
เด็กสาวชิบอค 82 คนเป็นอิสระจากกลุ่มโบโกฮาราม
รัฐบาลไนจีเรียร่วมด้วยองค์กรกาชาดสากล และสวิสเซอร์แลนด์ เข้าแลกตัวเด็กสาวชิบอคกับสมาชิกกลุ่มโบโกฮารามที่ยังคงถูกคุมขัง
รัฐบาลไนจีเรียร่วมด้วยองค์กรกาชาดสากล และสวิสเซอร์แลนด์ เข้าแลกตัวเด็กสาวชิบอคกับสมาชิกกลุ่มโบโกฮารามที่ยังคงถูกคุมขัง
เมื่อช่วงบ่ายของวันเสาร์ที่ผ่านมา กองกำลังทหารไนจีเรียได้พาตัวเด็กสาวชิบอคจำนวน 82 คน มาพักยังค่ายพักของทหาร ก่อนที่จะเตรียมเดินทางต่อไปยังเมืองไมดูกูรี เมืองหลวงของรัฐโบโน ต่อไปในวันอาทิตย์ หลังพวกเธอทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระจากกลุ่มก่อการร้ายโบโกฮาราม
ในแถลงการณ์ที่ถูกประกาศโดยรัฐบาลไนจีเรีย เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทางรัฐบาลกล่าวขอบคุณประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และองค์กรกาชาดสากลที่สำหรับความช่วยเหลือในครั้งนี้ ภายใต้การเจรจาอย่างยาวนาน ในการแลกเปลี่ยนเด็กสาวชิบอคทั้งหมดที่ถูกจับเป็นตัวประกัน กับสมาชิกกลุ่มโบโกฮารามที่ยังคงถูกคุมขัง ทั้งนี้เด็กสาวทั้งหมดจะได้รับการดูแลรักษาพยาบาล ก่อนที่จะเดินทางไปเข้าพบกับประธานาธิบดีไนจีเรีย ในกรุงอาบูจาต่อไป
Shehu Sani วุฒิสมาชิกไนจีเรีย ที่เคยดำเนินการเจรจากับกลุ่มโบโกฮารามกล่าวว่า เด็กสาวทั้งหมดนั้นมีสุขภาพแข็งแรงดี และขั้นตอนการเจรจากว่าจะลุล่วงมาถึงวันนี้ได้นั้นใช้เวลานาน 3 - 4 เดือน
นับตั้งแต่เด็กสาวจากโรงเรียนในเมืองชิบอคถูกลักพาตัวไปในปี 2014 เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา เด็กสาวจำนวน 21 คน ถูกปล่อยตัวคืนมายังรัฐบาล อันเป็นผลจากการเจรจาโดยองค์กรจากสวิสเซอร์แลนด์ และองค์กรกาชาดสากล ในขณะที่เด็กสาวอีกจำนวนมากยังคงถูกควบคุมตัว ด้านรัฐบาลไนจีเรียออกมาปฏิเสธข่าวลือว่าทางรัฐได้จ่ายค่าไถ่ตัวให้แก่บรรดาเด็กสาวหล่านี้
เหตุการณ์ลักพาตัวเด็กสาวชิบอคจำนวนกว่า 276 คน สร้างความตกใจไปทั่วโลก หลังเวลาผ่านไป 2 ปี โดยไม่มีวี่แววว่าเด็กสาวทั้งหมดยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ จู่ๆเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2016 เด็กสาวชิบอคคนหนึ่ง พร้อมด้วยทารกน้อยถูกเจ้าหน้าที่ทหารพบตัวในป่า สร้างความหวังให้แก่ทุกคนอีกครั้ง และจากนั้นก็มีเด็กสาวชิบอคอีก 2 คนที่หนีออกมาจากกลุ่มโบโกฮาราม และได้รับความช่วยเหลือโดยรัฐบาล
บนโลกออนไลน์ผู้คนพากันติดแฮชแทก #bringbackourgirls เพื่อกระตุ้นให้หลายหน่วยงานเข้าช่วยเหลือบรรดาเด็กสาวเหล่านี้ แคมเปญนี้ได้รับการสนับสนุนโดยอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งมิเชล โอบามา และมาลาลา ยูซาฟไซ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
ขณะนี้เป็นปีที่ 8 แล้วที่กลุ่มก่อการร้ายโบโกฮารามเข้าคุกคามพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของไนจีเรีย และบริเวณชายแดนแคเมอรูน, ชาด และไนเจอร์ ส่งผลให้มีประชาชนเสียชีวิตไปแล้วมากกว่า 20,000 คน และอีก 2.5 ล้านคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น และหญิงสาวชาวไนจีเรียอีกหลายพันคนต้องตกเป็นทาส หรือถูกบังคับให้แต่งงานกับนักรบโบโกฮาราม ซึ่งทางผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ากลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้ลักพาตัวผู้คนไปเพื่อใช้พวกเขาในการจุดชนวนระเบิดโจมตี
ขอบคุณภาพจาก DW







