
ทรัมป์ชี้คุยจีนคืบหน้า เริ่มแผนเจรจา100วันแก้ปัญหาดุลการค้า
ทรัมป์-สี ประสานเสียงมองสัมพันธ์สหรัฐและจีนคืบหน้า เห็นพ้องยกระดับความร่วมมือหลายด้าน
ทรัมป์-สี ประสานเสียงมองสัมพันธ์สหรัฐและจีนคืบหน้า เห็นพ้องยกระดับความร่วมมือหลายด้าน
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ เปิดเผยว่า การเจรจากับประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน ในการพบปะกันครั้งแรกที่บ้านพักของทรัมป์ในมาร์อาลาโก รัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 6-7 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น สิ้นสุดลงด้วยดีและคืบหน้าไปมาก โดยจีนตกลงเพิ่มความร่วมมือกับสหรัฐในหลายทาง แม้ว่ายังไม่มีการทำข้อตกลงใดอย่างชัดเจนทั้งในด้านการค้าและความมั่นคง
“ความสัมพันธ์ระหว่างเราและจีนก้าวหน้าไปมาก และจะยิ่งพัฒนาต่อไปอีกในอนาคต ผมมองว่าความสัมพันธ์ที่ผมและประธานาธิบดีสีจิ้นผิงร่วมกันสร้างขึ้นนั้นยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง” ทรัมป์ กล่าว สอดคล้องกับความเห็นของสีจิ้นผิง ที่ระบุว่า จีนและสหรัฐต่างเข้าใจอีกฝ่ายมากขึ้น ซึ่งจะช่วยปูทางไปสู่ความสัมพันธ์ฉันมิตรต่อไปในอนาคต
ด้าน วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์ของสหรัฐ เปิดเผยว่า จีนและสหรัฐตกลงเริ่มแผนการเจรจา 100 วัน เพื่อหารือแก้ไขปัญหาเรื่องดุลการค้าของ 2 ประเทศ ซึ่งขณะนี้สหรัฐขาดดุลการค้ากับจีนมากที่สุดที่ 3.47 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 12 ล้านล้านบาท) ในปี 2016 อย่างไรก็ดียังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดแผนการดังกล่าวที่ชัดเจน
รอสส์ เสริมว่า นับเป็นครั้งแรกที่ได้ยินจีนแสดงความต้องการลดการขาดดุลการค้ากับสหรัฐ ขณะที่ สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐและจีนมีความสนใจทางเศรษฐกิจที่คล้ายกันมาก และจีนต้องการร่วมมือกับสหรัฐอย่างเห็นได้ชัด โดยเป้าหมายขณะนี้ของสหรัฐ คือ การเพิ่มการส่งออกสินค้าไปจีน
ขณะเดียวกันสำนักข่าวซินหัว รายงานว่า สีจิ้นผิงยังสนับสนุนให้สหรัฐเข้าร่วมแผนเส้นทางการค้าโลก 1 แถบ 1 เส้นทาง (One Belt, One Road) ด้วยเช่นกัน พร้อมรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ทรัมป์ตกลงรับคำเชิญเดินทางไปเยือนจีนของสีจิ้นผิงภายในปีนี้
สำหรับประเด็นความมั่นคงนั้น เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยว่า จีนตกลงเพิ่มความร่วมมือกับสหรัฐและนานาชาติ จัดการปัญหาโครงการทดสอบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ซึ่งอยู่ในจุดที่น่าวิตกอย่างยิ่ง
ทิลเลอร์สัน เสริมว่า ทรัมป์ชี้แจงกับสีจิ้นผิงเกี่ยวกับการยิงมิสไซล์โจมตีฐานทัพอากาศของรัฐบาลซีเรีย และประธานาธิบดี สีจิ้นผิง แสดงความเข้าใจเกี่ยวกับปฏิบัติการดังกล่าว
ภาพ...เอเอฟพี







