posttoday
ชูไทยแลนด์4.0 แข่งอินโดฯ พัฒนาโลจิสติกส์อาหาร

ชูไทยแลนด์4.0 แข่งอินโดฯ พัฒนาโลจิสติกส์อาหาร

19 พฤษภาคม 2560

ปัจจุบันทุกอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัว โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

ปัจจุบันทุกอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัว โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อให้สินค้าและบริการออกสู่ตลาดและเติบโตทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะธุรกิจอาหาร ซึ่งไทยถือเป็นประเทศที่ส่งออกติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก

ภาวิณี ชินะโชติ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แนวโน้มในอีก 5 ปีข้างหน้า คนทั่วโลกกว่า 50% ของประชากรทั้งหมดจะย้ายถิ่นฐานที่อยู่อาศัย โดยพาตัวเองมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองใหญ่ในที่เจริญ ส่งผลให้เกิดการบริโภคอาหารเพิ่มขึ้น ในส่วนนี้สมาคมเตรียมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เร่งวางแผนยุทธศาสตร์พัฒนาใน 3 เรื่องหลัก เร่งด่วน

ได้แก่ 1.พัฒนาผู้ประกอบการในสายการผลิต (ซัพพลาย เชน) ทั้งระบบให้มีคุณภาพมาตรฐานในระบบสากล เพื่อยกระดับอาหารไทย วัตถุดิบของไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีการค้าโลก 2.ระบบการขนส่ง สามารถควบคุมคุณภาพห่วงโซ่อุปทานได้ทั้งหมด เพื่อยกระดับให้ไทยสามารถแข่งขันในภูมิภาคอาเซียนและเวทีโลกได้ และ 3.การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน แต่สามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการไทย

โดยมองว่าการจัดงานโพรแพ็ค เอเชีย 2017 ระหว่างวันที่ 14-17 มิ.ย.นี้ ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและนิทรรศการไบเทค บางนา ซึ่งได้รวบรวมเครื่องจักรการผลิตแปรรูป บรรจุภัณฑ์ ฯลฯ จากทั่วโลกมาแสดงนวัตกรรมจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาผู้ประกอบการไทย ได้แลกเปลี่ยนแนวทางความคิดเห็นร่วมกับผู้ประกอบการต่างชาติ มีแนวคิดการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง มองเห็นถึงโอกาสการเติบโตด้านการตลาดในอนาคตได้

ขณะที่ภาครัฐต้องผลักดันวางระบบโครงสร้างการขนส่ง (โลจิสติกส์) อาหาร อาหารแปรรูป วัตถุดิบของไทยอย่างเร่งด่วน โดยนำเทคโนโลยีมาควบคุมคุณภาพทั้งระบบรองรับการแข่งขันกับเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียได้ เพราะปัจจุบันไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านอาหารในภูมิภาคอาเซียน แต่ไม่สามารถแข่งขันกับระบบการขนส่งที่ได้มาตรฐานของอินโดนีเซียได้ เนื่องจากรัฐบาลอินโดนีเซียได้เร่งลงทุนและให้ความสำคัญอย่างชัดเจน ทำให้ระบบการขนส่ง เช่น เส้นทางรถ ระบบราง มีราคาค่าขนส่งที่ถูกกว่าไทย 20-30%

“ปัจจุบันไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตที่ทำได้ดี แต่รัฐบาลยังไม่มีแผนพัฒนาบุคลากรผู้ผลิตของไทยในการนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการภายหลังขั้นตอนการเก็บเกี่ยว ส่งผลให้จีน อินโดนีเซีย ซึ่งมีเทคโนโลยีที่เหนือชั้นกว่ารับซื้อสินค้าไทยและนำไปบริหารจัดการต่อ และได้ราคาขายที่มีค่าตอบแทนสูงกว่าผู้ทำการเพาะปลูก” ภาวิณี กล่าว

นอกจากนี้ รัฐบาลควรหาช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยมีช่องทางผลักดันสินค้าและบริการของตัวเองนำเสนอผ่านระบบออนไลน์ ทางเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง เช่น อาลีบาบา ของแจ็ค หม่า เป็นต้น เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าและบริการให้กว้างขึ้น เป็นที่รู้จักของกลุ่มเป้าหมาย ช่วยเพิ่มยอดขายที่ดีให้กับธุรกิจ

ด้าน จัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูบีเอ็ม บีอีเอส ผู้จัดงาน บอกว่าการจัดงานโพรแพ็ค เอเชีย 2017 ครั้งนี้ บริษัทได้นำนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลมาผลักดันการพัฒนาผู้ประกอบการไทย โดยงานนี้เป็นการแสดงสินค้าอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีผู้เข้าร่วมงานจากทั่วงานรัฐและเอกชนจำนวนมาก ปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 4,500 คน คาดจะเกิดมูลค่าการซื้อขายภายในงานกว่า 2.9 หมื่นล้านบาท พร้อมนำผู้ผลิตนวัตกรรมเครื่องจักรกว่า 5,000 เครื่อง จากออสเตรเลีย จีน เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เป็นต้น เข้าร่วมงานใน 8 โซน ให้ผู้ที่เข้าชมงานได้เรียนรู้และเจรจาติดต่อซื้อขายระหว่างกัน  ซึ่งภายในงานได้จัดการประชุมสัมมนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาในทุกด้านด้วย

เห็นได้ว่าแนวทางยุทธศาสตร์ผลักดันอาหารของสมาคม รวมถึงการจัดงานโพรแพ็ค ล้วนเป็นแนวทางการพัฒนาบุคลากรของไทยให้เติบโตได้ทันต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด เอฟเวอร์ตัน พบ เชลซี พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด เอฟเวอร์ตัน พบ เชลซี พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69