
ระเบิดมัสยิดกลางกรุงมะนิลา 2 ครั้ง ไอเอสอ้างอยู่เบื้องหลัง
เกิดเหตุระเบิดมัสยิดในฟิลิปปินส์ ผู้เสียชีวิต 2 ราย ด้านเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นการก่อการร้าย
เกิดเหตุระเบิดมัสยิดในฟิลิปปินส์ ผู้เสียชีวิต 2 ราย ด้านเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นการก่อการร้าย
เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 ครั้งที่กลางกรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 6 ราย ด้านตำรวจรายงานเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้า ก็เพิ่งจะเกิดเหตุระเบิดขึ้นในพื้นที่นี้เช่นกัน
เจ้าหน้าที่รายงานขณะนี้ยังไม่พบข้อบ่งชี้ของการก่อการร้าย แม้ว่ากลุ่มไอเอสจะออกมาอ้างอยู่เบื้องหลังการโจมตีก็ตาม โดยระบุว่าเป็นการโจมตีที่มุ่งเป้าไปที่ชาวมุสลิมนิกายชีอะห์โดยเฉพาะ
เหตุระเบิดเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ใกล้กับมัสยิด Quiapo ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่สลัมขนาดใหญ่ของเมืองหลวง ต่อมาระเบิดลูกที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.30 น. ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และช่างภาพข่าวที่อยู่ในเหตุการณ์ได้รับบาดเจ็บ
แม้ว่าประเทศฟิลิปปินส์จะนับถือศาสนาคริสต์เป็นศษสนาหลักของประเทศ แต่ก็ยังมีชาวฟิลิปปินส์จำนวนหนึ่งที่นับถือศาสนาอิสลามเช่นกัน ทั้งนี้รายงานจากพยานในเหตุการณ์ที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AFP ระบุว่า แรงระเบิดนั้นรุนแรงจนกระจกของอาคารรอบๆแตกกระจาย
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจรายงานระบุเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นนี้เป็นระเบิดฆ่าตัวตาย เนื่องจากพบเห็นชายคนหนึ่งขับรถมอเตอร์ไซด์มายังจุดเกิดเหตุ ก่อนที่จะจุดชนวนระเบิดขึ้น อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นการก่อการร้าย
สำหรับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 14 ราย ด้านกลุ่มไอเอสออกมาอ้างอยู่เบื้องหลัง แต่ทางตำรวจระบุว่าไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย และไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาทางการเมือง โดยระเบิดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงแค่ไปป์บอมบ์เท่านั้น ซึ่งเป็นระเบิดชนิดทำเองที่ก่อเหตุโดยคนเพียงคนเดียว
ทั้งนี้ปกติแล้ว กลุ่มก่อการร้ายที่ให้คำมั่นภักดีต่อกลุ่มไอเอสนั้น จะกระจายกันอยู่ในพื้นที่ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ซึ่งห่างจากกรุงมะนิลาถึง 800 กิโลเมตร สำหรับกลุ่มที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือกลุ่มอาบูไซยาฟ ที่มักลักพาตัวนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อเรียกค่าไถ่ และถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุวางระเบิดเรือเฟอร์รี่ ในอ่าวมะนิลา เมื่อปี 2004 ซึ่งในตอนนั้นมีผู้เสียชีวิตรวม 116 ราย
ขอบคุณภาพจาก AFP







