
ตลาดเพชรคึกรับเอเชีย
โพสต์ทูเดย์ — บริษัท ริโอ ตินโต ทุ่มเงินเร่งขยายการผลิต เติมเต็มความต้องการของชาวจีนและอินเดียผู้มั่งคั่ง ดันตลาดเพชรเติบโต
เอเอฟพีเปิดเผยเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา บริษัท ริโอ ตินโต ผู้นำด้านธุรกิจเหมืองแร่ของออสเตรเลียได้ออกแถลงการณ์ว่า บริษัทจะทุ่มเงินลงทุนราว 803 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.47 หมื่นล้านบาท) เพื่อเร่งขยายเหมืองใต้ดินอาร์ไกล์ ซึ่งตั้งอยู่ในคิมเบอร์ลีย์ ทางตะวันตกของออสเตรเลีย
บริษัทมีเป้าหมายในการเพิ่มผลิตผลจากเหมืองเพชรดังกล่าว เพื่อรองรับการเติบที่สูงมากในตลาดเกิดใหม่อย่างจีนและอินเดีย
แฮรี เคนยอนสลานีย์ หัวหน้าเหมืองเพชรของบริษัท กล่าวว่า ทางบริษัทจะเร่งงานโครงการขุดเจาะสายแร่ที่เหมืองอาร์ไกล์ เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายในการผลิตรายปีที่ตั้งไว้ ซึ่งจะทำยอดให้ได้ 9 ล้านตัน ภายในอีก 2 ปี
“
การลงทุนในอาร์ไกล์เป็นการให้ความสำคัญต่อคำมั่นของเรา และให้ความมั่นใจต่ออุตสาหกรรมเหมืองแร่ของโลก” เคนยอนสลานีย์ กล่าวนอกจากนี้ ในแถลงการณ์ยังกล่าวว่า การเติมเต็มช่องว่างความต้องการจะต้องใช้เวลาของแผนในระยะกลางจนถึงระยะยาว และมีการคาดการณ์แล้วว่าความต้องการในตลาดมีเพิ่มสูงขึ้นมาก
โฆษกของทางบริษัท กล่าวด้วยว่า ทางบริษัทเพิ่มการทำการตลาดสำหรับในจีนและอินเดีย ซึ่งประชากรของทั้งสองประเทศกำลังขยับสู่การเป็นชนชั้นกลางมากขึ้น อีกทั้งยังใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ โครงการลงทุนขยายงานของบริษัทเคยต้องหยุดชะงักลงในช่วงปี 2552 เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจการเงินโลก
รายงานกล่าวว่า เฉพาะที่เหมืองอาร์ไกล์เพียงแห่งเดียวก็สามารถครองส่วนแบ่งราว 20% ของเพชรทั้งหมดในตลาดโลก อีกทั้งเหมืองดังกล่าวยังเป็นแหล่งผลิตเพชรสีชมพูที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 90% ของปริมาณเพชร สีชมพูที่มีอยู่ในตลาด ซึ่งเป็นที่นิยมมากในอินเดีย
ทั้งนี้ ยังไม่รวมถึงการเป็นแหล่งผลิตเพชรน้ำงามสีคอนยัก สีแชมเปญ และอีกหลากหลาย
เมื่อเดือน ส.ค. ทางบริษัท เดอเบียร์ส ได้ลงทุน 922 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.84 หมื่นล้านบาท) เพื่อขยายการดำเนินการในเหมืองนามิเบีย โดยให้เหตุผลเช่นเดียวกับทางริโอ ตินโต คือ การเล็งเห็นถึงการขยายตัวและความต้องการของตลาดในจีนและอินเดียที่สูงมาก







