
ชูไทยแลนด์4.0 แข่งอินโดฯ พัฒนาโลจิสติกส์อาหาร
ปัจจุบันทุกอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัว โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
ปัจจุบันทุกอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัว โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อให้สินค้าและบริการออกสู่ตลาดและเติบโตทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะธุรกิจอาหาร ซึ่งไทยถือเป็นประเทศที่ส่งออกติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก
ได้แก่ 1.พัฒนาผู้ประกอบการในสายการผลิต (ซัพพลาย เชน) ทั้งระบบให้มีคุณภาพมาตรฐานในระบบสากล เพื่อยกระดับอาหารไทย วัตถุดิบของไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีการค้าโลก 2.ระบบการขนส่ง สามารถควบคุมคุณภาพห่วงโซ่อุปทานได้ทั้งหมด เพื่อยกระดับให้ไทยสามารถแข่งขันในภูมิภาคอาเซียนและเวทีโลกได้ และ 3.การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน แต่สามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการไทย
โดยมองว่าการจัดงานโพรแพ็ค เอเชีย 2017 ระหว่างวันที่ 14-17 มิ.ย.นี้ ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและนิทรรศการไบเทค บางนา ซึ่งได้รวบรวมเครื่องจักรการผลิตแปรรูป บรรจุภัณฑ์ ฯลฯ จากทั่วโลกมาแสดงนวัตกรรมจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาผู้ประกอบการไทย ได้แลกเปลี่ยนแนวทางความคิดเห็นร่วมกับผู้ประกอบการต่างชาติ มีแนวคิดการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง มองเห็นถึงโอกาสการเติบโตด้านการตลาดในอนาคตได้
ขณะที่ภาครัฐต้องผลักดันวางระบบโครงสร้างการขนส่ง (โลจิสติกส์) อาหาร อาหารแปรรูป วัตถุดิบของไทยอย่างเร่งด่วน โดยนำเทคโนโลยีมาควบคุมคุณภาพทั้งระบบรองรับการแข่งขันกับเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียได้ เพราะปัจจุบันไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านอาหารในภูมิภาคอาเซียน แต่ไม่สามารถแข่งขันกับระบบการขนส่งที่ได้มาตรฐานของอินโดนีเซียได้ เนื่องจากรัฐบาลอินโดนีเซียได้เร่งลงทุนและให้ความสำคัญอย่างชัดเจน ทำให้ระบบการขนส่ง เช่น เส้นทางรถ ระบบราง มีราคาค่าขนส่งที่ถูกกว่าไทย 20-30%
“ปัจจุบันไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตที่ทำได้ดี แต่รัฐบาลยังไม่มีแผนพัฒนาบุคลากรผู้ผลิตของไทยในการนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการภายหลังขั้นตอนการเก็บเกี่ยว ส่งผลให้จีน อินโดนีเซีย ซึ่งมีเทคโนโลยีที่เหนือชั้นกว่ารับซื้อสินค้าไทยและนำไปบริหารจัดการต่อ และได้ราคาขายที่มีค่าตอบแทนสูงกว่าผู้ทำการเพาะปลูก” ภาวิณี กล่าว
นอกจากนี้ รัฐบาลควรหาช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยมีช่องทางผลักดันสินค้าและบริการของตัวเองนำเสนอผ่านระบบออนไลน์ ทางเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง เช่น อาลีบาบา ของแจ็ค หม่า เป็นต้น เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าและบริการให้กว้างขึ้น เป็นที่รู้จักของกลุ่มเป้าหมาย ช่วยเพิ่มยอดขายที่ดีให้กับธุรกิจ
ด้าน จัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูบีเอ็ม บีอีเอส ผู้จัดงาน บอกว่าการจัดงานโพรแพ็ค เอเชีย 2017 ครั้งนี้ บริษัทได้นำนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลมาผลักดันการพัฒนาผู้ประกอบการไทย โดยงานนี้เป็นการแสดงสินค้าอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีผู้เข้าร่วมงานจากทั่วงานรัฐและเอกชนจำนวนมาก ปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 4,500 คน คาดจะเกิดมูลค่าการซื้อขายภายในงานกว่า 2.9 หมื่นล้านบาท พร้อมนำผู้ผลิตนวัตกรรมเครื่องจักรกว่า 5,000 เครื่อง จากออสเตรเลีย จีน เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เป็นต้น เข้าร่วมงานใน 8 โซน ให้ผู้ที่เข้าชมงานได้เรียนรู้และเจรจาติดต่อซื้อขายระหว่างกัน ซึ่งภายในงานได้จัดการประชุมสัมมนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาในทุกด้านด้วย
เห็นได้ว่าแนวทางยุทธศาสตร์ผลักดันอาหารของสมาคม รวมถึงการจัดงานโพรแพ็ค ล้วนเป็นแนวทางการพัฒนาบุคลากรของไทยให้เติบโตได้ทันต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว







