
ธุรกิจการบินกุมขมับสหรัฐเล็งแบนคอมพ์
สายการบิน-ธุรกิจท่องเที่ยววิตกผลกระทบ กรณีสหรัฐเล็งแบนแล็ปท็อปเที่ยวบินยุโรป
สายการบิน-ธุรกิจท่องเที่ยววิตกผลกระทบ กรณีสหรัฐเล็งแบนแล็ปท็อปเที่ยวบินยุโรป
บรรดาสายการบินและธุรกิจการท่องเที่ยวต่างวิตกผลกระทบจากความเป็นไปได้ว่าสหรัฐอาจห้ามนำแล็ปท็อปขึ้นเครื่องบินเที่ยวบินที่เดินทางมาจากประเทศยุโรป โดยสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวโลก สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวสหรัฐ และสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ เรียกร้องให้สหรัฐหามาตรการอื่นที่มีความยืดหยุ่นกว่าคำสั่งดังกล่าวเพื่อป้องกันภัยก่อการร้าย
ทั้งนี้ สายการบินเตรียมเสนอให้รัฐบาลใช้มาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติมอื่นๆ แทนการแบนแล็ปท็อป เช่น เพิ่มเครื่องซีทีสแกนบริเวณจุดตรวจกระเป๋าที่ผู้โดยสารถือขึ้นเครื่อง หรือการขยายการตรวจสอบนักท่องเที่ยว
ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า การขยายคำสั่งห้ามดังกล่าวในเที่ยวบินยุโรปจะส่งผล กระทบต่อภาคธุรกิจการบินและท่องเที่ยวสหรัฐมากกว่าคำสั่งแบนในเที่ยวบินตะวันออกกลางก่อนหน้านี้ โดยบริษัทวิจัย ยูโรมอนิเตอร์ เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวยุโรปคิดเป็น 40% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในสหรัฐอยู่ที่ 14.5 ล้านคน/ปี
สมาคมท่องเที่ยวสหรัฐ ระบุว่า ยอดใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวอังกฤษ เยอรมนี และฝรั่งเศส ในการท่องเที่ยวและค่าโดยสารทางอากาศอยู่ที่ 3.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1 ล้านล้านบาท) ต่อปี คิดเป็น 15% ของการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ด้าน โอลิวิเย่ร์ จาเกอร์ ประธานบริษัทวิจัยด้านการท่องเที่ยว ฟอร์เวิร์ดคีย์ส กล่าวว่า หากใช้คำสั่งดังกล่าวสายการบินเดลต้าแอร์ไลน์ส สายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ส สายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ส และบริติชแอร์เวย์ส จะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากทั้ง 4 สายการบินให้บริการเที่ยวบินระหว่างยุโรปและสหรัฐ 60%
นอกจากนี้ รอยเตอร์สรายงานว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวของสหรัฐ ทำให้สหภาพยุโรป (อียู) เรียกร้องให้สหรัฐจัดการเจรจาประเด็นดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เนื่องจากวิตกผลกระทบต่อสายการบินยุโรป







