
สหรัฐไฟเขียวเข้มวีซ่า
สหรัฐขอข้อมูลโซเชียลมีเดีย 5 ปี -ประวัติส่วนตัวย้อนหลัง 15 ปี เข้มงวดวีซ่าป้องกันก่อการร้าย
สหรัฐขอข้อมูลโซเชียลมีเดีย 5 ปี -ประวัติส่วนตัวย้อนหลัง 15 ปี เข้มงวดวีซ่าป้องกันก่อการร้าย
รอยเตอร์สรายงานว่า สำนักงานการจัดการและงบประมาณสหรัฐได้อนุมัติฉุกเฉินเมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา ให้สถานทูตและสถานกงสุลสหรัฐทั่วโลกขอข้อมูลเพิ่มเติมได้สำหรับผู้ที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าเข้าสหรัฐ ซึ่งรวมถึงประวัติการใช้โซเชียลมีเดียย้อนหลังในรอบ 5 ปี อีเมลแอดเดรส หมายเลขโทรศัพท์และข้อมูลส่วนบุคคลที่ย้อนหลังนานถึง 15 ปี อาทิ ที่อยู่ ประวัติการทำงาน และการเดินทาง
รายงานเปิดเผยว่า สำนักงาน ดังกล่าวได้ให้อำนาจการใช้แบบฟอร์มใหม่ดังกล่าวเป็นระยะเวลา 6 เดือน ต่างจากปกติซึ่งมักจะใช้เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยแม้การกรอกเพิ่มเติมจะไม่ใช่ภาคบังคับ แต่หากผู้ขอวีซ่าไม่ให้ข้อมูลดังกล่าวอาจทำให้กระบวนการขอวีซ่าล่าช้าได้
ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะขอข้อมูลเพิ่มเติม ดังกล่าว หากข้อมูลดังกล่าวสำคัญต่อการยืนยันตัวตนของผู้ขอวีซ่า หรือช่วยเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความมั่นคงของชาติ โดยก่อนหน้านี้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า การเข้มงวดการในการให้วีซ่าดังกล่าวเพื่อคัดแยกผู้ที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายและความมั่นคงของชาติ
อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้ไม่เห็นด้วยต่างวิพากษ์วิจารณ์การเข้มงวดการขอวีซ่าดังกล่าว โดยอาจทำให้เกิดกระบวนการล่าช้าในการออกวีซ่า รวมถึงยังอาจทำให้นักเรียนต่างชาติและนักวิทยาศาสตร์เลือกที่จะไม่เข้ามาศึกษาต่อหรือทำงานในสหรัฐได้
"พวกเรากังวลว่าหากการขอข้อมูลเพิ่มเติมดังกล่าวมีผลบังคับใช้ นักเรียนต่างชาติทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท นักวิชาการ และนักวิทยาศาสตร์ อาจไม่ต้องการมายังสหรัฐ" จดหมายของเครือข่ายการศึกษาและนักวิชาการสหรัฐมากกว่า 50 แห่ง ระบุไว้เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังกังวลว่า ผู้ขอวีซ่าอาจไม่สามารถจดจำประวัติ การใช้โซเชียลมีเดียในระยะ 5 ปี หรือประวัติส่วนตัวตลอด 15 ปีได้หมด และอาจก่อให้เกิดความผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจ ขณะที่ บาบัก ยูเซฟซาเดห์ อัยการและประธานสมาคมชาวอิหร่าน-อเมริกัน กล่าวเปิดเผยว่า การให้สถานกงสุลเป็นผู้พิจารณาตัดสินใจขอข้อมูลเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นการให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่มากเกินไป







