posttoday
ดาวพฤหัสบดี

ดาวพฤหัสบดี

12 กันยายน 2553

ปีนี้ดาวพฤหัสบดีซึ่งเป็นดาวเคราะห์ดวงใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะจะผ่านตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 21 ก.ย. 2553 เวลาประมาณ 1 ทุ่ม ตามเวลาประเทศไทย ตลอดเดือน ก.ย. จึงเป็นช่วงที่เราสามารถสังเกตดาวพฤหัสบดีได้นานหลายชั่วโมงเกือบตลอดทั้งคืน

ต้นเดือน ก.ย. ดาวพฤหัสบดีเริ่มโผล่เหนือขอบฟ้าทิศตะวันออกในเวลาประมาณ 2 ทุ่ม หลังจากนั้นมันจะขึ้นเร็วขึ้นทุกวันราววันละ 4 นาที ปลายเดือนเริ่มเห็นดาวพฤหัสบดีได้ตั้งแต่เวลาพลบค่ำ เมื่อท้องฟ้ามืดพอจะเห็นดาวได้ราวเที่ยงคืน ดาวพฤหัสบดีจะเคลื่อนขึ้นไปอยู่สูงที่สุดบนท้องฟ้า หลังจากนั้นมันจะย้ายไปอยู่บนท้องฟ้าทิศตะวันตกในเวลาเช้ามืด เมื่อดาวเคราะห์ที่มีวงโคจรไกลดวงอาทิตย์มากกว่าโลกทุกดวงผ่านตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ นั่นเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่ดาวเคราะห์ดวงนั้นจะอยู่ใกล้โลกที่สุดในรอบปี มันจึงสว่างและมีขนาดใหญ่เมื่อสังเกตด้วยกล้องโทรทรรศน์ โดยเฉพาะในคืนที่ท้องฟ้าโปร่ง ไม่มีเมฆเป็นอุปสรรค

ดาวพฤหัสบดีโคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วยคาบประมาณ 11.86 ปี กลุ่มดาวจักรราศีมี 12 กลุ่ม ดาวพฤหัสบดีจึงเคลื่อนไปตามแนวเส้นสุริยวิถีโดยขยับไปข้างหน้าปีละราว 1 ราศี ดาวพฤหัสบดีมีดาวบริวารที่ค้นพบแล้วมากกว่า 60 ดวง กล้องสองตาขนาด 7x50 ที่มีฐานยึดมั่นคงเพื่อช่วยไม่ให้กล้องสั่นไหวก็เพียงพอที่จะส่องเห็นดาวบริวาร 4 ดวงที่มีขนาดใหญ่และสว่างที่สุด เรียกว่าดาวบริวารกาลิเลโอ (Galilean Satellites) ประกอบด้วยไอโอ ยูโรปา แกนิมีด และคัลลิสโต บางดวงมีขนาดใหญ่กว่าดวงจันทร์ของโลก แกนิมีดใหญ่กว่าดาวพุธเสียอีก

ปีนี้ดาวพฤหัสบดีจะใกล้โลกที่สุดในเวลาประมาณตี 4 ถึงตี 5 ของเช้ามืดวันที่ 21 ก.ย. (15 ชั่วโมง ก่อนจะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์) ด้วยระยะห่าง 3.9539 หน่วยดาราศาสตร์ (1 หน่วยดาราศาสตร์ใกล้เคียงกับระยะทางเฉลี่ยระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์) เป็นระยะทางที่ใกล้ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2506 ทำให้ดาวพฤหัสบดีสว่างที่สุดด้วยโชติมาตร 2.9 และมีขนาดเชิงมุม 49.9 พิลิปดา เปรียบเทียบกับปี 2548 ซึ่งดาวพฤหัสบดีอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์บริเวณจุดไกลดวงอาทิตย์ที่สุด ขณะนั้นดาวพฤหัสบดีมีโชติมาตร 2.5 ขนาดเชิงมุม 44.2 พิลิปดา (โชติมาตรใช้บอกความสว่างของวัตถุท้องฟ้า ยิ่งมีค่าน้อยยิ่งสว่าง ดาวที่จางที่สุดที่ตาเปล่าของมนุษย์มองเห็นได้ภายใต้ท้องฟ้าที่มืดสนิท คือโชติมาตร 6.5 โชติมาตรต่างกัน 1 อันดับ ความสว่างต่างกันประมาณ 2.5 เท่า)

แม้ว่าปีนี้ดาวพฤหัสบดีจะเข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบหลายปี แต่มันก็ไม่แตกต่างจากค่าเฉลี่ยมากนัก โดยปกติกล้องโทรทรรศน์กำลังขยาย 50 เท่า ก็ขยายขนาดดาวพฤหัสบดีให้ใหญ่พอๆ กับดวงจันทร์เต็มดวงที่เห็นด้วยตาเปล่าอยู่แล้ว และเพียงพอที่จะเห็นรูปร่างที่ไม่เป็นทรงกลมของดาวพฤหัสบดีกับแถบเมฆคล้ำในบรรยากาศ

นอกจากดาวพฤหัสบดี ดาวยูเรนัสซึ่งขณะนี้มีตำแหน่งบนท้องฟ้าใกล้เคียงกัน ก็จะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในวันเดียวกันด้วย ตามหลังดาวพฤหัสบดีเพียง 5 ชั่วโมง ดาวยูเรนัสสว่างพอที่จะเห็นได้ด้วยกล้องกล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก แต่ต้องทราบตำแหน่งที่แน่นอนจึงจะระบุได้อย่างชัดเจน เนื่องจากมีดาวฤกษ์จำนวนมากที่สว่างใกล้เคียงกับดาวยูเรนัส

การหายไปของแถบศูนย์สูตรตอนใต้

ดาวพฤหัสบดีเป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่และมีมวลสูงที่สุดในระบบสุริยะ องค์ประกอบภายในดาวส่วนมากเป็นก๊าซและของเหลว คาดว่าแก่นมีส่วนผสมของหินแข็ง บรรยากาศดาวพฤหัสบดีมีไฮโดรเจนมากที่สุด รองลงมาคือฮีเลียม ที่เหลืออีกส่วนน้อย เช่น มีเทน แอมโมเนีย ไอน้ำ ที่ยอดเมฆเย็นจัดด้วยอุณหภูมิราว 150 องศาเซลเซียส ยิ่งลึกลงไปอุณหภูมิและความกดอากาศยิ่งสูงขึ้น ทำให้ไฮโดรเจนเปลี่ยนเป็นของเหลวและโลหะ ใกล้ใจกลางคาดว่าร้อนจัดนับหมื่นองศาเซลเซียส (ร้อนกว่าพื้นผิวดวงอาทิตย์)

การหมุนรอบตัวเองอย่างรวดเร็วของดาวพฤหัสบดีทำให้เมฆในบรรยากาศมีลักษณะเป็นริ้วสว่างกับคล้ำสลับกัน ริ้วสว่างเป็นส่วนที่อยู่สูง ริ้วที่คล้ำกว่าเป็นส่วนที่อยู่ลึกลงไป เมฆสีขาวอยู่สูงที่สุด ประกอบด้วยผลึกแอมโมเนีย ต่ำลงไปเห็นเป็นสีน้ำตาลอ่อนกับน้ำตาลเข้ม ส่วนที่เห็นเป็นสีน้ำเงินและม่วงน่าจะเป็นบริเวณที่อยู่ลึกที่สุด

จุดแดงใหญ่ (Great Red Spot) ที่เป็นเอกลักษณ์ของดาวพฤหัสบดีคือพายุขนาดยักษ์พัดวนทวนเข็มนาฬิกา มีทรงรีกว้างยาวประมาณ 12,000x20,000 กิโลเมตร (เทียบกับโลกซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางในแนวศูนย์สูตรยาว 12,756 กิโลเมตร) ตำแหน่งของจุดแดงใหญ่อยู่บริเวณละติจูด 22 องศาใต้ นอกจากจุดแดงใหญ่ ยังอาจเห็นพายุในรูปของจุดขาวและจุดมืดในบรรยากาศ

หลายเดือนมานี้ดาวพฤหัสบดีมีเหตุการณ์ที่น่าสนใจเกิดขึ้น ขณะที่ดาวพฤหัสบดีเริ่มโผล่พ้นออกมาจากแสงอาทิตย์เมื่อเดือน เม.ย. 2553 แถบคล้ำทางใต้ของเส้นศูนย์สูตรที่เรียกว่าแถบศูนย์สูตรตอนใต้ (South Equatorial Belt หรือ SEB) จางลงมากจนดูเหมือนหายไป ในอดีตเหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด สมมติฐานหนึ่งคืออาจเกิดจากบริเวณนั้นถูกเมฆซีร์รัสบดบัง ทำให้ไม่สามารถมองทะลุลงไปเห็นส่วนที่อยู่ลึกกว่าได้ มักเกิดอยู่นานหลายเดือนหรืออย่างมากไม่เกิน 2 ปี หลังจากนั้นอาจเริ่มมีจุดมืดเกิดขึ้นก่อน แล้วแผ่ออกจนแถบคล้ำ กลับมาปรากฏอีกครั้ง ที่น่าสนใจคือแถบที่ดูเหมือนหายไปนี้จะเริ่มกลับมาให้เห็นได้อีกครั้งเมื่อใด และใครจะเป็นคนแรกที่สังเกตเห็น

ปรากฏการณ์ท้องฟ้า

ดาวศุกร์เป็นดาวเด่นบนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ ขวามือเยื้องไปทางด้านล่างของดาวศุกร์ อาจสังเกตเห็นดาวอังคารกับดาวรวงข้าวซึ่งจางกว่ามาก เวลาราว 2 ทุ่ม ขณะที่ดาวศุกร์ใกล้จะตกทางทิศตะวันตก ดาวพฤหัสบดีจะขึ้นมาอยู่เหนือขอบฟ้าในทิศตรงกันข้าม เมื่อถึงเวลาเช้ามืดของวันถัดไป ดาวพฤหัสบดีจะเคลื่อนลงไปอยู่ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตก กลางสัปดาห์เป็นต้นไป หากขอบฟ้าทิศตะวันออกเปิดโล่ง ไม่มีเมฆบัง อาจเห็นดาวพุธอยู่ใกล้ขอบฟ้า ขณะนี้ดาวพุธอยู่ในกลุ่มดาวสิงโต ต่ำกว่าดาวหัวใจสิงห์ซึ่งเป็นดาวสว่างที่สุดในกลุ่มดาวนี้ ต้นสัปดาห์ถัดไป ดาวพุธจะทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากที่สุด

ต้นสัปดาห์นี้ดวงจันทร์ยังสว่างเป็นเสี้ยว มองเห็นดวงจันทร์อยู่เหนือดาวศุกร์โดยเยื้องไปทางซ้ายมือ วันที่ 14 ก.ย. ดวงจันทร์ผ่านใกล้ดาวแอนทาเรสซึ่งเป็นดาวฤกษ์สว่างสีแดงในกลุ่มดาวแมงป่อง วันที่ 15 ก.ย. ดวงจันทร์ทำมุม 90 องศากับดวงอาทิตย์ ทำให้มองเห็นดวงจันทร์สว่างครึ่งดวง วันนั้นดวงจันทร์อยู่ระหว่างกลุ่มดาวคนยิงธนูกับกลุ่มดาวแมงป่อง พื้นผิวด้านสว่างของดวงจันทร์จะเพิ่มขึ้นทุกวันตลอดสัปดาห์ โดยจะสว่างเต็มดวงในกลางสัปดาห์หน้า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท