posttoday
'เฟด'กร้าวลุยลดขนาดงบดุล

'เฟด'กร้าวลุยลดขนาดงบดุล

16 มิถุนายน 2560

เฟดยังหวังเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งแม้เงินเฟ้อพลาดเป้า พร้อมค่อยๆ ลดขนาดงบดุลเริ่มปีนี้

เฟดยังหวังเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งแม้เงินเฟ้อพลาดเป้า พร้อมค่อยๆ ลดขนาดงบดุลเริ่มปีนี้

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ของปีนี้อีก 0.25% เป็น 1-1.25% และคาดการณ์จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งภายในสิ้นปี 2017 ตามคาดการณ์เดิมในเดือน มี.ค. แม้ลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อลง พร้อมเปิดเผยแนวทางลดขนาดงบดุลขนาด 4.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 147 ล้านล้านบาท)

ทั้งนี้ ในผลสำรวจการคาดการณ์เศรษฐกิจของบรรดาคณะกรรมการการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) พบว่าค่ากลางของคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อสำหรับปี 2017 นี้ลดลงจากคาดการณ์เดิมในเดือน มี.ค. ที่ 1.9% เป็น 1.6% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อหลักลดลงจาก 1.9% เป็น 1.7% แต่ยังคงคาดการณ์ของปี 2018 และ 2019 เอาไว้ที่ 2%

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อสหรัฐในปีนี้ที่คาดการณ์จะต่ำกว่าเป้าหมายของเฟดที่ 2% ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์แนวโน้มขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้เพียงแค่ 35% โดยจากผลสำรวจก่อนหน้าการเปิดเผยของเฟดพบว่า 54% คาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. และ 21% ในเดือน ธ.ค.

ขณะเดียวกัน เฟด ระบุว่า จะลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาล ด้วยการไม่นำเงินที่ได้จากพันธบัตรที่ครบกำหนดไถ่ถอนไปลงทุนอีกครั้ง (Re-invest) กำหนดเดือนละ 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.1 แสนล้านบาท) ในช่วงแรก ขณะที่หากเกินกำหนดดังกล่าวจะนำไปลงทุนต่อ ก่อนเพิ่มการลดอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนกว่าจะถึงเดือนละ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1 ล้านล้านบาท)

นอกจากนี้ เฟดจะเริ่มลดการถือครองตราสารอนุพันธ์ที่อิงกับสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ (เอ็มบีเอส) โดยเริ่มเดือนละ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.4 แสนล้านบาท) และเพิ่มการลดจนถึงเดือนละ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7 แสนล้านบาท) โดยจะเริ่มต้นภายในปีนี้

"คณะกรรมการการเงินคาดหวังว่าการลดขนาดดังกล่าวจะสามารถทำได้จนถึงระดับสูงสุด เพื่อให้การถือครองทรัพย์สินของธนาคารกลางสหรัฐลดลงในลักษณะที่ค่อยเป็นค่อยไปและสามารถทำนายได้ จนกว่าคณะกรรมการการเงินจะเห็นว่าธนาคารกลางสหรัฐไม่ถือครองสินทรัพย์เกินความจำเป็น เพื่อให้นโยบายการเงินยังคงประสิทธิภาพ" เฟด ระบุ

หลังความเคลื่อนไหวของเฟด ธนาคารกลางฮ่องกงปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 1.5% เนื่องจากฮ่องกงตรึงค่าเงินเอาไว้กับค่าเงินเหรียญสหรัฐ เช่นเดียวกับซาอุดิอาระเบียที่ขึ้นดอกเบี้ยจาก 1% เป็น 1.25% ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ส่งสัญญาณจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามหลังเฟด ส่วนคูเวตยังคงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ที่ 2.75%

ด้านธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) คงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ โดยคงดอกเบี้ยสำหรับข้อตกลงซื้อคืน 7 วันอยู่ที่ 2.45% ขณะที่คงข้อตกลง 14 วัน อยู่ที่ 2.6% และ 28 วันเอาไว้ที่ 2.75% แตกต่างจากเมื่อเดือน มี.ค.ที่พีบีโอซีขยับขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวตามหลังเฟดทันที

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง