
'เมียวดี'เมืองหน้าด่าน เขตศก.พิเศษข้ามแดน
"เมียวดี" เมืองหน้าด่านและชุมทางการค้าชายแดนสำคัญเมียนมา ที่สามารถเชื่อมต่อจากไทยไปยังกรุงย่างกุ้งศูนย์กลางการค้าของเมียนมาสู่ไทยที่ใกล้ที่สุดด้วย
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
"เมียวดี" เมืองหน้าด่านและชุมทางการค้าชายแดนสำคัญเมียนมา ที่สามารถเชื่อมต่อจากไทยไปยังกรุงย่างกุ้งศูนย์กลางการค้าของเมียนมาสู่ไทยที่ใกล้ที่สุดด้วย และยังเป็นประตูการค้าสำคัญฝั่งตะวันตกบนระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (EWEC) ที่สามารถเชื่อมต่อไปยัง "อินเดีย" และ "บังกลาเทศ" ที่กำลังเติบโตทางเศรษฐกิจและเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่
นิยม ไวยรัชพานิช รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการความร่วมมือเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ฉายภาพรวมศักยภาพเมืองเมียวดี ให้ฟังว่าเมียวดีตั้งอยู่ในรัฐกะเหรี่ยง เป็นเมืองชายแดนด้านตะวันออก ของเมียนมาอยู่ตรงข้ามกับ อ.แม่สอด จ.ตาก มีมูลค่าการค้าชายแดนระหว่างกันต่อปีสูงเกือบถึงระดับ 1 แสนล้านบาท ส่งผลให้เมืองเมียวดีเป็นเมืองกระจายสินค้าที่สำคัญของไทยเข้าสู่ กรุงย่างกุ้ง
ต่อมารัฐบาลเมียนมาได้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเมียวดีขึ้น เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจชายแดน เมียวดี-แม่สอดบนพื้นที่กว่า 1,770 ไร่ เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) พร้อมตั้งวันสต็อปเซอร์วิสเพื่ออำนวยความสะดวก รวมทั้งยังมีสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้นักลงทุน ซึ่งปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งทางด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว
"จากแม่สอดเข้าไปเมียวดีผ่านเมืองเมาะละแหม่งเข้าสู่ย่างกุ้งที่เป็นศูนย์กลางการค้าของเมียนมาใช้ระยะทางเพียงแค่ 450 กิโลเมตร ถือเป็นเส้นทางที่ใกล้มาก ขณะเดียวกันเมื่อเชื่อมเข้ากับเส้นทาง EWEC ก็จะ เป็นการเปิดประตูการค้าไปเชื่อมกับจีน ตะวันออก-ตะวันตกและอินเดียได้ ทำให้มูลค่าการค้าตลอดเส้นทางนี้จะเพิ่มขึ้นอีกมาก" นิยม กล่าว
ทั้งนี้ เมืองเมียวดีมีศักยภาพที่ จะเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ ทั้งที่จริงแล้วควรจะเป็นแม่สอดมากกว่า แต่ ที่ผ่านมายังคิดและทำช้าไป ทำให้การเจริญเติบโตไปอยู่ที่ฝั่งเมียวดีแทน ซึ่งทำให้ไทยเสียโอกาสตรงนี้ไป และเชื่อว่าไม่เกิน 3 ปี เมียวดีจะมีการเติบโตเทียบเท่าแม่สอดและจะโตแบบกู่ ไม่กลับจนอาจเจริญแซงหน้าไป
ปัจจุบันเขตเศรษฐกิจพิเศษเมียวดีมีศูนย์บริการด้านศุลกากรแบบวันสต็อปเซอร์วิสที่เปิดให้บริการแล้ว มีอาคารศุลกากรขาเข้าและขาออกเพื่อให้ความสะดวกกับการส่งออกและนำเข้าสินค้าระหว่างไทยกับเมียนมา โดยรอบอาคารยังมีพื้นที่รองรับคลังสินค้าและอาคารพาณิชย์ รวมทั้งยังได้เตรียมพื้นที่ประมาณ 6,000-8,000 ไร่ สำหรับการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเมียวดีอีกด้วย อยู่ใกล้กับเขตเศรษฐกิจพิเศษเมียวดีเพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรม เกษตร อุตสาหกรรมแปรรูป และ อุตสาหกรรมการ์เมนต์ เชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเพิ่มขึ้น
ขณะที่การนำเข้าและส่งออกสินค้าสามารถยื่นขอใบอนุญาตได้ที่จังหวัดเมียวดีใช้เวลาในการอนุมัติเพียง 1 วันเท่านั้น จากเดิมที่ต้องใช้ระยะเวลา นานกว่านี้ รวมถึงมีการกำหนดให้ สินค้ากว่า 1,900 ชนิด จาก 8 หมื่นชนิดไม่ต้องขอใบอนุญาตในการส่งออกและนำเข้า เช่น อุปกรณ์การเกษตร อุปกรณ์ก่อสร้าง สินค้าอุปโภคและบริโภค เป็นต้น ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมาพบว่าในปี 2556 มูลค่ารวมการนำเข้าและส่งออกที่เมืองเมียวดีอยู่ที่ 248 ล้านบาท
ทั้งนี้ เขตเศรษฐกิจพิเศษเมียวดีเป็นหนึ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 19 แห่งที่รัฐบาลเมียนมามีแผนจัดตั้งให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ







