็ก พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายการบริการแบบครบวงจร เน้นจุดขายวัฒนธรรมไทย สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับชุมชนอย่างแท้จริง
บริษัทต้องการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย มีภาพลักษณ์เป็นแคปปิตอล บูติคโฮเต็ล ที่เป็นที่รู้จักและยอมรับจากทั่วโลก เป็นต้นแบบและศูนย์กลาง (ฮับ) แคปปิตอล บูติค โฮเต็ล เหมือนภาพลักษณ์ที่ทั่วโลกมองประเทศฝรั่งเศสเป็นเมืองน้ำหอม มองอิตาลีเป็นเมืองแฟชั่น
ทั้งนี้ ได้ต่อยอดความสำเร็จจากการนำโรงรถมาปรับเปลี่ยนเป็นบูติคโฮเต็ล จำนวน 3 ห้อง บนที่ดิน 20 ตารางวา งบลงทุน 5 แสนบาท ภายใต้ชื่อสามเสน 5 ลอดจ์ เน้นการก่อสร้างแบบกรีนโฮเต็ล สามารถประหยัดพลังงานกว่า 50% เทียบกับการออกแบบทั่วไป ขยายธุรกิจธุรกิจการรับเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุนธุรกิจบูติคโฮเต็ล และออกแบบอาคารพื้นที่แคบเน้นการประหยัดพลังงานให้เป็นบูติคโฮเต็ล
นอกจากนี้ ได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่น Homemade Stay ระบบฐานปฏิบัติการดูแลด้านการบริหารจัดการ การตลาดแบบครบวงจรให้กับผู้ประกอบการธุรกิจบูติคโฮเต็ล เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันทางการตลาด และยังรับรู้ยอดการจองห้องพักล่วงหน้าของลูกค้าได้ ทำให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้น เพราะแอพพลิเคชั่นดังกล่าวเป็นฐานปฏิิิบัติการที่สร้างระบบมาจากแนวทางการประกอบธุรกิจในกลุ่มของบูติคโฮเต็ลอย่างแท้จริง
“หากรัฐบาลส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มบูติคโฮเต็ลอย่างจริงจัง จะช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้กับการท่องเที่ยวของประเทศเพิ่มขึ้น เพราะห้องบูติก สามารถขายได้ในราคาที่สูงกว่า 2-3 เท่าตัว สร้างกำไรกว่า 100% เมื่อเทียบกับโรงแรมขนาดใหญ่ที่มีต้นทุนการบริหารจัดการและการลงทุนที่สูงกว่า” วรพันธุ์ กล่าว
ปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้าบูติคโฮเต็ลที่เป็นสมาชิกแอพพลิเคชั่น 200 ราย ภายในปีนี้และปีหน้าจะเพิ่มเป็น 6,000 ราย จากการขยายตัวของธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย รวมถึงกลุ่มธุรกิจบูติคโฮเต็ล
สำหรับแนวทางรุกตลาดบูติคโฮเต็ล ออกสู่ตลาดอาเซียน มีแผนนำร่องในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ก่อนร่วมมือกับพันธมิตรขยายให้ครอบคลุมอาเซียนล่าสุดอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรขยายการก่อสร้างบูติคโฮเต็ลที่เมียนมา ซึ่งปัจจุบันเมียนมามีความสนใจมาก







