
ญี่ปุ่นลงมือสกัดเยนแข็ง
บีโอเจระดมซื้อดอลล์ดึงค่าเงิน คาดเอเชียเล็งแทรกแซงตาม
โพสต์ทูเดย์
— ญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงินเยน หลังดีดตัวแข็งสุดในรอบ 15 ปีญี่ปุ่นตัดสินใจใช้มาตรการแทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีแล้วเมื่อวันที่ 15 ก.ย. เพื่อสกัดกั้นการแข็งค่าของเงินเยน หลังจากที่แข็งค่ามาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งวันที่ 15 ก.ย. ได้ปรับขึ้นมาแตะระดับสูงสุดในรอบ 15 ปีที่ 82.87 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ส่งผลกระทบรุนแรงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
โยชิโอะ โนดะ รัฐมนตรีคลังของญี่ปุ่น ยืนยันการใช้มาตรการแทรกแซงค่าเงิน พร้อมเปิดเผยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังติดต่อกับรัฐบาลของประเทศอื่นๆ เกี่ยวกับการแทรกแซงค่าเงินในครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม โนดะ กล่าวแย้มว่า รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจเพียงลำพังโดยมิได้ปรึกษาประเทศอื่นๆ แต่อย่างใด โดยมีธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เป็นผู้รับผิดชอบมาตรการแทรกแซงค่าเงินเยนแทนที่กระทรวงการคลัง
“
เราจำเป็นจะต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด ซึ่งรวมถึงการแทรกแซงค่าเงิน พร้อมๆ กับจับตาความเคลื่อนไหวของตลาดเงินตราต่างประเทศอย่างใกล้ชิดนับแต่บัดนี้” โนดะ กล่าวโนดะไม่ได้เปิดเผยว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะใช้วิธีซื้อเงินเหรียญสหรัฐเหมือนกับที่เคยใช้มาตรการแทรกแซงค่าเงินครั้งแรกเมื่อปี 2547 หรือไม่ ทว่านักลงทุนในตลาดเงินเปิดเผยว่าบีโอเจอาจเริ่มซื้อเงินเหรียญสหรัฐตั้งแต่เงินเยนเริ่มแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 83 เยนต่อเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ หลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันที่จะใช้มาตรการแทรกแซง ยังผลให้ค่าเงินเยนอ่อนลงมาอยู่ที่ 85 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ขณะเดียวกันสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชียที่ก่อนหน้านี้เคยแข็งค่าอย่างต่อเนื่องเริ่มอ่อนค่าลงเช่นกัน อาทิ เงินเหรียญสิงคโปร์ เงินเหรียญไต้หวัน เงินวอนของเกาหลีใต้ และเงินหยวนของจีน
ด้านนักวิเคราะห์ด้านการเงินกล่าวกับเอเอฟพีว่า ขณะนี้ธนาคารกลางต่างๆ ในเอเชียมีข้ออ้างที่มีน้ำหนักมากขึ้นเพื่อสกัดกั้นการแข็งค่าของสกุลเงินประจำชาติ เพื่อกระตุ้นศักยภาพด้านการส่งออก
“
มีแนวโน้มที่จะประกาศใช้มาตรการแทรกแซงเพิ่มเติมอีกในช่วงไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ต่อจากนี้” มิทัล โคเตชา หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของบริษัท เครดิต อากริโคล กล่าวอย่างไรก็ตาม บรรดานักวิเคราะห์ยังมีความเห็นไม่ลงรอยกันเกี่ยวกับประสิทธิภาพในระยะยาวจากการแทรกแซงค่าเงิน เนื่องจากเงินเยนยังคงเป็นสกุลเงินที่มีความปลอดภัยสูงและเป็นที่ต้องการอย่างมากในหมู่นักลงทุน เนื่องจากเงินเหรียญสหรัฐยังมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน







